ปฏิบัติการ SHELL GAME ทลายแก๊งคอลฯอินเดียหนีซุกไทย เอฟบีไอประสานหลอกชาวมะกันกว่า 300 คน สูญ 3พันล้าน

22.03.23 | 11:38 น.

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผบ.ตร. พร้อมพล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท.,พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. และตัวแทนสำนักงานปราบปรามการฟอกเงิน ร่วมกับตำรวจลับสหรัฐอเมริกา (US Secret Service) และสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐอเมริกาหรือเอฟพีไอ ร่วมแถลงข่าวผลการเปิดยุทธการ SHELL GAME จับผู้ต้องหาเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างเอฟพีไอ ตรวจค้น 9 จุด ใน 4 จังหวัด จ.ชลบุรี,จ.ระยอง, จ.ร้อยเอ็ด และ จ.สุราษฎร์ธานี จับกุมผู้ร่วมขบวนการพร้อมกัน 20 ราย หลอกเหยื่อชาวอเมริกันกว่า 300 คน เสียหายกว่า 3,000 ล้านบาท


พล.ต.อ.ต่อศักดิ์กล่าวว่่ ได้ร่วมกันสืบสวนจับกุมผู้ร่วมขบวนการทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซนเตอร์ชาวอินเดีย ซึ่งมีลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรมไซเบอร์ และมีพฤติการณ์หลอกลวงเหยื่อผู้สูงอายุในประเทศสหรัฐอเมริกาจำนวนมาก โดยหลอกเหยื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรมหรือแฮกเข้าระบบคอมพิวเตอร์ของเหยื่อ ซึ่งขบวนการมีการปกปิด ซ่อนเร้น ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน และฟอกเงินข้ามชาติ เพื่อให้ยากต่อการสืบสวนจับกุม ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศไทย สถาบันการเงิน และประชาชน โดยพบเงินหมุนเวียนในเครือข่ายร่วม 1 พันล้านบาท พล.ต.อ.ดำรงค์ศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. จึงได้สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สืบสวนจับกุมเครือข่ายขบวนการดังกล่าวอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ ได้เข้าทำการตรวจค้นจับกุม ผู้ร่วมขบวนการ โดยมี ผู้ต้องหารายสำคัญ คือ
1.นายเทวันชู นันดากิชอร์ โจชิ อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 784/66 ลง 20 มี.ค.66
2.นายอวตาร์ ซิงห์ อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 785/2566 ลง 20 มี.ค.66
3.นายโยเกซ กุมาร อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 777/2566 ลง 20 มี.ค.66
4. นายการุณัลกุมาร์ กอทเช็กไพ โทปิวาลา อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 786 /2566 ลง 20 มี.ค.66
5.นายคีตาน ตรีภูวันเดช ปานจัล อายุ 53 ปี ผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลอาญาที่ 787/2566 ลง 20 มี.ค.66
6.ผู้ร่วมขบวนการชาวไทย 15 ราย

ทั้งนี้ ยังเหลือผู้ต้องหาตามหมายจับในขบวนการที่ยังอยู่ระหว่างติดตามจับกุมอีก 16 ราย

Advertisement

พร้อมด้วยของกลาง 1.บัญชีธนาคาร 162 บัญชี 2.โทรศัพท์มือถือ 61 เครื่อง 3.รถยนต์ 2 คัน 4.อาวุธปืน 1 กระบอก 5.อสังหาริมทรัพย์หลายรายการ

ข้อหา “ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง,ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน,ร่วมกันนำเข้าข้อมูลสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน,สมคบกันโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน”

พฤติกรรมแห่งคดีที่น่าสนใจ เมื่อประมาณปลายปี 2565 ชุดสืบสวนบช.สอท.ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ สำนักงาน ปปง.,ตำรวจลับสหรัฐ(US Secret Service),สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐอเมริกา(FBI) และกระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา สืบสวนทราบว่า มีกลุ่มองค์กรอาชญากรรม Cyber ข้ามชาติชาวอินเดียร่วมกับชาวไทย ก่อเหตุเป็นแก็งค์ Call Center หลอกลวงผู้สูงอายุ ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยข่มขู่ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีทำให้เกิดความกลัวโดยให้เหยื่อโอนเงินไปตรวจสอบ หรือคนร้ายส่งไวรัสและ Hack เครื่องคอมพิวเตอร์ของเหยื่อและหลอกให้โอนเงิน ซึ่งในปี 2563-2564 พบสถิติ 72,000 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยคดีนี้รัฐบาลสหรัฐได้ ส่งคำร้องขอความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา จำนวน 365 คดี มีมูลค่าความเสียหายประมาณ 3 พันล้านบาท

