หน้าแรก ในประเทศ สมเด็จพระวันร...

สมเด็จพระวันรัต ประทานโอวาทเสวนา“ธรรมราชา60ปีทรงผนวช”ในหลวงร.9ทรงเป็นผู้ให้ ปฏิบัติพระราชกรณียกิจในธรรม

8.12.16 | 19:10 น.

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ที่อาคารมนุษยนาควิทยาทาน วัดบวรนิเวศวิหาร สมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหมฺคุตฺโต) เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประทานโอวาทในงานเสวนา เรื่องธรรมราชา 60 ปี ทรงผนวช จัดโดยโครงการเฉลิมพระเกียรติ 70 ปี ทรงครองสิริราชสมบัติ และ 60 ปี ทรงผนวช ส่งเสริมการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบาลี

สมเด็จพระวันรัต กล่าวว่า ขอนำพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระองค์ทรงปฏิบัติในทางที่ถูกต้องตามหลักพระศาสนาที่เป็นสัจธรรมคือเป็นความจริง การปฏิบัติพระราชกรณียกิจทุกประการของพระองค์นั้นประกอบด้วยธรรม คือ การปฏิบัติถูกต้องตามหลักพระศาสนา โดยเฉพาะในข้อการให้ ที่พระองค์ทรงปฏิบัติเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า มิใช่เพื่อประโยชน์ส่วนตนแม้แต่น้อย

สมเด็จพระวันรัต กล่าวต่อว่า สำหรับการให้นั้นเป็นความดี ผู้ให้ย่อมมีความสุข ขณะที่การรับหรือการเอานั้น เป็นความไม่ดีนำมาซึ่งความทุกข์ ส่วนความสุขจากการให้นั้นเป็นเช่นไร เราสามารถพิจารณาทราบได้ด้วยตนเอง เมื่อมีผู้ได้ก็ย่อมมีผู้เสีย หากแต่ผู้ได้นั้นแม้จะเกิดความภูมิใจ เกิดความสุขอยู่บ้าง แต่เป็นเพียงการได้ตอบสนองต่อกิเลส และก่อให้เกิดทุกข์ที่ต้องดูแลรักษาสิ่งซึ่งได้รับมา อีกทั้งยังแสดงถึงความไม่พอ จะก่อให้เกิดทุกข์ขึ้นมาภายในใจ

“ด้านผู้ให้ เมื่อให้แล้วมีแต่ความสุข สามารถพิจารณาได้ว่าเมื่อใครได้ให้ความช่วยเหลือแก่บุคคลอื่นไปแล้ว ก็ย่อมจะเกิดความสุขขึ้นมาในดวงใจ ดังนั้นจึงขอยกคุณธรรมของพระองค์ในข้อการให้นี้มาเป็นตัวอย่างสำคัญ พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้วยการให้มาโดยตลอด แม้ว่าจะปฏิบัติภายในพระราชวังที่ประทับก็มีจุดมุ่งหมายเพื่อประโยชน์ของพสกนิกรนอกจากนั้นการให้ยังก่อให้เกิดความสุข เป็นกำลังใจ ขอให้ทุกคนเดินตามแนวทางของคุณธรรมในข้อการให้ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จะนำไปสู่คุณธรรมในข้ออื่นด้วย อาทิ ความสามัคคี ความช่วยเหลืออนุเคราะห์ซึ่งกันและกันในสังคม เป็นต้น ทั้งนี้การให้ย่อมนำความสุขแก่ทั้งผู้ให้และผู้รับ ที่ผู้รับจะดีใจและนึกถึงบุญคุณของผู้ให้ อย่างน้อยที่สุดจะไม่คิดร้าย หากแต่จะมีความคิดความประสงค์ดีต่อผู้ให้”สมเด็จพระวันรัตกล่าว

ต่อมาเวลา 14.30 น. ในงานเสวนาหัวข้อธรรมราชา 60 ปี ทรงผนวช นายจรัญ ภักดีธนากุล ในฐานะประธานกรรมการโครงการเฉลิมพระเกียรติ 70 ปี ทรงครองสิริราชสมบัติ และ 60 ปี ทรงผนวช กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงทำนุบำรุงไพร่ฟ้าประชาชน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนชายขอบที่อยู่ตามจังหวัดชายแดน มีสิทธิได้พบพระองค์บ่อยครั้ง พระองค์ทรงมั่นคงในหลักธรรมาธิปไตย ถือความถูกต้องชอบธรรมเป็นใหญ่ ตามหลักธรรมที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงสอนไว้ โดยเฉพาะในข้อจักรวรรดิวัตร เป็นหลักธรรมประทานสำหรับพระราชา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มิได้ถือกฎหมายหรือเสียงข้างมากเป็นใหญ่เหนือความยุติธรรมโดยไม่แยกแยะกลั่นกรอง พระองค์ทรงมุ่งหมายอันแน่วแน่ที่จะบำบัดทุกข์บำรุงสุขพสกนิกรโดยไม่เลือกเชื้อชาติ ชนชั้น ศาสนา หรือการเมือง ทรงอุปถัมภ์ค้ำจุนผู้ด้อยโอกาสด้านต่างๆ ให้เกิดพลังใจดำรงอยู่ และดำเนินชีวิตประกอบสัมมาอาชีพ มีศักดิ์ศรีเยี่ยงมนุษย์ที่มีคุณค่า ทั้งนี้พระองค์มิได้ทรงให้เพียงวัตถุสิ่งของ หากแต่ทรงให้ความรู้ความเข้าใจถึงเหตุแห่งปัญหาและหลักวิชาอย่างเหมาะสมแก่กาลเทศะในการแก้ปัญหาแต่ละคน แต่ละเหตุการณ์

