ครึ่งปีหลัง เตรียมรับมือ เอลนิโญ แล้งร้อน ฝนทิ้งช่วง ท่องไว้ให้ประหยัดน้ำ

22.03.23 | 15:18 น.

ครึ่งปีหลัง เตรียมรับมือ เอลนิโญ แล้งร้อน ฝนทิ้งช่วง ท่องไว้ให้ประหยัดน้ำ

วันที่ 21 มีนาคม ตรงกับวันน้ำโลก สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เปิดข้อมูลว่า ปริมาณฝนสะสมในปี 2565 มากกว่าปกติประมาณ 23% โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มีฝนมากกว่าปกติถึงร้อยละ 20 และ 21 ตามลำดับ ส่งผลให้ปริมาณน้ำที่ไหลลงอ่างต่างๆ ทั้งปีรวม 54,054 ล้านลูกบาศก์เมตร

โดยเฉพาะน้ำใน 4 เขื่อนหลักของลุ่มน้ำเจ้าพระยา คือ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ โดยในวันเริ่มต้นฤดูแล้งปี 2564 มีปริมาณน้ำใช้การ 14,083 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่ความต้องการน้ำในช่วงต้นฤดูแล้งถึงต้นฤดูฝน จะต้องเตรียมไว้ประมาณ 12,000 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นปริมาณน้ำมากกว่าความต้องการถึง 2,000 ล้านลูกบาศก์เมตร

อย่างไรก็ตาม จากการวิเคราะห์ข้อมูลอุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก หรือเอ็นโซ (ENSO) มหาสมุทรแปซิฟิกตอนเหนือ (PDO) และมหาสมุทรอินเดีย (DMI) ซึ่งเป็นทะเลที่ส่งผลต่อสภาพอากาศและฝนในประเทศไทย คาดว่าสถานการณ์ฝน ของปี 2566 จะคล้ายกับปี 2564

โดยสภาพปัจจุบันสภาวะลานิญาเริ่มอ่อนลง และกำลังจะเข้าสู่ความเป็นเอลนิโญประมาณเดือนมีนาคม และช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม อาจจะเข้าสู่ภาวะเอลนิโญ โดยคาดการณ์ว่าฝนของปี 2566 จะใกล้เคียงกับค่าปกติ

Advertisement

แต่เมื่อพิจารณาในเชิงพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง รวมถึงภาคตะวันออก อาจจะมีฝนน้อยกว่าปกติ เมื่อดูการคาดการณ์รายเดือน จะพบว่าเดือนมีนาคมจะมีฝนมากกว่าค่าปกติ ซึ่งอาจจะเกิดพายุฤดูร้อนได้บ่อยครั้ง ส่วนกลางปีจะมีฝนทิ้งช่วงในระหว่างเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม จากนั้นในเดือนสิงหาคมอาจจะมีพายุเคลื่อนเข้าไทย 1 ลูก ทำให้ยังมีปริมาณน้ำฝนมากกว่าค่าปกติ

แต่สำหรับเดือนกันยายน ซึ่งปกตินั้นจะมีน้ำฝนมากที่สุดในรอบปี แต่ปีนี้คาดว่าจะมีฝนน้อยกว่าค่าปกติ ทำให้พื้นที่ประเทศไทยตอนบน โดยเฉพาะภาคกลาง ภาคตะวันออก จะได้รับปริมาณฝนน้อยกว่าทุกปี ส่วนภาคใต้ ในเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม ก็ยังพบว่าฝนก็จะน้อยกว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาด้วย

สสน.แนะแนวทางรับมือกับสถานการณ์ภัยธรรมชาติปีนี้ว่า สำหรับพื้นที่นอกเขตชลประทาน จะต้องกักเก็บน้ำสำรองไว้ใช้ เพื่อรับมือสถานการณ์ฝนทิ้งช่วง ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม ส่วนพื้นที่ในเขตชลประทาน แม้ว่าน้ำในอ่างจะมีปริมาณมาก แต่ต้องใช้น้ำอย่างประหยัด เนื่องจากเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม อาจจะเข้าสู่ภาวะเอลนิโญ ส่งผลให้เดือนกันยายนมีฝนน้อยกว่าปกติ ในพื้นที่ประเทศไทยตอนบน โดยเฉพาะภาคกลาง ภาคตะวันออก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อน้ำต้นทุนในปี 2566-2567 ได้