มาแล้ว “หลานกระเรียน” ตัวแรกหลังปล่อย รุ่นลูก สู่ธรรมชาติ
วันที่ 25 มีนาคม เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช รายงานว่า ล่าสุดจากการติดตามของคณะเจ้าหน้าที่ ได้พบนกกระเรียนพันธุ์ไทย ซึ่งคาดว่าเป็นรุ่นลูกของนกกระเรียนที่ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ สังเกตได้จากการที่ไม่มีห่วงขา จำนวน 2 ตัว จับคู่หากินร่วมกันบริเวณทุ่งนาด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด ใกล้กับบ้านฝังงา นกคู่ดังกล่าวได้ทำรังและวางไข่ จำนวน 2 ฟองในทุ่งนา ลูกนกกระเรียนได้ฟักออกจากไข่ จำนวน 1 ตัว และพบเดินหากินตามพ่อแม่นกในอ่างเก็บน้ำเมื่อระดับน้ำเหมาะสมและอาหารสมบูรณ์

นับเป็นรายงานครั้งแรกที่นกกระเรียนในรุ่นลูกจับคู่กันแล้วให้กำเนิดนกกระเรียนในรุ่นหลานได้ ความสำเร็จของงานอนุรักษ์ในการปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติเพื่อฟื้นฟูประชากรสัตว์ป่าที่เคยสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติของประเทศไทยให้กลับคืนมา ณ ปัจจุบัน เริ่มปรากฏผลให้เห็นเป็นรูปธรรมเชิงประจักษ์เด่นชัดแล้วจากรุ่นสู่รุ่น
นกกระเรียนพันธุ์ไทยเป็นสัตว์ป่าสงวนของไทยตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 และอยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (Critically Endangered : CR) ตามบัญชีแดงของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.) มีแหล่งกระจายพันธุ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม และเคยสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติของประเทศไทย

ปัจจุบันพบได้เพียงในธรรมชาติของจังหวัดบุรีรัมย์จากโครงการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติโดยองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และหน่วยงานพันธมิตร ที่ได้เริ่มมีการปล่อย ณ พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 หลังจากนั้นพบนกกระเรียนจับคู่เป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2557 และเริ่มพบการทำรังในปี พ.ศ. 2559 ได้ลูกนกกระเรียนที่มีชีวิตรอดในธรรมชาติในปีแรกจำนวน 3 ตัว
จากจุดเริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน พ.ศ. 2566 มีการปล่อยนกกระเรียนทั้งสิ้นจำนวนรวม 156 ตัว ทั้งที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มากและเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน จังหวัดบุรีรัมย์ หลังจากที่เคยสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติกว่า 50 ปี โดยพบนกกระเรียนครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2511 บริเวณชายแดนติดประเทศกัมพูชา

