‘ชัชชาติ’ ตั้งงบปี67 ‘9 หมื่นล้าน’ เตรียมกระจายลงเขต จ่อเจรจาชาวบ้านรุกล้ำคลอง ดึง AI จ้องจับคนผิด
เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ที่ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 8/2566 ว่าวันนี้เป็นการประชุมติดตามความคืบหน้างานในหลายเรื่อง โดยเรื่องแรกเป็นเรื่องการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 โดยตั้งไว้ที่ 9 หมื่นล้านบาท เป็นการจัดทำงบแบบสมดุล คือรายรับเท่ากับรายจ่าย ซึ่งประมาณการรายรับแบ่งเป็น กทม.จัดเก็บเอง 24.11% (ภาษีอากร ค่าธรรมเนียม/ค่าใบอนุญาต/ค่าปรับ/ค่าบริการ รายได้จากทรัพย์สิน รายได้จากการสาธารณูปโภค/การพาณิชย์และกิจกรรมอื่น รายได้เบ็ดเตล็ด) และส่วนราชการอื่นจัดเก็บให้ 75.89% ส่วนรายจ่ายแบ่งออกเป็น ค่าใช้จ่ายบุคลากร 24.54% ค่าใช้จ่ายดำเนินงานขั้นพื้นฐาน 19.07% ค่าใช้จ่ายอุดหนุน 4.06% งบกลาง 19.96% โครงการต่อเนื่อง 20.39% และงบประมาณคงเหลือที่สามารถบริหารได้ 11.98% ซึ่งจะเน้นที่เส้นเลือดฝอย กระจายลงเขตเพื่อปรับปรุงสภาพที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง ระบบระบายน้ำต่างๆ ลานกีฬา ศูนย์บริการสาธารณสุข ฯลฯ ให้เข้มแข็งขึ้น
นายชัชชาติกล่าวว่า เรื่องต่อมาคือการแก้ไขปัญหาไฟฟ้าดับ จากการสำรวจ 140,597 ดวง พบไฟฟ้าดับ 22,645 ดวง แก้ไขแล้ว 21,174 ดวง และยังคงดับ 1,471 ดวง ได้เร่งรัดให้แล้วเสร็จปลายเดือนนี้ ขณะเดียวกันได้มีการเปลี่ยนไฟเป็น LED อีก 3 หมื่นดวง โดย 5,000 ดวง จะติดตั้งบริเวณถนนสายหลัก อีก 25,000 ดวง กระจายสู่ถนนหรือซอยย่อยในแต่ละเขต
นายชัชชาติกล่าวว่า เรื่องที่สาม คือการรุกล้ำคลอง กรณีคลองลาดพร้าวและคลองเปรมประชากรนั้นเป็นเรื่องค้างต่อเนื่องมาและเป็นปัญหาในหลายมิติ ทั้งรุกล้ำในคลองและปลูกอยู่ริมคลองแต่เป็นที่ของกรมธนารักษ์ โดย กทม.ร่วมกับ พอช. พยายามย้ายประชาชนเข้าสู่บ้านมั่นคง ซึ่งได้มีนโยบายห้ามมีการเพิ่มจำนวนบ้านที่รุกล้ำคลอง และได้พยายามคุยเพื่อหาทางดำเนินการ รวมถึงมีโครงการทำเขื่อน แต่ยังติดบ้านของชาวบ้านอยู่ ส่งผลให้การทำเขื่อนยังทำไม่ได้ แนวทางคือเร่งทำความเข้าใจกับประชาชน ซึ่งประชาชนส่วนหนึ่งยอมเข้าบ้านมั่นคง อีกส่วนหนึ่งยังมีข้อกังวลอยู่ ขณะเดียวกันได้ให้สำนักการระบายน้ำลงไปทำทางระบายน้ำเพิ่มขึ้น เพื่อรับฝนปีนี้ให้ได้
นายชัชชาติกล่าวว่า เรื่องที่สี่คือการจัดการเรื่องขยะ จะเห็นได้ว่าช่วงโควิดมีขยะน้อยลง แต่ปัจจุบันเริ่มเพิ่มขึ้น ซึ่งปัญหาคือ เมืองมีการขยายตัวไปข้างนอกมากขึ้น เขตชั้นในขยะอาจจะลดลง เพราะหมู่บ้านไปอยู่ข้างนอกมากขึ้น ทำให้จำนวนขยะเขตชั้นนอกมีมากขึ้นด้วย แนวทางคือให้ทบทวนระบบจัดการขยะทั้งหมด ซึ่งขณะนี้มีรถขยะ 147 คัน ที่ไม่มีพนักงานประจำรถ ฉะนั้น ต้องปรับรูปแบบในการบริหารจัดการขยะใหม่ เพื่อใช้รถขยะอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ปรับเส้นทางใหม่ ใช้วิธีการใหม่ นำเทคโนโลยี GPS มาใช้บริหารจัดการ รวมถึงจะต้องเพิ่มจำนวนพนักงานเก็บให้เหมาะสมกับจำนวนรถ เพื่อบริการประชาชนที่กระจายอยู่เขตชั้นนอกได้ครอบคลุมมากขึ้น และเขตชั้นในก็ต้องบริหารจัดการด้วยรูปแบบที่แตกต่างออกไป เช่น เพิ่มรอบการเก็บ เพราะจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นส่งผลให้ขยะเยอะขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้องมีการทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการในเรื่องเวลาการทิ้งขยะตามรอบเก็บของรถขยะด้วย ไม่ใช่มาวางล่วงหน้านอกเวลาจัดเก็บ เพราะอาจจะมีสุนัขมาคุ้ย และเกิดความสกปรกได้ อาจจะต้องมีการใช้วิธีการตักเตือน หรือใช้ไม้แข็งควบคู่ เช่น พิจารณาตามระเบียบใบอนุญาต
