เชียงราย เครื่องฟอกอากาศขาดตลาด พ่อเมืองเร่งแก้ปัญหาหมอกควัน
เมื่อวันที่ 29 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าประชาชนชาวจังหวัดเชียงราย ต่างพากันไปเดินภายในห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า ประจำจังหวัด นอกจากจะเป็นการพักหย่อนใจจากสถานการ์หหมอกควัน ยังเป็นหลบฝุ่นควันที่แแม้วันนี้สถานการณ์จะดีขึ้นกว่าวันก่อนที่มีค่า พีเอ็ม 2.5 ถึงกว่า 400 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยวันนี้กรมควบคุมมลพิษ(คพ.)ตรวจวัดค่าในช่วงบ่ายที่ผ่านมาได้เพียง 195 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แต่ยังเป็นค่าที่เกินมาตรฐานมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกันนี้ ประชาชนบางกลุ่ม ได้เข้าไปเลือกหาซื้อเครื่องฟอกอากาศตามร้านจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าในตัวเมือง เพื่อนำไปติดตั้งที่ที่ทำงานและที่อยู่อาศัย ทำให้เป็นสินค้าชนิดนี้ขายดีและหมดสต็อกโดยรวดเร็ว และไม่ทราบว่าจะมีสินค้าเข้ามาเมื่อไหร่ ทำให้ประชาชนที่ต้องการเครื่องฟอกอากาศต่างแชร์สอบถามในโลกโซเชียลมีเดียแต่ไม่ได้คำตอบทำให้หลายคนผิดหวังและหันไปไปซื้อพัดลมไอน้ำเพราะเชื่อว่าจะช่วยให้แก้ปัญหาหมอกควันได้ไม่มากก็น้อยเพราะหลายคนเชื่อว่าพัดลมไอน้ำเป็นระบบทำความเย็นที่อาศัยการระเหยน้ำแบบฉับพลัน โดยตัวเครื่องจะพ่นละอองน้ำให้ไปจับกับความร้อนในอากาศ ซึ่งสามารถช่วยลดความร้อนลง พร้อมทั้งช่วยลดฝุ่น กลิ่น ควัน ควบคุมความชื้น

นายเหน่ง พนักงานขายเครื่องใช้ไฟฟ้า บริษัท ทวียนต์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด กล่าวว่า ช่วงนี้เครื่องฟอกอากาศของบริษัทขายดีเป็นอย่างมาก โดยมีการเข้ามาซื้อโดยตรงและจองผ่านระบบออนไลน์ จนสินค้าในสต็อกหมดลงอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับที่ร้านดังกลางศูนย์กลางค้าที่บริเวณชั้นจำหน่ายเครื่องฟอกอากาศ ชั้นวางก็แทบไม่มีมีสินค้าเครื่องฟอกอากาศให้เห็นเช่นกันเพราะมีการมาซื้อไปจนหมดเกลี้ยง
ขณะเดียวกันประชาชนอีกจำนวนมากเลือกที่จะเก็บตัวอยู่ภายในบ้านพักของตนเอง มีการปิดประตูบ้านอย่างมิดชิด เช่น ยายรี อาชีพค้าขายขนม ที่ยอมรับว่าปัญหาหมอกควันนั้นเป็นสิ่งที่น่ากลัวส่งผลต่อสุขภาพ เช่นทำให้เจ็บตา แสบคอแสบจมูก ตนเองต้องสวมหน้ากาศอนามัยตลอดเวลาเมื่ออยู่นอกบ้านแต่ก็รู้สึกอีดอัดหายใจไม่สะดวก เมื่อกลับเข้าบ้านจะรีบปิด ประตู หน้าต่างให้มิดชิดพร้อมเปิดแอร์และเครื่องฟอกอากาศ และถอดหน้ากากอนามัยออกเพื่อสูดดมอากาศที่ดีกว่าเข้าไป จึงอยากขอร้องว่าอยากให้ผู้ที่กำลังเผาเพื่อทำการเกษตรหรือเผาทุกชนิดงดการเผาในช่วงนี้

