ส่องเกณฑ์ความสุขโลก ‘ไทย’แฮปปี้ขึ้น1อันดับ
เป็นเวลามากกว่า 10 ปีแล้ว ที่มีการเผยแพร่รายงานความสุขโลก หลังจากที่สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) ได้รับรองข้อมติที่ 66/281 ประกาศให้ทุกวันที่ 20 มีนาคมของทุกปีเป็น “วันแห่งความสุขสากล” และมีการจัดทำรายงานความสุขโลกขึ้นเป็นประจำทุกปีโดยเครือข่ายวิชาการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Solutions Network) ด้วยการสนับสนุนของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่จะมีการเผยแพร่รายงานในวันเดียวกันเป็นประจำทุกปี
การจัดทำรายงานความสุขโลก (World Happiness Report) ที่จัดทำขึ้นเป็นปีที่ 11 แล้ว โดยครั้งนี้ดัชนีดังกล่าวมาจากการสัมภาษณ์ผู้คนมากกว่า 1 แสนคนใน 137 ประเทศ จากการประเมินความรู้สึกของผู้คนควบคู่ไปกับข้อมูลทางเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงจาก Gallup World Poll ซึ่งมีเกณฑ์การพิจารณาจาก 6 ปัจจัยสำคัญ ประกอบด้วย การสนับสนุนทางสังคม รายได้ สุขภาพ เสรีภาพ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และปราศจากการทุจริต
โดยเกณฑ์ในการวัดความสุขของผู้คนในประเทศต่างๆ ในปีนี้ได้มีการสอบถามผู้คนใน 5 เรื่องหลัก ประกอบด้วย 1.อะไรคือมุมมองร่วมของสิ่งที่จะใช้วัดความสุขของคนในชาติ รวมถึงพฤติกรรมใดที่เป็นที่ต้องการของผู้คนและองค์กร 2.ความไว้เนื้อเชื่อใจและความเมตตากรุณามีส่วนช่วยชีวิตของผู้คนได้อย่างไรในช่วง 3 ปีของการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมถึงในวิกฤตอื่นๆ 3.อะไรคือประสิทธิภาพของรัฐ และมันส่งผลกระทบกับความสุขของผู้คนอย่างไร 4.พฤติกรรมที่เห็นแก่ผู้อื่นของแต่ละบุคคลส่งผลต่อความสุขของพวกเขาอย่างไร และส่งผลต่อผู้รับ รวมถึงความสุข
โดยรวมในสังคมอย่างไร และ 5.ข้อมูลในโซเชียลมีเดียมีประสิทธิภาพเพียงใดที่จะทำให้เราวัดระดับความสุขและความทุกข์ได้อย่างแพร่หลาย
ในปี 2023 ฟินแลนด์ยังคงครองแชมป์ประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกเป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน โดยผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยในฟินแลนด์ระบุว่า มีปัจจัยสำคัญหลายประการประกอบกันที่ทำให้ฟินแลนด์เหนือกว่าประเทศอื่น ตั้งแต่ระบบสวัสดิการสังคมที่ช่วยให้ชาวฟินแลนด์รู้สึกว่าพวกเขาได้รับการดูแล นอกจากนี้ ยังมีการให้สิทธิประโยชน์กับคนว่างงานอย่างมาก การรักษาพยาบาลที่เกือบจะฟรี ทั้งหมดนี้ช่วยบรรเทาความทุกข์ยาก และทำให้ชาวฟินแลนด์น้อยมากที่รู้สึกไม่พอใจในชีวิตความเป็นอยู่ของตนเอง ขณะที่การวางผังเมืองรวมถึงสภาพแวดล้อมก็ทำให้พวกเขารู้สึกมั่นคง ปลอดภัย และมีความสุข ซึ่งมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับความยั่งยืนทางสังคมและทำให้ผู้คนรู้สึกเชื่อมโยงกับชุมชน