นายชัชชาติกล่าวว่า รวมถึงการจัดการรถจักรยานยนต์บนทางเท้าด้วย ซึ่งที่ผ่านมามีการจับปรับโดยตลอด แต่จะมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ขณะนี้สำนักการจราจรและการขนส่ง (สจส.) ได้ศึกษาระบบ AI โดยใช้กล้องที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ เช่น รถวิ่งบนทางเท้า รถจอดในที่ห้ามจอด คนนำขยะมาทิ้ง หาบเร่แผงลอย เป็นต้น จะให้ระบบนี้แทนการให้เจ้าหน้าที่เทศกิจยืนเฝ้า ขณะนี้อยู่ระหว่างทดลองใช้ซอฟต์แวร์ ปัจจุบันสำนักเทศกิจได้มีการใช้กล้องเข้าไปตรวจจับหาบเร่แผงลอยประมาณ 90 จุด หากมีผู้ค้าเข้ามาในพื้นที่ห้ามทำการค้า สามารถแจ้งเทศกิจไปดำเนินการได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขยะ ขับรถบนทางเท้า หาบเร่แผงลอยที่มีปัญหา สามารถใช้เทคโนโลยีเหล่านี้เข้ามาช่วยได้ และจะมีการขยายผลมากขึ้น
นายชัชชาติกล่าวว่า เรื่องต่อมาคือ การเตรียมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ซึ่งกรุงเทพมหานครได้มีประกาศพื้นที่ให้หาเสียงได้แล้ว และจะมีประกาศจุดติดตั้งป้ายหาเสียงตามมา ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญเพราะมีความเปลี่ยนแปลงจากเดิม คือจำนวนเขต จำนวน ส.ส. การแบ่งเขตเลือกตั้งไม่เหมือนเดิม จึงต้องมีการทำคู่มือให้กับสำนักงานเขตและผู้เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมตัวให้พร้อม รวมถึงเรื่องการวางตัวของเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเมือง ฝ่ายประจำ และฝ่ายต่างๆ อีกทั้งเรื่องที่เกี่ยวข้อง อาทิ การดูแลความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อย การขอใช้พื้นที่ในการปราศรัยหาเสียง ซึ่งต้องมีขั้นตอนชัดเจนเพื่อให้เกิดความโปร่งใส
ด้านการจัดงานวันสงกรานต์ กรุงเทพมหานครเน้นกิจกรรมที่ลานคนเมือง ซึ่งจะเน้นเรื่องศิลปวัฒนธรรม ส่วนอื่นเป็นความร่วมมือกับภาคเอกชนในพื้นที่ต่างๆ เช่น ถนนข้าวสาร สีลม กรุงเทพมหานครไม่ได้เป็นผู้จัด แต่เข้าร่วมในการช่วยดูเรื่องความเป็นระเบียบเรียบร้อย ที่กังวลคือ เรื่องการดื่มสุรา ไม่มีการผ่อนปรน ให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย ห้ามดื่ม ห้ามขาย และอีกเรื่องคือ การเล่นแป้ง ซึ่งกรุงเทพมหานครไม่อนุญาตให้เล่นแป้ง หรือปืนฉีดน้ำที่รุนแรง ในบางพื้นที่ก็ดูความเป็นระเบียบเรียบร้อย การแต่งกายที่เหมาะสมระดับหนึ่งคือไม่โป๊หรือหมิ่นเหม่ ซึ่งกรุงเทพมหานครจะร่วมมือกับตำรวจ ในการดูแล ส่วนเรื่องอุบัติเหตุจะมีศูนย์ War Room อยู่ที่สำนักการจราจรและขนส่ง ในปีนี้สงกรานต์น่าจะสนุก โดยกรุงเทพมหานครมีแนวคิดในการกระจายงานสงกรานต์ออกไปในพื้นที่ต่างๆ ให้มากที่สุด ไม่ให้มารวมตัวกันอยู่ที่ข้าวสาร หรือสีลม แต่ทุกพื้นที่ ทุกเขต สามารถมีงานที่เป็นอัตลักษณ์ของตัวเองได้ เพื่อให้คนสามารถกระจายไปร่วมงานตามจุดต่างๆ และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งเมืองได้ นอกจากนี้ จะมีการทำแผนที่ให้ดูว่าแต่ละเขตมีกิจกรรมที่ไหน และมีเรตติ้งความเปียกให้เลือกว่าอยากเปียกมากน้อยแค่ไหนก็ไปตามจุดนั้นๆ ด้วย
- อ่านข่าว : ‘ชัชชาติ’ ยัน สืบไม่ยาก ‘พี่ศรี’ จี้สอบ จนท.กทม.เอื้อเอกชน? เก็บค่าผ่านสะพานพระโขนง
- ชัชชาติ เปิดกว้าง จัด ‘16 จุดหาเสียง’ ทำเช็กลิสต์แจกเขต-ย้ำ ขรก.วางตัวให้ดี!
- ‘ชัชชาติ’ ห้ามวาบหวิว! เล่นน้ำสงกรานต์ เตรียมระเบิดความมันส์ทุกเขต แยกเรตติ้งความเปียก
- ชัชชาติ รู้แล้ว ‘สวนชูวิทย์’ ไม่ได้ยกให้สาธารณะ ขอดูคำแถลงศาลก่อน ย้ำเป็นธรรมกับทุกคน

