บิ๊กโจ๊ก สั่งทีมงานฝ่ายสืบสวน รวบรวมพยานหลักฐานชงหมายจับ พ.ต.ต.-ลูกน้อง สังกัด ตม.อุ้มรีดทรัพย์คนจีน

21.03.23 | 11:54 น.

บิ๊กโจ๊ก สั่งทีมงานฝ่ายสืบสวน รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับ พ.ต.ต. สังกัด ‘บก.ตม.1’ พร้อมลูกน้องเอี่ยวอุ้มรีดเงินชายชาวจีนเรียกค่าไถ่


น.ส.นามี อายุ 38 ปี ล่ามสาวชาวไทย เข้าแจ้งความ สน.ดินแดง หลังช่วงเช้าวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา ได้รับการติดต่อจากนายตี้ (นามสมมุติ) อายุ 62 ปี ชาวจีน ให้มาพบที่บ้านพักของนายตี้ ซอยประชาสงเคราะห์ 2 เขตดินแดง โดยนายตี้อ้างว่าจะให้เดินทางไปเป็นเพื่อนเพื่อทำธุรกรรมด้านการต่ออายุหนังสือเดินทางและวีซ่า ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ แต่ปรากฏว่ามีเพื่อนชายชาวจีนของนายตี้ ซึ่งไม่ทราบชื่อและนามสกุล ขับรถมารับเพื่อพาตนและนายตี้ไปศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ

เมื่อเดินทางไปถึงปรากฏว่าไม่สามารถทำธุรกรรมได้ เนื่องจากเอกสารของนายตี้ไม่ครบ ตอนนั้นตนเริ่มเอะใจแล้ว จึงตัดสินใจจะเดินทางกลับ โดยมีเพื่อนนายตี้ขับรถมาส่งที่บ้านพักของนายตี้เช่นเดิม แต่ระหว่างลงจากรถเข้าบ้าน ปรากฏว่ามีชายฉกรรจ์ รูปพรรณสัณฐานคล้ายตำรวจ มารออยู่แล้ว 5 คน ทั้งหมดขับรถเก๋งมาด้วยกัน 3 คัน

จากนั้นนายตี้และตนถูกอุ้มขึ้นรถไปคนละคัน โดยมีเพื่อนของนายตี้ขับตามประกบเป็นขบวน ออกจากซอยบ้านพัก รวม 4 คัน ระหว่างอยู่บนรถก็ถูกชายที่อ้างว่าเป็นตำรวจสอบถามถึงที่มาที่ไปว่ารู้จักกับนายตี้ได้อย่างไร

Advertisement

จากนั้นชายฉกรรจ์ทั้งหมดพาตนและนายตี้ขับรถไปวนบนถนนเส้นแจ้งวัฒนะ ใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง ก่อนทั้งหมดจะขับรถพาตนและนายตี้มาปล่อยไว้ที่ซอยประชาสงเคราะห์ 2 ในช่วงใกล้ค่ำ

น.ส.นามีเปิดเผยด้วยว่า หลังจากถูกปล่อยตัวนายตี้ยอมรับกับตนว่ามาอยู่ในประเทศไทย โดยมีเพื่อนชายชาวจีนคนดังกล่าวแนะนำช่องทางให้สวมบัตรประชาชนคนไทย กระทั่งก่อนเกิดเหตุเพื่อนโทรศัพท์มาบอกว่าวีซ่ากับหนังสือเดินทางใกล้หมดอายุ ให้เดินทางไปทำหนังสือเดินทางด้วยกัน นายตี้จึงไหว้วานให้ตนเดินทางไปด้วย จนเป็นที่มาของการถูกอุ้มขึ้นรถไปเรียกค่าไถ่