ในปี 2023 กลุ่มประเทศนอร์ดิกครองแชมป์ประเทศที่มีความสุขอีกครั้ง โดย 8 ใน 10 ประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกล้วนแต่อยู่ในยุโรป ที่ตามหลังฟินแลนด์คือ เดนมาร์กในอันดับ 2 ตามมาด้วยไอซ์แลนด์ มีอิสราเอลที่เป็นประเทศนอกภูมิภาคที่แทรกเข้ามาอยู่ในอันดับที่ 4 จากนั้นเป็นเนเธอร์แลนด์ สวีเดน นอร์เวย์ สวิตเซอร์แลนด์ ลักเซมเบิร์ก และปิดท้ายด้วยนิวซีแลนด์ในอันดับ 10
ส่วนลิทัวเนียกลายเป็นประเทศใหม่เพียงประเทศเดียวที่อยู่ใน 20 อันดับแรกในปีนี้โดยขยับขึ้นมามากกว่า 30 อันดับตั้งแต่ปี 2017 ด้านอังกฤษซึ่งเคยอยู่ในอันดับ 3 ในปีที่แล้ว ร่วงลงมาอยู่ที่อันดับ 19 ตามหลังสหรัฐอเมริกาที่อันดับ 15 และออสเตรเลียในอันดับที่ 12 ส่วนฝรั่งเศสหลุดจาก 20 อันดับแรกไปอยู่ที่ 21 ในปีนี้
สำหรับประเทศที่ประชาชนมีความสุขน้อยที่สุดในโลก 10 อันดับสุดท้ายของตาราง อัฟกานิสถานครองบ๊วยที่อันดับ 137 ตามด้วยเลบานอน เซียร์ราลีโอน ซิมบับเว คองโก บอตสวานา มาลาวี คอโมโรส แทนซาเนีย และแซมเบีย
แม้โลกจะเกิดวิกฤตต่อเนื่องกันหลายครั้ง ซึ่งรวมถึงการแพร่ระบาดของโควิด-19 และสงครามยูเครน แต่นักวิจัยพบว่าค่าเฉลี่ยความพึงพอใจในชีวิตของคนทั่วโลกในระหว่างปี 2020-2022 กลับสูงพอๆ กับช่วงก่อนเกิดโควิด-19 โดยจอห์น เฮลลิเวลล์ นักเศรษฐศาสตร์และบรรณาธิการของรายงานความสุขโลก กล่าวว่า ความสุขโดยเฉลี่ยและอันดับประเทศต่างๆ ทั้งในด้านอารมณ์และการประเมินการใช้ชีวิตค่อนข้างคงที่ในช่วง 3 ปีของการแพร่ระบาดใหญ่ แม้ในระหว่างช่วงปีที่ยากลำบากเหล่านี้อารมณ์เชิงบวกยังคงมีมากกว่าอารมณ์เชิงลบถึง 2 เท่า และความรู้สึกเชิงบวกจากการได้รับการสนับสนุนจากสังคมก็ยังแข็งแกร่งกว่าความรู้สึกเหงาถึง 2 เท่าด้วย
ปีนี้ยังเป็นปีแรกที่การจัดทำรายงานความสุขโลกได้นำเอาสถานการณ์ในยูเครนมาประกอบการพิจารณา ซึ่งประเทศยูเครนอยู่ในอันดับที่ 92 ขณะที่รัสเซียอยู่ในอันดับที่ 70 ในปีที่ผ่านมาความเมตตากรุณาของผู้คนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในยูเครนแต่ลดลงในรัสเซีย แม้ว่าความเสียหายและความทุกข์ทรมานในยูเครนจะมากมายมหาศาล แต่การประเมินความพอใจในชีวิตของชาวยูเครนเมื่อเดือนกันยายน 2022 ยังคงมีคะแนนสูงกว่าในช่วงที่รัสเซียผนวกไครเมียในปี 2014 เชื่อว่าน่าจะเป็นเพราะชาวยูเครนได้รับการสนับสนุนจากการที่พวกเขามีสำนึกในจุดมุ่งหมายร่วมกัน ความเมตตากรุณา และความเชื่อมั่นในผู้นำประเทศของตน
ขณะที่ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 60 ในปีนี้ไต่ขึ้นมา 1 อันดับ จากอยู่ที่อันดับ 61 ในปี 2022 เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียน ประเทศที่มีอันดับความสุขสูงที่สุดคือ สิงคโปร์ ที่อันดับ 25 ตามด้วยมาเลเซีย ที่อันดับ 55 ตามหลังไทยคือเวียดนามที่ 65 ฟิลิปปินส์ที่ 76 อินโดนีเซีย อันดับที่ 84 ลาว อันดับที่ 89 กัมพูชา อันดับ 115 เมียนมา 117 โดยบรูไนไม่ได้รวมอยู่ในการจัดอันดับแต่อย่างใด