Advertisement

นายจรัญ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้พระองค์ยังทรงมีสายพระเนตรยาวไกล เล็งเห็นเภทภัยที่อาจบังเกิดแก่ประเทศชาติและประชาชน พระองค์ยังทรงมีพระปัญญาคิดหาทางป้องกันบรรเทาอุปัทวเหตุรวมถึงพฤติกรรมอันตราย มิให้เกิดขึ้นมาตลอดระยะเวลา70ปี ที่ผ่านมา ซึ่งพระองค์มิได้แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เช่น แจกผ้าห่มเมื่อยามหนาว แจกข้าวเมื่อยามหิว แต่ทรงนำการทำฝายแม้ว แก้มลิง หญ้าแฝก มาป้องกันภัยพิบัติได้อย่างที่ไม่เคยมีปรากฏมาก่อนในแผ่นดินโลกนี้ พระองค์ทรงพากเพียรเพิ่มพูนและเผยแพร่องค์ความรู้ในศาสตร์ต่างๆให้ลึกซึ้งและกว้างขวางยิ่งขึ้น ทั้งหลายประการที่กล่าวมานั้น เป็นเพียงคุณสมบัติเบื้องต้น หลักการปกครองดูแลประเทศชาติของพระราชาผู้ทรงธรรม พระองค์ยังมีหลักธรรมของพระราชาอีกหลายประการ เช่น ราชสังคหวัตถุ 4 และทศพิธราชธรรม 10 ประการ

ขณะที่พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ และอดีตหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ กล่าวว่า มีโอกาสรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เป็นเวลากว่า 15 ปี เห็นการปฏิบัติของพระองค์ที่ทรงนำธรรมะมาประยุกต์ใช้ ทั้งในเรื่องของงานราชการและเรื่องส่วนพระองค์ พระองค์ทรงรักษาศีล 5 อย่างเคร่งครัด เช่น ไม่ว่าพระองค์จะทรงเสด็จฯ ไปที่ใด พระองค์จะทรงกำชับผู้ตามเสด็จฯ เสมอว่า การเสด็จของพระองค์จะไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นอสรพิษ และมีบ่อยครั้งที่ขบวนเสด็จต้องหยุดฯ เพื่องูจงอางหรือสัตว์อื่นๆข้ามถนน พระองค์ทรงเคร่งครัดในศีลมากกว่าพระสงฆ์บางรูป นอกจากนั้นพระองค์ยังทรงเพียรในการศึกษาเรื่องการทำสมาธิ และยังเคยศึกษากับสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ พระองค์สามารถทำอะไรหลายอย่างที่เราไม่สามารถทำได้ เช่น การนั่งโดยไม่ขยับพระวรกายในการพระราชพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ยาวนานถึง 4 ชั่วโมง โดยไม่ทรงหยุดพัก หรือการทรงดนตรีตั้งแต่เวลา 22.00 น. จวบจนถึงเช้าอีกวันหนึ่ง กล่าวได้ว่าพระองค์ทรงอยู่กับทุกขเวทนาทางกายได้ โดยมีศีล สมาธิ ปัญญา ที่สมบูรณ์ พระองค์สามารถคิดในสิ่งที่ไม่มีผู้ใดคิดออก เช่น เจ้าหน้าที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับสายงานโดยตรงยังไม่สามารถคิดได้ทันพระองค์

“ปัญหาคอมมิวนิสต์ พระองค์ทรงไม่ได้แก้ไขด้วยการนำทหารเข้าป่า แต่เข้าไปดูแลแก้ไขในเรื่องการครองชีพ หรือทำให้ชาวเขาที่ปลูกฝิ่นสามารถเลิกปลูกได้ โดยมีการปลูกพืชทดแทน”พล.ต.อ.วสิษฐ กล่าว

ขณะที่คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ อดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน กล่าวว่า เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงขึ้นครองราชย์ ทรงมีปฐมบรมราชโองการว่า เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม และพระองค์ได้ปฏิบัติมาโดยตลอดระยะเวลาครองราชย์สมบัติ 70 ปี จากการที่ตนเคยถวายงานทำให้รับรู้และมั่นใจได้ว่าพระองค์ทรงมีพระบารมีสูงส่งจนถึงขั้นปาฏิหาริย์ ซึ่งได้ประสบมากับตาตัวเองหลายครั้ง เช่น ในเรื่องของสภาพอากาศที่มีทัศนะวิสัยไม่ดี แต่เมื่อพระองค์เสด็จฯ ลงจากรถยนต์พระที่นั่ง สภาพอากาศกลับเปลี่ยนเป็นปกติ และเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอยู่เสมอ อาจดูเหมือนเป็นเรื่องเกินจริง ถ้ามิใช่คนไทยอาจกล่าวหาได้ว่าตนนำสิ่งใดมาพูด แต่ที่พูดมานั้นยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง และเป็นเพราะพระบารมีของพระองค์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโครงการเฉลิมพระเกียรติ 70 ปี ทรงครองสิริราชสมบัติ และ 60 ปี ยังได้จัดกิจกรรรมเผยแผ่หลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ผ่านบัตรอวยพร(โปสการ์ด) จัดพิมพ์พระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ขณะทรงผนวช แต่ละแบบมีจำนวน 9 รูปต่อ 1 ชุด ผู้สนใจสามารถบริจาคชุดละ 99 บาท วางจำหน่ายแล้วที่ศูนย์หนังสือแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทุกสาขา ร้านหนังสือนายอินทร์ ร้าน 7-Eleven บางสาขาทั่วประเทศ และยังสามารถสั่งจองได้ที่ศาลากลางจังหวัดทั่วประเทศ รายได้ทั้งหมดจะสมทบทุนเข้ามูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวรฯ เพื่อส่งเสริมการศึกษาพระปริญัติธรรมแผนกบาลี