แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เผย 8 สัญญาณเตือน “ซึมเศร้าในคนท้อง-หลังคลอด” ขอแรงพ่อช่วยแม่เลี้ยงลูก-พาเที่ยว บรรเทาความเครียด
เมื่อวันที่ 27 มีนาคม นพ.ธิติพันธุ์ น่วมศิริ สูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ (MFM) ศูนย์สุขภาพผู้หญิง (Women’s Health Center) โรงพยาบาล (รพ.) นวเวช กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และภาวะซึมเศร้าในคนท้องว่า การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ขณะตั้งครรภ์ เกิดขึ้นจากหลายปัจจัย โดยมีฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงเป็นสาเหตุหลัก รวมไปถึงอาการเจ็บป่วยขณะตั้งครรภ์ ความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ปัญหาส่วนตัวต่างๆ ก็เป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ได้ ฉะนั้น สิ่งที่คุณแม่ต้องทำ คือ ระลึกไว้ว่าเมื่อมีการตั้งครรภ์ก็จะมีความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ได้ ซึ่งอาการจะดีขึ้นเมื่อฮอร์โมนคงที่ อย่าโทษตัวเองและคนอื่น เปลี่ยนมาดูแลสุขภาพกายให้แข็งแรง พักผ่อนและรับประทานอาหารให้เพียงพอ
“คุณพ่อและคนรอบข้างต้องเข้าใจบทบาทของตนเอง คอยช่วยเหลือดูแลภรรยาในด้านต่างๆ เช่น ช่วยเหลืองานบ้าน ดูแลจัดสถานที่ในบ้าน ที่นอน เครื่องใช้ต่างๆ ให้เหมาะสมกับคุณแม่ตั้งครรภ์ ช่วยประคับประคองทางจิตใจ ทำกิจกรรมที่ช่วยให้คุณแม่อารมณ์ดีและผ่อนคลาย เช่น พาไปเที่ยวพักผ่อน ช่วยนวดผ่อนคลายความเมื่อยล้า เป็นต้น รวมถึงช่วยเลี้ยงลูกในช่วงหลังคลอด แต่ถ้าหากอาการที่ผิดปกติทางอารมณ์ไม่ดีขึ้น อย่าปล่อยให้กลายเป็นปัญหาครอบครัว สามารถปรึกษาคุณหมอที่ฝากครรภ์ได้” นพ.ธิติพันธุ์กล่าว
นพ.ธิติพันธุ์กล่าวต่อว่า สำหรับภาวะซึมเศร้าขณะตั้งครรภ์และหลังคลอด สามารถพบได้บ่อยกว่าที่เราคิด ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรงและสามารถดีขึ้นได้เอง โดยคุณแม่และคนรอบข้างต้องช่วยกันปรับตัวและแก้ไขปัญหา แต่หากไม่ดีขึ้นหรือมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบแจ้งให้คุณหมอที่ฝากครรภ์ทราบ เช่น 1.ซึมเศร้า หม่นหมอง หดหู่ ร้องไห้ 2.ความรู้สึกสนุก สนใจ ทำกิจวัตรประจำวันที่เคยชอบลดลง หรือรู้สึกเบื่อหน่ายในการดูแลลูก 3.เบื่ออาหารหรืออยากกินอาหารตลอดเวลา 4.ไม่มีกะจิตกะใจทำอะไร เหนื่อยง่าย อ่อนเพลียตลอดเวลา 5.การนอนเปลี่ยนแปลง อาจง่วงนอนอยู่ตลอดเวลา หรือนอนไม่หลับ 6.รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า เป็นแม่ที่ไม่มีความสามารถ 7.ไม่มีสมาธิ จดจ่อในสิ่งที่ทำลดลง และ 8.มีความคิดที่จะฆ่าตัวตาย ซึ่งถ้าคุณหมอตรวจแล้ว สงสัยว่าจะมีภาวะซึมเศร้าแบบรุนแรงจำเป็นต้องส่งปรึกษาจิตแพทย์ เพื่อช่วยในการดูแลอย่างเหมาะสม และอาจต้องใช้ยารักษา โดยคุณหมอก็จะเลือกยาที่ปลอดภัยกับทั้งแม่และลูกมากที่สุด

