โดนตัดแต้มใบขับขี่เฉียด 4 หมื่นราย ไม่ติดป้ายเสียภาษีมากสุด ถัดมาไม่ใส่กันน็อก กทม.แชมป์ เมินจ่ายใบสั่ง 13.8 ล้านใบ

28.03.23 | 14:39 น.

โฆษกตร.เผยมีผู้ถูกตัดแต้มเฉียด 4 หมื่นราย ใช้รถไม่แสดงเครื่องหมายภาษีมากที่สุด รองลงไม่สวมกันน็อค และซิ่งเกินอัตรา กรุงเทพแชมป์ รองลงมา ชัยนาท เพชรบุรี ผช.ผบ.ตร.เผย เมินชำระใบสั่ง 13.8 ล้านใบ

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร. เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมขนส่งทางบก(ขบ.)ได้ร่วมกันกำหนดมาตรการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยจราจรทางบกร่วมกัน โดยเฉพาะ มาตรการตัดคะแนนความประพฤติ ซึ่งได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา ปรากฎว่าจนถึงเมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ที่ถูกตัดคะแนนทั้งสิ้น 37,795 ราย เมื่อแบ่งตามจำนวนคะแนนคงเหลือ มีดังนี้ เหลือ 11 คะแนน 34,367 ราย , เหลือ 10 คะแนน 2,792 ราย, เหลือ 9 คะแนน 213 ราย ,เหลือ 8 คะแนน 26 ราย, เหลือ 7 คะแนน 3 ราย ,เหลือ 6 คะแนน 1 ราย และ เหลือ 5 คะแนน 2 ราย ยังไม่มีผู้ถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ ทั้งนี้ผู้ที่ถูกตัดคะแนนน้อยกว่า 6 คะแนน สามารถไปขอเข้ารับการอบรมกับกรมการขนส่งทางบกได้ ข้อหาที่มีการตัดคะแนนมากที่สุด 3 อันดับแรก 1.ใช้รถไม่แสดงเครื่องหมายเสียภาษีประจำปี จำนวน 10,418 ราย 2.ไม่สวมหมวกนิรภัย จำนวน 6,735 ราย 3.ขับรถเร็วเกินอัตรากำหนด จำนวน 6,713 คน จังหวัดที่โดนตัดคะแนนมากที่สุด คือ กรุงเทพมหานคร 5,478 ราย ชัยนาท 4,991 ราย และเพชรบุรี 1,718 ราย

พล.ต.ต.อาชยน กล่าวว่า ขอย้ำเตือนผู้ขับขี่ที่มีใบสั่งค้างชำระตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2566 เป็นต้นไป เมื่อไปต่อภาษีรถยนต์ประจำปี นายทะเบียนรถยนต์จะไม่ออกเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี หรือป้ายภาษีให้ ผู้ขับขี่ที่ค้างชำระค่าปรับจะได้ใบแทนเสียภาษีชั่วคราวแทนใบจริง จนกว่าจะชำระค่าปรับให้ครบถ้วนภายใน 30 วัน หลังรับใบแทน หากประชาชนยังไม่ชำระค่าปรับแล้วนำป้ายชั่วคราวไปใช้แทนป้ายภาษีเกิน 30 วัน จะถือว่าเป็นการขับรถโดยไม่มีป้ายภาษี จะมีโทษตาม พ.ร.บ.รถยนต์ มาตรา 11 มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท และยังจะถูกตัดคะแนนความประพฤติในการขับรถ 1 คะแนนเพิ่มอีกด้วย

“ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลใบสั่งค้างชำระ และคะแนนความประพฤติได้จากเว็บไซต์ E-ticket PTM และแอพพลิเคชั่นขับดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติเชื่อมั่นว่ามาตรการดังกล่าวจะสามารถนำไปสู่การเสริมสร้างวินัยจราจร จิตสำนึกด้านความปลอดภัยซึ่งจะสามารถช่วยลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างยั่งยืนต่อไป” โฆษก ตร.กล่าว

พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วยผบ.ตร. ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(รองผอ.ศจร.ตร.) กล่าวว่า ปัจจุบัน มีใบสั่งที่ออกทั้งสิ้น 17,428,646 ใบ ชำระแล้ว 3,578,138 ใบ คิดเป็น 20.54 % ยังไม่ชำระ 13,849,508 ใบ คิดเป็น 79.46 % แสดงให้เห็นว่าคนไม่กลัวเสียค่าปรับ จำเป็นต้องขอความร่วมมือขบ.ในการบังคับใช้กฎหมาย และประชาสัมพันธ์ในการต่อภาษีกับขบ. หากประชาชนไม่ไปชำระกรณีไปต่อภาษีรถกับขบ. จะได้รับเฉพาะใบแทนซึ่งต้องไปต่อภาษีด้วย มิฉะนั้นจะเป็นความผิดตามกฎหมาย อีกรวมถึงถูกตัดคะแนนใบขับขี่

Advertisement