ทลายเครือข่ายเงินกู้ออนไลน์ บุรินทร์เครดิต และ Memoney-Credit ผิดชำระโดนข่มขู่

28.03.23 | 11:21 น.

ทลายเครือข่ายเงินกู้ออนไลน์ บุรินทร์ เครดิต และ Memoney-Credit สินเชื่อเพื่อธุรกิจ พบเงินสะพัดในระบบกว่า 1,000 ล้าน


เมื่อวันที่ 28 มีนาคม พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.), พล.ต.ต.พุฒิเดช บุญกระพือ ผบก.ปอศ. พ.ต.อ.เมฆพิศาล ศรีภิรมย์ ผกก.5 บก.ปอศ. พ.ต.ท.กริช วรทัต รอง ผกก.5 บก.ปอศ. พ.ต.ต.วรวุฒิ คงรักษา พ.ต.ต.สุทธิพงษ์ มอญรัต พ.ต.ต.สุทธิพงษ์ จันทพันธ์ ว่าที่ พ.ต.ต.ฉัตรดนัย ทองคลอด สว.กก.5 บก.ปอศ. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปอศ.

ร่วมกันจับกุม 1.นายทศพล อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 893/2566 ลงวันที่ 24 มี.ค.2566 2.นายยุทธนา อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 894/2566 ลงวันที่ 24 มี.ค.2566 3.นายศักดิ์รินทร์ อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 895/2566 ลงวันที่ 24 มี.ค.2566 และ 4.นายเกียรติศักดิ์ อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 896/2566 ลงวันที่ 24 มี.ค.2566

Advertisement

โดยกล่าวหากระทำผิดฐาน “ร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต, เรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด และร่วมกันกระทำการทวงถามหนี้ในลักษณะ การข่มขู่ การใช้ความรุนแรง หรือการกระทำอื่นใดที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกายชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของลูกหนี้หรือผู้อื่น

และกล่าวโทษนายศักดิ์รินทร์ กับพวก อีก 7 ราย ได้แก่

1.นายนฤพนธ์ อายุ 27 ปี

2.นายกฤต อายุ 23 ปี

3.นายสุทัศน์ อายุ 27 ปี

4.นายพรชัย อายุ 29 ปี

5.นายปรีชา อายุ 28 ปี

6.นายชัยชิด อายุ 37 ปี

7.นายคชสาร อายุ 21 ปี

ในความผิดฐาน ร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมตรวจยึดของกลาง 1.คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 13 เครื่อง 2.โทรศัพท์ 38 เครื่อง 3.ซิมการ์ดประมาณ 50 อัน 4.เช็คค้ำประกันของลูกหนี้ 22 ใบ มูลค่ารวม 7,990,000 บาท 5.รถยนต์หรูยี่ห้อ Mercedes Benz, BMW, TOYOTA, Hyundai ของลูกหนี้ 4 คัน ได้ในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ พิจิตร และจันทบุรี เมื่อวันที่ 27 มีนาคม

สืบเนื่องจากเมื่อประมาณต้นปี 2565 มีพลเมืองดี ซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SME แจ้งเบาะแสของกลุ่มเครือข่ายเงินกู้ออนไลน์นอกระบบผ่านเว็บไซต์ “Burin-credit” (บุรินทร์เครดิต) มายังศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปน.ตร.) ซึ่งเครือข่ายดังกล่าวมีพฤติการณ์เรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราที่สูงมาก โดยผู้ประกอบธุรกิจที่ขอกู้จะต้องจ่ายดอกเบี้ยรายวันในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อวัน หรือร้อยละ 547.5 ต่อปี จนกว่าจะมีเงินต้นมาชำระ อันเป็นการคิดดอกเบี้ยที่เอารัดเอาเปรียบ ซ้ำเติมประชาชนและผู้ประกอบธุรกิจในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำหลังผ่านวิกฤตโรคระบาดโควิด-19

พล.ต.ท.จิรภพจึงสั่งการให้ พล.ต.ต.พุฒิเดช นำตำรวจ กก.5 บก.ปอศ. ดำเนินการสืบสวนสอบสวนและจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ต่อมา พ.ต.อ.เมฆพิศาลเปิดเผยว่า จากการสืบสวนพบว่ากลุ่มคนร้ายมีการเปิดเว็บไซต์ www.burin-credit.com เพื่อชักชวนให้ประชาชนทั่วไปเข้าไปกู้เงิน โดยกลุ่มเป้าหมายเน้นไปที่กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจรายย่อยที่ขาดสภาพคล่องทางการเงิน และไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนถูกกฎหมายได้ ขั้นตอนการอนุมัติสินเชื่อของเว็บไซต์ดังกล่าวไม่จำเป็นต้องใช้หลักฐานยืนยันตัวตน และไม่ต้องใช้คนค้ำประกัน

พ.ต.อ.เมฆพิศาลกล่าวว่า กรณีที่เป็นผู้ประกอบธุรกิจ กลุ่มคนร้ายจะไปสำรวจกิจการเพื่อประกอบการพิจารณา เมื่อสินเชื่ออนุมัติแล้วกลุ่มคนร้ายจะโอนเงินไปให้ผู้กู้ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้งของธนาคารไปยังบัญชีธนาคารของผู้กู้ โดยกลุ่มคนร้ายจะหักยอดเงินกู้เป็นดอกเบี้ยงวดแรกไว้ก่อน หากลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้ก็จะใช้วิธีการโทรศัพท์ข่มขู่และไประรานผู้กู้ถึงที่บ้าน ที่ทำงาน หรือสถานประกอบการ ซึ่งการกระทำของกลุ่มคนร้ายเป็นการกระทำที่อุกอาจ ไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง และจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่ากลุ่มคนดังกล่าวมีเงินหมุนเวียนในบัญชีช่วงระยะเวลา 1 ปี กว่า 1,000 ล้านบาท

 

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนพิสูจน์ทราบกลุ่มผู้ร่วมขบวนการได้แล้ว จำนวน 4 ราย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญา จากนั้นสืบสวนจนทราบแหล่งที่กบดานของกลุ่มคนร้าย ต่อมา ตำรวจ กก.5 บก.ปอศ.นำกำลังปิดล้อมตรวจค้นบ้านพักและสำนักงานของกลุ่มคนร้าย ซึ่งอยู่ในพื้นที่ จ.พิจิตร, จ.สมุทรปราการ, จ.จันทบุรี และกรุงเทพมหานคร ผลการปิดล้อมตรวจค้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ.ดำเนินคดีต่อไป

สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหารับว่าเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับจริง ประกอบธุรกิจสินเชื่อโดยไม่ได้รับอนุญาตและเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ผ่านเว็บไซต์ www.burin-credit.com จริง ต่อมา นายศักดิ์รินทร์ ร่วมกับพวกอีก 7 คน แยกตัวออกมาประกอบธุรกิจสินเชื่อผ่านเพจเฟซบุ๊ก Memoney-credit แต่ปฏิเสธว่าไม่เคยข่มขู่ลูกหนี้แต่อย่างใด