วันที่ 9 ธันวาคม 2559 เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา พล.ต.ต.ทัตธงสักก์ ภู่พันธัชสีห์ ผบก.ตร.ภ.จว.สตูล , พ.ต.อ.จิระวัฒน์ พยุงธรรม รองผบก.ภ.จว.สตูล , พ.ต.อ.นิพล เหมสลาหมาด รองผบก.ภ.จว.สตูล ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.เสกสิทธิ์ ปรากฏชื่อ รองผกก.สส. , พ.ต.ท.อดิศักดิ์ ตาแหลม สว.สส. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ เข้าสืบสวนเครือข่ายลักทรัพย์รถจยย.ในพื้นที่ควนกาหลงโดยตรวจสอบยึด ร้านซ่อมรถจยย. ในหมู่ที่ 1 ต.ควนกาหลง อ.ควนกาหลง จ.สตูล โดยนายป้อมเพชร แดงนวล อายุ 28 ปี เป็นเจ้าของร้านดังกล่าว
จากการตรวจสอบภายในร้านพบ รถจยย.ลักษณะเป็นพิรุธ จำนวน 8 คัน สภาพรถบางส่วนเหลือแต่โครง มีการถอดอะไหล่ชิ้นส่วนออก จึงขอตรวจหลักฐานเอกสารรถทั้งหมด แต่ไม่สามารถนำมาแสดงได้ เนื่องจากรถคันดังกล่าว เป็นรถที่ลูกค้านำมาซ่อมแล้วไม่ยอมมาเอาคืน โดยเบื้องต้นจากการตรวจสอบเลขทะเบียนรถ กลับพบว่ารถบางคันได้ถูกแจ้งหายไว้ที่ สภ.ควนกาหลง จำนวน 1 คัน โดยสภาพรถเหลือแต่โครง
ด้านเจ้าทุกข์เมื่อทราบข่าวการตรวจยึดรถ ได้นำเลขทะเบียนรถมายืนยันว่า 1 ในนั้นเป็นรถของนายสว่าง วงศ์ญายะ อายุ 52 ปี ซึ่งแจ้งหายไปเมื่อ เดือนต.ค.2559 ที่ผ่านมา ซึ่งทางตำรวจได้ให้เจ้าทุกข์แจ้งกับ สภ.ท้องที่รถหาย เพื่อติดต่อขอรถคืน การตรวจสอบยังพบอีกว่า มีรถจยย. ที่แจ้งหาย ที่ สภ.ควนโดน จำนวน 2 คัน ซึ่งการตรวจสอบพบแต่แผ่นป้ายทะเบียน แต่กลับไม่รถจยย.ทั้ง 2 คันดังกล่าว ส่วนรถที่เหลือ ได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อหาที่มาของรถจยย. และจากการเข้าตรวจสอบในครั้งนี้ ได้ขอตรวจค้นภายในร้านซ่อมจยย.พื้นที่ดังกล่าว พบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ลูกซองสั้น จำนวน 1 กระบอก
ขณะที่ นายป้อมเพชร แดงนวล ได้ยืนยันว่า ได้รับจำนำปืนดังกล่าวจากนายกุ๊ก ไม่ทราบชื่อสกุลจริง จำนวน 3,500 บาท จึงตรวจยึด และควบคุมตัว ดำเนินคดีในข้อหา “ดำเนินกิจการ (ซ่อมปรับแต่งเครื่องยนต์) ที่ราชการส่วนท้องถิ่นกำหนดให้เป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยไม่ได้รับอนุญาต จากเจ้าพนักงานท้องถิ่น และ พ.ร.บ. มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

พ.ต.อ.วิชชภัณฑ์ จันทรภรณ์ ผกก.สส.ภ.จว.สตูล กล่าวว่า การจับกุมในครั้งนี้เป็นการทำงานต่อเนื่อง จากการขยายผลหลังพบมีรถจยย. หายบ่อยครั้ง ซึ่งรถจยย.ที่ตรวจยึดในครั้งนี้จำนวน 8 คัน เพื่อตรวจสอบว่ามีการแจ้งความหายในท้องที่ใดบ้าง และเป็นนโยบายหลักของผู้บังคับบัญชา ในการบรรเทาทุกข์ให้กับเหยื่อแก้งโจรกรรมรถจยย. ที่ซื้อรถจยย.มาแล้วไม่ได้ใช้ แต่ต้องมานั่งผ่อนทุกเดือน โดยลักษณะของการกระทำผิดพบว่า มีการทำมาชำแหละ แยกชิ้นสิ้นขายในราคาถูกให้เกษตรกรชาวสวนยาง ในราคา คันละ 1,000 – 2,000 บาท

