หน้าแรก ในประเทศ ท่วมเมืองตรัง...

ท่วมเมืองตรังยังวิกฤต พนังกั้นแตกอีก 4 จุด ทุกพื้นที่เต็มไปด้วยน้ำกว่าหมื่นไร่

9.12.16 | 16:55 น.

วันที่ 9 ธันวาคม 2559 เมื่อเวลา 10.00น.นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นางกุลธารินท์ โรจนสุรสีห์ ป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง นายนันธวัช เจริญวรรณ นายอำเภอเมืองตรัง นายชรัต สุรินทร์รัตน์ นายก อบต.บางรัก พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ปภ. ท้องถิ่นท้องที่ เดินทางเข้าสำรวจพื้นที่บริเวณอำเภอเมืองตรัง ที่ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านาโดยเฉพาะพนังกั้นน้ำแม่น้ำตรังในพื้นที่ 4 ตำบล ประกอบด้วย ต.นาตาล่วง ต.หนองตรุด ต.นาโต๊ะหมิง และ ต.บางรัก พังเพิ่มขึ้น อีก 3 จุด คือ หมู่ที่ 2 ต.หนองตรุด ,หมู่ที่ 3 ต.นาตาล่วง และหมู่ที่ 6 ต.บางรัก  ทำให้สถานการณ์น้ำท่วมในเขตอำเภอเมืองตรังในครั้งนี้วิกฤตในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา

จากการนั่งเรือท้องแบนเข้าสำรวจพบว่า บริเวณพื้นที่ดังกล่าวทั้งที่เป็นที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน สวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน เรือกสวนไร่นา ถูกน้ำท่วม บางจุดท่วมเห็นเพียงยอดของต้นปาล์มเท่านั้น บ้านชาวบ้านบางแห่ง จมอยู่ใต้บาดาล บางหลังเห็นแต่หลังคา มองเห็นผิวน้ำสุดลูกหูลูกตา กลายเป็นท้องทะเลกว้าง

นายสมบัติ  ผลประยูร นายก อบต.หนองตรุด กล่าวว่า  ความเสียหายของพนั งกั้นแม่น้ำตรังในพื้นที่หมู่ที่  2 บ้านปากหมัน ต.หนองตรุด ที่พังขาด เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 60 เมตร  เสาไฟฟ้าหักโค่น 3 ต้น ต้นยางนาขนาดใหญ่จำนวน 2 ต้น จำนวนมหาศาลได้ทะลักลงไป ในสวนยางพาราทำหักโค่นจมหายอยู่ ในน้ำประมาณ 30 ไร่ นอกจากนี้พนังกั้ นแม่น้ำตรังของหมู่ที่ 3 บ้านป่าหมาก ต.นาตาล่วง ได้ขาดพังทลายลงด้วยยาวประมาณ 40 เมตร ทำให้น้ำไหลทะลักท่วมพื่นที่ด้ านหลังพนังกั้นน้ำ และพื้นที่ ต.หนองตรุด ต.บางรัก ต.นาตาล่วง ต.นาโต๊ะหมิง อ.เมือง ต้อ งอพยพขนย้ายข้าวของหนีน้ำขึ้นมา อยู่ริมถนนเพิ่มเติมอีกหลายร้ อยครัวเรือน   ในส่วนของตำบลหนองตรุดเดือดร้อน ทั้ง 9 หมู่บ้าน  รวมจำนวน 783 ครัวเรือน โดยเฉพาะที่หนักสุดคือ หมู่ที่ 1,2,3  พื้นที่ทางเกษตรเสียหายกว่า 5,000 ไร่

นายศิริพัฒ กล่าวว่า แม้ว่าทางจังหวัดจะได้มีการเตรียมการรองรับไว้แวก็ตาม ไม่คาดคิดว่า พนังกั้นน้ำพังจะพังเพิ่มขึ้นจากแรงดันของกระแสน้ำจำนวนมหาศาล ไหลบ่าท่วมบ้านชาวบ้าน สวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน เรือกสวนไร่นา ท้องทุ่ง หนอง ซึ่งเป็นที่รับน้ำ พนังกั้นน้ำที่สร้างขึ้นมารองรับได้เฉพาะกรณีที่เกิดภัยน้ำท่วมไปรุนแรง แต่ครั้งนี้รุรแรงและวิกฤตมาก

นายศิริพัฒ กล่าวอีกว่า ไม่สามารถคาดเดาได้ว่า พนังตรงจุดไหนอ่อน และแข็งแรงที่สุดเนืองจากมันอยู่ในดิน ไม่สามารถมองเห็นรอยร้าวได้ เมื่อพนังแตกแล้ว มันก็จะแตกไปเรื่อยๆซึ่งเป็นเรื่องของทางกายภาพ จึงเป็นภัยที่ไม่คาดคิดว่าพนังจะแตก จึงต้องช่วยกัน โดยที่ขณะนี้พนังแตกเพิ่มเป็น 3 ตำบล  4 จุด คือ ตำบลบางรัก ต.นาตาล่วงและ ต.หนองตรุด ขณะนี้อยู่ในช่วงจุดพีท เมื่อพนังแตก กระแสน้ำที่ไหลมาจากอำเภอห้วยยอด ลงที่จุดนี้ทั้งหมด แม้ว่าบริเวณนี้จะมีการก่อสร้างคลองลัดน้ำเป็นแก้มลิงเพื่อรับน้ำแต่น้ำก็ท่วมคลองลัดน้ำสายดังกล่าวเช่นกัน ปริมาณน้ำจำนวนมหาศาลไหลลงมาแผ่เป็นหน้ากระดาน   จากการคาดการณ์พื้นที่น้ำท่วมในแนวระนาบเดียวกัน กลายเป็นแอ่งกระทะมีพื้นที่หลายตำบล หลายหมู่บ้าน ไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นไร่ที่ท่วมและอาจจะมีสภาพอย่างนีเป็นอาทิตย์ เนื่องจากน้ำบริเวณดังกล่าวไหลธรรมชาติ ภัยน้ำท่วมที่เกิดขึ้น

Advertisement

201612091417355-20021028190241

“เราไม่สามารถสร้างสิ่งก่อสร้างหรือระบบชลประทานได้ทันได้เพียง 3เดือน หรือ 5 เดือน ต้องมองปัญหาไม่ใช่เป็นเพียงการขุดลอก แต่จะต้องแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ จะต้องมีการสร้างคลองส่งน้ำ ทางระบายน้ำ ฝายกั้นน้ำ ฝายทดน้ำ และอาจจะมีแก้มลิง คลองตัดตรง และคลองลัดน้ำที่กำลังก่อสร้างอยู่ในขณะนี้ เรื่องนี้ต้องทำแม้ว่าจะต้องมีการเวนคืนที่ดิน จะต้องปัญหาเป็นระบบชลประทาน สำหรับพนังกั้นน้ำใช้ได้ผลในระดับหนึ่ง ในงบประมาณระดับหนึ่ง แต่ถ้ามีงบประมาณมากกว่านี้ก็จะแข็งแรงกว่านี้ เชื่อว่าการสร้างพนังกั้นน้ำไม่ใช่เป็นการแก้ปัญหาแบบยั่งยืนเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และระยะปานกลาง”นายศิริพัฒ กล่าว