ปคบ.ร่วม สสจ.ชลบุรี ลุยต่อเนื่อง 3 จุด รวบ 3 หมอเถื่อนเปิดคลินิกความงาม รักษาโรค

24.03.23 | 18:57 น.

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญ, พ.ต.อ.ชัฏฐ นากแก้ว, พ.ต.อ.ปัญญา กล้าประเสริฐ รอง ผบก.ปคบ., ว่าที่ พ.ต.อ.สุพจน์ พุ่มแหยม ผกก.4 บก.ปคบ., สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี โดย นพ.อภิรัต กตัญญุตานนท์ และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชลบุรี ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติกรณีจับกุมบุคคลแอบอ้างตัวเป็นแพทย์ทำการรักษาโรคให้ประชาชนทั่วไป 3 ราย ตรวจค้นคลินิก 3 จุด


สืบเนื่องเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2566 กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ได้ร่วมกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เข้าตรวจค้นคลินิกในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และ จ.ปทุมธานี จำนวน 2 จุด ดำเนินคดีคลินิกเถื่อน และจับกุมแพทย์เถื่อน 2 ราย เนื่องจากส่งผลกระทบกับสุขภาพของประชาชนโดยตรง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเฝ้าระวังการกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง กระทั่งต่อมา กก.4 บก.ปคบ.ได้รับการประสานจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี (สสจ.ชลบุรี) ว่ามีประชาชนแจ้งเบาะแสให้ทำการตรวจสอบคลินิกที่เปิดดำเนินกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต และรักษาโดยบุคคลอ้างตัวเป็นแพทย์ซึ่งไม่มีใบประกอบวิชาชีพ ในเขตพื้นที่ จ.ชลบุรี จึงลงพื้นที่ทำการสืบสวนพบว่า มีการเปิดคลินิกโดยมีบุคลากรที่ไม่ใช่แพทย์ทำการรักษาให้แก่ประชาชนโดยทั่วไปจริง จนนำไปสู่การตรวจค้นจับกุมในครั้งนี้

ในวันที่ 21 มีนาคม 2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ.ได้ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี นำหมายค้นของศาลจังหวัดชลบุรี เข้าตรวจค้นสถานพยาบาลในพื้นที่ จ.ชลบุรี จำนวน 3 จุด รายละเอียดดังนี้
1.คลินิกเสริมความงามบนห้างแหลมทอง ตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 ภายในห้างสรรพสินค้าแหลมทองบางแสน เลขที่ 278/2 ถนนลงหาดบางแสน ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี พบว่าคลินิกดังกล่าวเปิดให้บริการเสริมความงามแก่ประชาชนทั่วไป และพบ น.ส.ริญญาภัทร (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี ทำการฉีดวิตามินบำรุงผิวเข้าเส้นเลือดให้กับผู้มารับบริการ เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าสถานพยาบาลดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ และไม่มีใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล อีกทั้งผู้ทำการตรวจรักษาไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม โดย น.ส.ริญญาภัทรกล่าวอ้างว่าจบหลักสูตรผู้ช่วยพยาบาล ไม่มีงานประจำเป็นหลักแหล่ง โดยรับจ้างทำหัตถการตามคลินิกต่างๆ (การใช้เข็มฉีด หรือใช้เครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์กับร่างกายตามแพทย์สั่ง) แล้วแต่จะมีผู้ใดจ้างไปทำงาน โดยก่อนถูกจับกุมได้เดินทางไปเที่ยวในพื้นที่ เขตพัทยา จ.ชลบุรี ในระหว่างนั้นต้องการหาค่าเดินทาง จึงเข้าไปหางานในกลุ่มหางานพยาบาล จากนั้นจึงสมัครและมาทำงานคลินิกดังกล่าวเป็นครั้งแรก โดยปกติจะรับงานในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยทำมาแล้วเป็นเวลา 1 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จับกุม น.ส.ริญญาภัทร พร้อมตรวจยึดยาแผนปัจจุบันที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง และยาแผนปัจจุบันที่ยังไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา จำนวน 16 รายการ ตรวจยึดเวชระเบียนผู้มารับบริการ, วัสดุ อุปกรณ์ เป็นของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ.ดำเนินคดี