โดยระหว่างถูกควบคุมตัวอยู่บนรถมีชายฉกรรจ์อ้างตัวเป็นตำรวจข่มขู่ว่านายตี้จะต้องรับโทษฐานปลอมแปลงบัตรประชาชน จึงขอเรียกค่าไถ่เป็นเงินคริปโทฯ จำนวน 60,000 USDT เพื่อแลกกับการปล่อยตัวเป็นอิสรภาพ แต่นายตี้ขอต่อรองครึ่งหนึ่ง เหลือ 30,000 USDT นายตี้จึงประสานให้ลูกชายโอนเงินให้ผ่านแอพพลิเคชั่นไปที่บัญชีปลายทาง ซึ่งไม่รู้เป็นของใคร เมื่อเงินเข้าบัญชีเรียบร้อยแล้ว คนร้ายจึงยอมขับรถมาส่งที่บ้าน

หลังจากนั้นตนไม่สามารถติดต่อนายตี้ได้อีก มารู้ข้อมูลอีกทีคือเดินทางกลับไปอยู่กับลูกชายที่ประเทศจีนแล้ว จึงรู้สึกหวาดกลัวและเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย เพราะเชื่อว่าคนร้ายทำเป็นขบวนการ และไม่แน่ใจว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐรู้เห็นด้วยหรือไม่

หลังรับแจ้งความ ทางชุดคลี่คลายคดีได้ตรวจสอบประวัตินายตี้ พบว่ามีบัตรประชาชนคนไทย ชื่อนายสาโรจน์ อายุ 55 ปี ชาว จ.สมุทรปราการ และเคยใช้บัตรประชาชนดังกล่าวทำธุรกรรมในประเทศไทย ซึ่งต้องตรวจให้ลึกถึงรายละเอียดว่าเจ้าของบัตรยังมีชีวิตหรือไม่ และบัตรประชาชนมาอยู่ในมือบุคคลต่างด้าวได้อย่างไร

นอกจากนี้ เมื่อลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในละแวกจุดเกิดเหตุ พบภาพรถต้องสงสัย 4 คัน และชายฉกรรจ์ รวม 6 คน ก่อเหตุอุ้ม น.ส.นามีและนายตี้ขึ้นรถไปจริงตามคำให้การ โดยผู้ต้องสงสัยชายฉกรรจ์ จำนวน 2 ใน 6 คน มีรูปพรรณสัณฐานคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสารวัตร สังกัดสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบให้เกิดความชัดเจนอีกครั้ง ก่อนเชิญตัวมาให้ปากคำในฐานะผู้ต้องสงสัย

ต่อมา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า หลังจากได้รับรายงานเรื่องอุ้มรีดเงินชาวจีนแล้ว ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งตรวจสอบเส้นทางการอุ้มผู้เสียหายขึ้นรถตู้ทันที ตั้งแต่เส้นทางปกติมุ่งหน้าแจ้งวัฒนะ ระหว่างทางได้มีการข่มขู่รีดเงินแลกกับการปล่อยตัว ด้วยความที่ผู้เสียหายเกรงกลัวว่าจะได้รับอันตรายจึงได้ติดต่อญาติที่ประเทศจีน เพื่อให้ทำธุรกรรมทางการเงินข้ามประเทศ พอคนร้ายเห็นว่ามีการโอนเงินเรียบร้อยจึงวนรถกลับ ก่อนนำเหยื่อมาทิ้งไว้บริเวณจุดเดิม ในเบื้องต้นชุดทำงานพอจะทราบตัวแก๊งคนร้ายแล้ว

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวด้วยว่า ในจำนวนนี้มีข้าราชการตำรวจรวม 3-4 นาย ร่วมก่อเหตุกับพลเรือน โดยในวันที่ 21 มีนาคมได้สั่งการให้ชุดทำงานรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายจับกลุ่มผู้ก่อเหตุในเบื้องต้นก่อน 2 ราย เป็นนายตำรวจยศ “พ.ต.ต.” ในสังกัด “บก.ตม.1” ส่วนอีกรายเป็น ตำรวจชั้นประทวนในสังกัด สตม.เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบอาชีพของผู้เสียหาย แต่ยังไม่ทราบแน่ชัด เนื่องจากได้เดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว ซึ่งจะได้ตรวจสอบอีกครั้งให้ชัดเจน และจะขยายผลเพื่อติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีทั้งหมดโดยเร็ว