โดยพบว่าขบวนการคนร้ายได้หลอกลวงเงินก้อนสุดท้ายในชีวิตของเหยื่อแต่ละราย ซึ่งเหยื่อมีทั้งอาชีพหมอ อาจารย์มหาวิทยาลัย ทันตแพทย์ ทหารและเจ้าของธุรกิจ โดยขบวนการมีลักษณะเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายแบ่งหน้าที่กันทำงาน เพื่อยักย้ายถ่ายเทปกปิดซ่อนเร้นทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิด โดยใช้ประเทศไทย กัมพูชา สิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง สหรัฐอาหรับเอมิเรต เปรูและโปแลนด์ เป็นแหล่งรับเงินที่ได้จากการหลอกลวง ชุดสืบสวนจับกุมจึงได้แฝงตัวเข้า ในระบบ เพื่อสืบสวนติดตามจับกุมตัวเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการ

จากการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ และได้สืบสวนทางการเงินอย่างเป็นระบบ จนทราบว่า มีเงินหมุนเวียนในเครือข่ายกว่า 1 พันล้านบาท โดยพบบัญชีธนาคาร นิติบุคคลในเครือข่าย ร้านทองและกิจการร้านอาหาร สถานบันเทิงในพื้นที่ จ.ชลบุรี หลายแห่งที่ใช้ในการฟอกเงินให้กับเครือข่ายขบวนการ โดยใช้ในการโอน รับโอน ผลประโยชน์ที่ได้จากการหลอกลวงเหยื่อ ซึ่งพบว่ามียอดเงินหมุนเวียนกว่า 10 ล้านบาท ทุกเดือนในแต่ละบัญชี เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้ลงพื้นที่สะกดรอยกลุ่มผู้ต้องหาแต่ละคนเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับกลุ่มผู้ต้องหา และขอหมายค้นเพื่อทำการตรวจยึดพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง จนนำไปสู่การเปิด ปฏิบัติการ SHELL GAME ทลายองค์กรอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติเพื่อจับกุมดำเนินคดีกลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมด ซึ่ง บช.สอท.ช่วยเหลือประชาชนไม่ว่าเชื้อชาติใดและจะได้ประสานสำนักงาน ปปง.เพื่อขยายผลดำเนินคดี ฟอกเงิน เครือข่ายกลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมด เพื่อยึดทรัพย์ที่เกี่ยวเนื่องจากการกระทำความผิดทั้งหมดต่อไป

รายชื่อผู้ต้องหาชาวไทย 15 ราย
1.น.ส.ดรัณย์นภัทธ์ หินจันทร์ อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 779/2566 ลง 20 มี.ค.66
2.น.ส.ปรีญาพร หินจันทร์ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 778/2566 ลง 20 มี.ค.66
3.นางอารียาภรณ์ ศรีดงกลาง อายุ 41 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 776/2566 ลง 20 มี.ค.66
4.น.ส.สาคนินท์ แสนประดิษฐ์ อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 774/2566 ลง 20 มี.ค.66
5.นางทัศนีย์ โภคินเนาวพันธ์ อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 783/2566 ลง 20 มี.ค.66
6.น.ส.สุกัญญา ผ่านคง อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 769/2566 ลง 20 มี.ค.66
7.นายณัฐวุฒิ ใจตรงกล้า อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 770/2566 ลง 20 มี.ค.66
8.น.ส.ญาดา โรจนชาลี อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 757/2566 ลง 20 มี.ค.66
9.นายนันทวัฒน์ มุมอภัย อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 760/2566 ลง 20 มี.ค.66
10.นางจิตร โพธิ์จันทร์ อายุ 61 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 775/2566 ลง 20 มี.ค.66
11.นายอาทิตยา บุญหล้า อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 758/2566 ลง 20 มี.ค.66
12.น.ส.ขวัญจิรา ศิริธรรมจักร อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาอาญาที่ 756/2566 ลง 20 มี.ค.66
13. น.ส.มยุรี นาแพงสอน อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 753/2566 ลง 20 มี.ค.66
14.นายย่วน หยูนุ้ย อายุ 64 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 772/2566 ลง 20 มี.ค.66
15.น.ส.อรุณรัตน์ เกิดโมลี อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 761/2566 ลง 20 มี.ค.66