เหนือ-อีสาน ฝุ่นคลุ้งเกินมาตรฐาน กรุงเทพฯ ฟ้าเปิด อากาศดี

21.03.23 | 11:48 น.

เหนือ-อีสาน ฝุ่นคลุ้งเกินมาตรฐาน กรุงเทพฯ ฟ้าเปิด อากาศดี

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศรายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ ประจำวันที่ 21 มีนาคม ณ 07.00 น. สรุปดังนี้

ภาพรวมปริมาณ PM2.5 ในประเทศพบเกินค่ามาตรฐานใน จ.เชียงราย จ.เชียงใหม่ จ.แม่ฮ่องสอน จ.น่าน จ.แพร่ จ.สุโขทัย จ.พิษณุโลก จ.หนองคาย จ.เลย จ.นครพนม จ.หนองบัวลำภู จ.สกลนคร จ.มุกดาหาร จ.กาฬสินธุ์ และ จ.อุบลราชธานี

– ภาคเหนือ เกินค่ามาตรฐาน 12 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 27-108 มคก./ลบ.ม.
– ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 41-123 มคก./ลบ.ม.
– ภาคกลางและตะวันตก ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ตรวจวัดได้ 20-40 มคก./ลบ.ม.
– ภาคตะวันออก ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 16-38 มคก./ลบ.ม.
– ภาคใต้ ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 10-21 มคก./ลบ.ม.
– กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยสถานีตรวจวัดของ คพ.ร่วมกับ​  กทม.ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ตรวจวัดได้ 18-47 มคก./ลบ.ม.

คำแนะนำทางสุขภาพ

Advertisement
  • ประชาชนทั่วไป : ควรเฝ้าระวังสุขภาพ ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น
  • ผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ : ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น ถ้ามีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์

สำหรับประชาชน​ที่อยู่​บริเวณพื้นที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ​ (พื้นที่สีแดง)​ ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์

กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ ขอรายงานผลการคาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ระหว่างวันที่ 22-28 มีนาคม 2566 ดังนี้

สำหรับวันที่ 22 มีนาคมเป็นต้นไปสถานการณ์ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีแนวโน้มที่ดีขึ้นเป็นลำดับ เนื่องจากสภาพอากาศที่เปิดมากขึ้น เพดานการลอยตัวอากาศที่สูงขึ้น ประกอบกับลมทางใต้ที่กำลังแรงช่วยพัดพาฝุ่นละอองออกจากพื้นที่

พื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือมีแนวโน้มที่ควรเฝ้าระวังในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนและล่างในวันที่ 22-23 มี.ค.66

วันที่ 21-22 มีนาคม 2566 พื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือมีโอกาสพบฝนฟ้าคะนองได้ในหลายพื้นที่

ด้านจุดความร้อนของไทยวานนี้พุ่งสูงขึ้นถึง 966 จุด

GISTDA เผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี (Suomi NPP) ของวันที่ 20 มีนาคม 2566 ไทยพบจุดความร้อน จำนวน 966 จุด ในขณะที่ประเทศลาวจุดความร้อนยังคงนำอยู่ที่ 2,208 จุด ตามสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา 1,158 จุด กัมพูชา 843 จุด เวียดนาม 583 จุด และมาเลเซีย 19 จุด

สำหรับจุดความร้อนในประเทศไทย ส่วนใหญ่พบในพื้นป่าสงวนแห่งชาติ 287 จุด, พื้นที่เกษตร 244 จุด, พื้นที่ป่าอนุรักษ์ 234 จุด, พื้นที่เขต ส.ป.ก. 97 จุด, พื้นที่ชุมชนอื่นๆ 94 จุด, และพื้นที่ริมทางหลวง 10 จุด

ในส่วนของจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด 3 อันดับ คือ แม่ฮ่องสอน 120 จุด น่าน 64 จุด และกาญจนบุรี 63 จุด

ส่วนค่าฝุ่น PM2.5 เมื่อตรวจสอบจากแอพพลิเคชัน “เช็คฝุ่น” เมื่อเวลา 10.00 น.ที่ผ่านมา พื้นที่บางจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนืออยู่ในระดับเริ่มส่งผลต่อสุขภาพ #มุกดาหาร #หนองบัวลำภู #หนองคาย #เชียงใหม่ #อุดรธานี #พะเยา #นครพนม #สกลนคร #เลย และ #เชียงราย ในขณะที่ทุกพื้นที่ของกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอยู่ในระดับดีมาก

สิ่งหนึ่งที่ต้องเฝ้าระวังที่มักจะมากับเหตุการณ์ไฟป่าและจุดความร้อนคือ PM2.5 สถานการณ์การจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลให้เกิด PM2.5 ได้ในพื้นที่บริเวณชายแดนเนื่องจากได้รับอิทธิพลจากกระแสลมที่จะพัดผ่านเข้ามา ปัญหาไฟป่าหมอกควันส่งผลกระทบให้กับระบบต่างๆ ของประเทศมาโดยตลอด โดยเฉพาะระบบเศรษฐกิจ ระบบสังคม

ดังนั้น ในอนาคตอันใกล้นี้ประเทศไทยกำลังจะได้ใช้ระบบ THEOS-2 อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่ง 1 ในภารกิจสำคัญของระบบนี้ คือการสำรวจ วิเคราะห์ และติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นหรือคาดว่าจะเกิดขึ้น ได้อย่างทันท่วงทีและแม่นยำ เพื่อการสนับสนุนข้อมูลสำคัญให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำข้อมูลไปใช้วางแผน ป้องกัน บรรเทา และแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดข้อมูลเฉพาะพื้นที่ท่านสามารถติดตามจากหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบโดยตรงได้ GISTDA ยังคงติดตามและรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นข้อมูลให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปใช้บริหารจัดการในพื้นที่