วันที่ 9 ธันวาคม 2559 เมื่อเวลา 09.30 น. พ.ต.อ.สุรพงษ์ ธรรมพิทักษ์ ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยาจ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งพบกระเป๋าเจมบอนด์ต้องสงสัยวางไว้ใต้ไม้ ทางเข้าลานจอดรถ โบราณสถานวัดมหาธาตุ ตรงข้ามกับตลาดนัดองค์การโทรศัพท์ จึงได้ประสาน หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด กก.สส.ภ.จว. พระนครศรีอยุธยา ไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบกระเป๋าเจมส์บอนด์สีดำ แบบปิดปิดด้วยการใส่รหัส วางพิงไว้กับต้นไม้ประกาศตามหาเจ้าของกระเป๋าไม่มีใครแสดง จากนั้นได้กันประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้ออก ห่างจากจุดเกิดเหตุ ปิดการจราจรไม่ให้รถยนต์ผ่านใกล้บริเวณที่เกิดเหตุโดยเด็ดขาด ท่ามกลาง ความตกใจและสงสัยของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่กำลังมาท่องเที่ยวชมโบราณสถาน จากนั้นเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดหรือEOD ได้ทำการกันประชาชนให้ออกห่างจากจุดเกิดเหตุในรัศมี 200 เมตร ทำการระเบิดเปิดกระเป๋าออก เข้าทำการตรวจสอบโดยรอบไม่พบ ว่าภายในกระเป๋าบรรจุอะไร จึงได้ทำการเก็บลายนิ้วมือแฝง ที่ตัวกระเป๋าและบันทึกภาพกระเป่าเก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนนายสุรชัย สันป่าตรี อายุ 38 ปี คนขายมะพร้าว ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงพบกระเป๋าต้องสงสัยทราบว่า ตนเองมาขายมะพร้าวตั้งแต่เวลา 08.00 น.ไม่พบเห็นกระเป๋าจนเวลาประมาณ09.00 น.เศษ มีแม่ขายล็อตเตอร์รี่ มาบอกว่ากระเป๋าใครวางอยู่ที่ต้นไม้เห็นผิดสังเกตุจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะกระเป๋ามีสภาพใหม่ และนักท่องเที่ยวจะไม่ใช้หรือถือกระเป๋าลักษณะนี้

พ.ต.อ.สุรพงษ์ กล่าวว่าเบื้องต้นภายหลังทำการระเบิดเปิดกระเป๋าแล้วไม่พบว่าภายในกระเป่ามีวัตถุอะไร ในเบื้องต้นสันนิษฐานว่าอาจจะมีใครมาลืมทิ้งเอาไว้ ส่วนจะมีใครจะจงใจนำมาวางเอาไว้ เพื่อสร้างสถานการณ์ข่มขู่ นั้นสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนหาพยานแวดล้อมและตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อคนที่นำกระเป๋ามาวางทิ้งเอาไว้สอบสวนต่อไป
สำหรับบริเวณจุดเกิดอยู่ใกล้กับตลาดนัดองค์การโทรศัพท์ซึ่งมีร้านค้ากว่า 200 ร้าน รวมถึงร้านค้าจำหน่ายต้นไม้อีกว่า 100 ร้านค้า ซึ่งทางศูนย์ดำรงธรรม เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา กำลังมีการจะย้ายร้านค้าทั้งหมดให้ไปจำหน่ายสินค้า ด้านหลังศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยว พระนครศรีอยุธยา หรือหลังศาลากลางกลังเก่า แต่มีกลุ่มผู้ที่ถือครองสิทธิ์เอาไว้แต่ไม่ได้ขายจำนวนมาก ใช้วิธีการให้เช่าพื้นที่ แม่ค้าพ่อค้ามาขายสิน้ค้า การเข้ามาจัดระเบียบร้านค้าย้ายร้านค้า ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะให้สิทธิ์ผู้ค้าตัวจริง อาจจะทำให้ผู้ที่ถือครองสิทธิ์อยู่ไม่พอใจ จึงสร้างสถานการณ์เพื่อข่มขู่ เพราะวันที่ 9 ธ.ค.มีการเรียกพ่อค้าแม่ค้าทั้งตลาดนัดและผู้ค้าต้นไม้เข้าประชุมอยู่ที่สำนักงานเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยาพอดี

