เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 9 ธันวาคม พล.ร.อ.ม.ร.ว.พันธุม ทวีวงศ์ เป็นประธานบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ห้าสิบเจ็ด และถวายภัตตาหารแด่พระพิธีธรรม 8 รูปจากวัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร
ทั้งนี้ ตามที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้สมาชิกราชสกุลทุกมหาสาขา และราชนิกุล ในพระบรมราชจักรีวงศ์ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญพระกุศลถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เป็นวันที่ 3 มีราชสกุลกำภู ในสายพระเจ้าวรวงศ์ชั้น 3 ราชสกุลจักรพันธุ์ ราชสกุลภาณุพันธุ์ ราชสกุลจิตรพงศ์ ราชสกุลนพวงษ์ ราชสกุลสุประดิษฐ์ ราชสกุลกฤดากร ราชสกุลศุขสวัสดิ์ และราชสกุลทวีวงศ์ ในสายรัชกาลที่ 4 ร่วมเป็นเจ้าภาพ
ต่อมาเวลา 11.00 น. ม.ร.ว.เทพกมล เทวกุล เป็นประธานในการบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหารและวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร โดยมีราชสกุลทองใหญ่ ราชสกุลเกษมศรี ราชสกุลเกษมสันต์ ราชสกุลกมลาสน์ ราชสกุลศรีธวัช ราชสกุลทองแถม ราชสกุลชุมพล และราชสกุลเทวกุล ในสายรัชกาลที่ 4 ร่วมเป็นเจ้าภาพ
ทั้งนี้ สำนักพระราชวังสรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 8 ธันวามคม หลังสำนักพระราชวังปิดไม่ให้ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อขึ้นกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 23.55 น. จากกำหนดเดิมเวลา 21.00 น. เนื่องจากยังมีประชาชนเข้าแถวรอเข้ากราบพระบรมศพในสนามหลวงเป็นจำนวนมาก มีจำนวนทั้งสิ้น 48,375 คน รวม 39 วัน มีจำนวนทั้งสิ้น 1,408,753 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงินยอดเงิน 3,276,177.25 บาท รวม 39 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 107,595,980 บาท
นางนันทมาลี ภิรมย์ภักดี และนางอรพิมพ์ ปลื้มอารมณ์ ในฐานะสมาชิกราชสกุลจักรพันธุ์ กล่าวว่า ราชสกุลจักรพันธุ์มีทั้งหมด 7 สาย พวกตนเป็นสายของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ผู้ประพันธ์เนื้อเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช จำนวน 28 เพลง จากทั้งหมด 48 เพลง อาทิ เพลงแสงเทียน เพลงพระราชนิพนธ์อันดับแรกของในหลวง รัชกาลที่ 9 รวมถึงเพลงยามเย็น เพลงพรปีใหม่ อีกทั้งยังทรงงานเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเป็นองคมนตรีรับใช้เบื้องพระยุคลบาทจนกระทั่งสิ้นพระชนม์ ทรงได้ถวายงานใกล้ชิดพระองค์มาก สำหรับหลานๆ ก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากในหลวง รัชกาลที่ 9 อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทุกคนจะได้รับพระราชทานน้ำสังข์จากพระองค์ และได้พระราชทานพรหลักการใช้ชีวิตคู่ที่เราได้นำมาปฏิบัติใช้ว่า “หากคนหนึ่งร้อน ให้อีกคนหนึ่งเย็น ในวันข้างหน้าหากมีปัญหาให้นึกถึงวันนี้ วันที่มีความสุขที่สุด” ทำให้ชีวิตคู่ของเราประสบความสำเร็จและมีความสุข นอกจากนี้ยังนำหลักคำสอนของพระองค์เรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ความเพียร และการไม่เกี่ยงงานมาใช้ในชีวิตการทำงานด้วย
ขณะที่สมาชิกราชสกุลทวีวงศ์ ม.ล.ถวัลย์วดี ทวีวงศ์ อายุ 82 ปี บุตรสาว ม.ร.ว.เฉลิมลาภ ทวีวงศ์ หรือที่รู้จักในแวดวงราชการว่า หม่อมทวีวงศ์ ถวัลยศักดิ์ ผู้เป็นเลขาธิการราชวัง ผู้อำนวยการทรัพย์สินแห่งพระมหากษัตริย์คนแรกในรัชสมัยรัชกาลที่ 9 และดำรงตำแหน่งองคมนตรี กล่าวว่า คุณพ่อได้รับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาท รู้สึกซาบซึ้งและเป็นบุญแก่ราชสกุลอย่างยิ่ง อีกทั้งด้วยตัวเองเคยได้เป็นผู้ถวายเครื่องเสวยแด่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทำให้ได้เห็นพระราชจริยวัตรของพระองค์ว่าทรงเป็นผู้ที่คิดเร็ว ทำเร็ว และทรงมีกฎระเบียบ
นางนันทนี ทวีวงศ์ อายุ 56 ปี กล่าวเสริมว่า ในหลวง รัชกาลที่ 9 พระองค์ทรงมีพระอัจฉริยภาพในหลายๆ ด้าน นอกจากโครงการในพระราชดำริต่างๆ กว่า 4 พันโครงการแล้ว ยังทรงเป็นศิลปิน นักวาดภาพ ฉายพระรูป และทรงดนตรี ซึ่งตนเองในฐานะที่ทำงานด้านศิลปะ ก็รับรู้ได้ว่าพระองค์ทรงพระอัจฉริยภาพมากๆ เพราะพระองค์จะทรงทำสิ่งใดจะทรงศึกษาอย่างจริงจัง และรู้ลึกทุกอย่าง ทั้งนี้ เพราะพระองค์จะทรงมีสมาธิในการทรงงานทุกอย่าง รวมถึงทรงมีธรรมะ มีบารมีสูง และนำหลักธรรมนั้นมาสอนประชาชนด้วยการปกครองประเทศ

ม.ล.รัมภา สุประดิษฐ์ สมาชิกราชสกุลสุประดิษฐ์ กล่าวด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณว่า พระองค์ทรงงานเพื่อประชาชนมากมาย โดยที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยรู้และเข้าใจ เมื่อพระองค์เสด็จสวรรคตก็เพิ่งจะได้เข้าใจ ด้วยพระบารมีในพระองค์ที่ทรงเสียสละ ทรงงานมาตลอด 70 ปี รู้สึกว่าบ้านเมืองเจริญขึ้น ทรงเป็นที่พึ่งให้พวกเราทั้งทางกายและใจ และเปรียบเสมือนเป็นครูที่คอยสั่งสอนเราอยู่เสมอ
“ในฐานะเป็นหนึ่งในประชาชนของพระองค์ เราพร้อมที่จะทำความดี ดำเนินชีวิตตามรอยพระบาทโดยที่ไม่ต้องประกาศให้ใครรู้ เหมือนเป็นการปิดทองหลังพระ นอกจากนี้ยังได้ถ่ายทอดเรื่องราวของพระองค์เล่าสู่กันฟังให้แก่ลูกหลาน รวมถึงให้อ่านหนังสือ ดูหนัง เพื่อได้ซึมซับพระมหากรุณาธิคุณในพระองค์ โดยลูกสาวที่เรียนอยู่ต่างประเทศตั้งใจจะมาเข้าแถวเพื่อเข้ากราบพระบรมศพและตัวเองอยากจะมากราบอีกครั้งพร้อมลูก แม้ต้องใช้เวลารอนานก็ไม่เป็นไร เพราะที่ผ่านมาพระองค์ทรงงานเหนื่อยมาเพื่อพวกเรามาเยอะแล้ว” ม.ล.รัมภากล่าว