ส่วนสถานการณ์ไฟป่าที่เป็นต้นเหตุสำคัญคงเกิดไฟป่าขึ้นในหลายพื้นที่ของ จ.เชียงราย และเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงให้สงบลงได้ โดยเฉพาะที่ดอยปุย อุทยานแห่งชาติแม่ปืม ตรงพื้นที่ติดต่อระหว่าง ต.ห้วยสัก ต.ท่าสาย และ ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมืองเชียงราย พบว่าไฟยังคงโหมลุกไหม้อย่างหนักเป็นเวลา 4 วันเต็มและย่างเข้าสู่วันที่ 5 แล้ว เนื่องจากสภาพอากาศแห้งและภูมิประเทศสูงชันรวมทั้งมีพื้นที่ป่าละเมาะรวมทั้งวัชพืชที่กว้างขวางส่งผลทำให้การเข้าไปดับเพลิงเป็นไปด้วยความยากลำบากจนทำให้เจ้าหน้าที่ต้องวางกำลังทั้งกลางวันและกลางคืนผลัดเปลี่ยนกันเข้าดับไฟตลอด 24 ชั่วโมง จนต้องอาศํยและอยู่กินกันใกล้กองไฟ
ล่าสุดไฟได้ลามเข้าใกล้วัดวัดป่าเขื่อนแก้ว ต.ท่าสาย ทำให้เทศบาล ต.ท่าสาย เทศบาลนครเชียงราย และท้องถิ่นใกล้เคียงต้องระดมรถฉีดพ่นน้ำและเจ้าหน้าเข้าไปสกัดไฟจนควบคุมให้ไฟลุกไหม้ห่างจากวัดได้ประมาณ 100 เมตร
นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่าหมอกควันเชียงรายเกิดขึ้นใน 2 ปัจจัย คือปัจจับภายนอกประะเทศและปัจจัยภายในประเทศ ซึ่งปัจจัยภายนอกที่ยังมีการเผายากที่เราจะควบคุมได้ จึงต้องมาพิจารณาปัจจัยภายใน ซึ่งเขตอำเภอเมืองกับแม่จัน เป็นจุดใหญ่ที่สุดขณะนี้ ซึ่งมีการจัดกำลังละอุปกรณ์เข้าไปควบคุมทั้งภาคพื้นดินละทางอากาศ โดยได้รับการสนับสนุนจากกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัยละกองทัพอากาศนำเฮลิคอปเตอร์บรรทุกน้ำไปดับยังจุดที่ไฟไม้เป็นบริเวณกว้าง แต่ก็ยังพบว่ามีการลักลอบเผากันอยู่ซึ่งจะเร่งทำความเข้าใจกับกลุ่มคนเหล่านี้

นายพุฒิพงศ์ กล่าวว่าสำรับอำเภอแม่สายซึ่งประสบปัญหาหมอกควันสูงสุดกลับพบว่าแแทบไม่มีจุดฮอทสปอตเกิดขึ้นในพื้นที่เลย ในรอบปีนี้เกิดขึ้นเพียง 4 จุุดเท่านั้น แต่ที่มากเพราะอำเภอชายแดนติดประเทศเพื่อบ้านละเป็นแอ่งกะทะ ลมจะนิ่งหมอกควันจึงไม่ไปไหน ตอนนี้ทางจังหวัดจึงให้ส่วนราชการทุกแหห่งทำห้องปลอดเชื้อเพื่อที่จะให้เป็นที่พักของราษฎรที่มีความจำเป็นที่จะต้องออกมานอกบ้าน ได้พักหายใจลดความอึดอัด รวมทั้งศูนย์เด็กเล็กซึ่งจะยังไม่ปิด เนื่องจากยังมีระบบกรองอากาศและมีผู้ดูแล หากปิดจะเป็นภาระของผู้ปกครองจะต้องนำไปทำงานด้วยซึ่งจะเป็นอันตรายสำหรับเด็ก ส่วนผู้เปราะปางละผู้ป่วยติดเตียงก็ให้ อสม.เข้าไปดูลอย่างใกล้ชิดแล้ว
“อยากวิงวอนขอให้ผู้ที่ยังคงพฤติกรรมในการเผาป่าเผาไร่ให้หยุดการกระทำเพื่อคนเชียงราย ซึ่งซักวันหนึ่งผลกระทบอาจตกกับตัวท่านและลูกหลานของท่าน แม้ตอนนี้จะยังติดตามจับตัวพวกท่านไม่ได้ ซักวันหนึ่งเชื่อว่าจะต้องจับได้ หากจับได้จะต้องรับผลกรรมที่ได้กระทำตอนนี้ชาวเชียงรายทุกคนกำลังสาปแช่งท่านอยูู่ ละจะเป็นตราปาบท่านไปตลอดชีวิต หากเจ้าหน้าที่จับได้ก็จะถูกดำเนินการตามกฎหหมายขั้นเด็ดขาดด้วย”นายพุฒิพงศ์ กล่าว