2.คลินิกเสริมความงามย่านบางแสน ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี พบว่าคลินิกดังกล่าวเปิดให้บริการเสริมความงามแก่ประชาชนทั่วไป และพบ น.ส.ฐาปณีย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี ทำการฉีดวิตามินบำรุงผิวเข้าเส้นเลือดให้กับผู้มารับบริการ เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบพบว่า สถานพยาบาลดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ และไม่มีใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล อีกทั้งผู้ทำการตรวจรักษาโรคให้กับประชาชนทั่วไปนั้นไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม โดย น.ส.ฐาปณีย์รับว่าจบการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 และไม่เคยมีประสบการณ์ หรือความรู้ทางการแพทย์มาก่อน โดยทำมาแล้วประมาณ 2 เดือน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จับกุม น.ส.ฐาปณีย์ และได้ตรวจยึดยาแผนปัจจุบันที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง และยาแผนปัจจุบันที่ยังไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา จำนวน 70 รายการ ตรวจยึดเวชระเบียนผู้มารับบริการ, วัสดุ อุปกรณ์ เป็นของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ.ดำเนินคดี

Advertisement

3.คลินิกเวชกรรม พื้นที่ ต.บึง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จากการตรวจสอบพบว่าคลินิกดังกล่าวเปิดรักษาโรคทั่วไปให้กับประชาชน โดยขณะเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจค้น พบ นายอาทิตย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี แสดงตัวเป็นแพทย์ทำการตรวจรักษา เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบพบว่าสถานพยาบาลดังกล่าวมีใบประกอบกิจการสถานพยาบาล และใบดำเนินการสถานพยาบาลถูกต้อง แต่แพทย์ที่ทำการรักษาโรคให้กับประชาชนทั่วไปนั้นไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมแต่อย่างใด โดยนายอาทิตย์รับว่าเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และรับว่าคลินิกดังกล่าวมีภรรยาเป็นผู้ประกอบกิจการสถานพยาบาล ตนเองพอจะมีความรู้ด้านการรักษา ประกอบกับเนื่องจากค่าจ้างแพทย์แพง เพื่อประหยัดต้นทุนจึงตรวจรักษาเอง เจ้าหน้าที่จึงได้จับกุมนายอาทิตย์ พร้อมตรวจยึดอุปกรณ์ในการรักษาและยาแผนปัจจุบัน จำนวน 6 รายการ เป็นของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ.ดำเนินคดี รวมตรวจค้นคลินิก 3 จุด แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหา 3 ราย ดังนี้

1.น.ส.ริญญาภัทร (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี ในความผิดฐาน “ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต, ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต, ขายยาที่ยังไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา” โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหา

2.น.ส.ฐาปณีย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี ในความผิดฐาน “ประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต, ดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต, ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต, ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต, ขายยาที่ยังไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา” เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การภาคเสธ โดยรับว่าประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาตเท่านั้น

3.นายอาทิตย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี ในความผิดฐาน “ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต, ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต” โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา

อนึ่ง การปล่อยให้บุคคลที่มิใช่แพทย์มาให้บริการรักษา ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลจะถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 ฐาน “ปล่อยปละละเลยให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่ผู้ประกอบวิชาชีพทำการประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาล” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจมีคำสั่งทางปกครองให้ปิดสถานพยาบาลเป็นการชั่วคราว หรืออาจถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตได้ โดยหากพบการกระทำความผิดพนักงานสอบสวนจะมีการออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องมารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป

การกระทำของผู้ต้องหาดังกล่าวเป็นความผิดตาม
1.พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 ฐาน “ประกอบวิชาชีพเวชกรรม โดยไม่ได้รับอนุญาต” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2.พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 ฐาน “ประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต และดำเนินกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
3.พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 ฐาน “ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท
4.พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 ฐาน “ขายยาที่ยังไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ. กล่าวฝากความห่วงใยมายังพี่น้องประชาชนว่า ก่อนเข้ารับการรักษาโรค หรือเสริมความงามตามสถานพยาบาลต่างๆ ควรตรวจสอบการได้รับอนุญาตของคลินิกและแพทย์ที่ทำการรักษาก่อนในเบื้องต้น เพราะอาจทำให้ได้รับความเสี่ยงในการวินิจฉัยและรับการรักษาที่ไม่ถูกต้องจากบุคลากรที่ไม่ใช่แพทย์ และแจ้งเตือนไปยังผู้ที่ลักลอบกระทำความผิด ไม่ว่าจะเป็นบุคคลที่สวมรอยเป็นหมอ, หมอเถื่อน หรือคลินิกเถื่อน ให้หยุดพฤติการณ์ดังกล่าวทันที เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการจับกุมอย่างต่อเนื่อง หากตรวจพบจะดำเนินคดีโดยเด็ดขาด พี่น้องประชาชนหากพบสถานพยาบาล หรือแพทย์ที่ต้องสงสัยว่าอาจอยู่ในลักษณะหมอเถื่อน หรือคลินิกเถื่อน สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สายด่วน บก.ปคบ.1135 หรือเพจ ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภค