เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 มีนาคม ที่ห้องพิจารณา 809 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ครั้งที่ 8 คดีปฏิบัติหน้าที่มิชอบ หมายเลขดำ อ.310/2556 ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ผอ.ศอฉ.)ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ อดีตหัวหน้าชุดสอบสวนคดีการเสียชีวิตของประชาชน และเจ้าหน้าที่รัฐ จากเหตุรุนแรงทางการเมือง ปี 2553 พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ และ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ในฐานะพนักงานสอบสวน เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐาน “เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต และเป็นเจ้าพนักงานสอบสวนกระทำการ โดยมีเจตนากลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ 200 วรรคสอง” กรณีดำเนินคดีนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ฐานสั่งฆ่าประชาชน
จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดี
คดีนี้ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้อง โจทก์ยื่นอุทธรณ์ ชอให้ลงโทษพวกจำเลยด้วย
ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็นว่า พวกจำเลยกระทำผิดตามฟ้องจริง พิพากษากลับให้จำคุกคนละ 3 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยไว้คนละ 2 ปี ไม่รอลงอาญา
จำเลยทั้งสี่ ยื่นฎีกา
ต่อมาวันที่ 2 ก.พ. 66 ศาลนัดอ่านคำพิพากษาฎีกาคดีนี้อีกครั้ง แต่นายธาริต มอบหมายให้ทนายความ ยื่นคำร้องพร้อมใบรับรองแพทย์ขอเลื่อนฟังคำพิพากษาศาลฎีกาออกไปก่อน เนื่องจากต้องเข้ารพ.ผ่าตัดนิ่วในไต โดยแพทย์ ให้รักษาและรอดูอาการเป็นเวลา 3 เดือน
อย่างไรก็ตามศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า นายธาริต จำเลยที่ 1 ขอเลื่อนฟังคำพิพากษาฎีกาโดยอ้างว่าป่วยมาแล้วหลายครั้งนานกว่า 1 ปี มีเจตนาประวิงคดีให้ล่าช้า และมีพฤติการณ์หลบหนี จึงให้ออกหมายจับนายธาริตเพื่อมาฟังคำพิพากษาฎีกา
วันนี้จำเลยทั้งหมด ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษาศาลฎีกา โดยนายธาริตได้หลบผู้สื่อข่าวคาดว่าเข้าทางด้านหลังศาล ขณะที่ส่วนฝ่ายโจทก์มีทีมทนายมาร่วมฟัง
นายธาริตได้ยื่นคำร้องหลายฉบับโดย 1 ในนั้นมีการยื่นขอกลับคำให้การเป็นรับสารภาพ ขณะนี้อยู่ระหว่างศาลมีคำสั่ง
- .เลื่อนอ่านฎีกาครั้งที่ 8 คดีธาริต-พวก ผิดม.157 แจ้งข้อหา มาร์ค-สุเทพ สั่งฆ่าประชาชน
- ธาริต เผยเหตุผลยื่นคำร้อง- รับสารภาพ คดีผิดม.157แจ้งข้อหา มาร์ค-สุเทพ สั่งฆ่าประชาชน

