“รัชฎา” อดีต อธ.กรมอุทยานฯส่งทนายฟังคำสั่งชั้นตรวจฟ้อง คดียื่นฟ้องผู้การ ปปป.กับพวกปฏิบัติหน้าที่มิชอบ วางเเผนให้รับเงินเเล้วบุกจับ
เมื่อวันที่ 30 มีนาคม ที่ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง ถนนเลียบทางรถไฟ ศาลนัดฟังคำสั่งกรณีที่ นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชยื่นฟ้อง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผู้บังคับการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบ (ผบก.ปปป.) รวมทั้ง ชุดจับกุมและ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) กับพวก รวม 7 คน ในฐานความผิดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, ความผิดต่อเสรีภาพ ,ทำพยานหลักฐานเท็จฯ, เจ้าพนักงานแกล้งให้ต้องรับโทษ บุกรุก ซ่องโจร ผิดพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 จากกรณี จำเลยทั้งหมด มีการวางแผนล่อลวงให้รับเงิน และยังมีการเผยแพร่ข้อมูลบันทึกวิดีโอให้สื่อมวลชนนำไปเผยแพร่ต่อสาธารณชน ทำให้ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง
โดยวันนี้รัชฎา ไม่ได้เดินทางมายังศาล มีเพียงนายวราชันย์ เชื้อบ้านเกาะ ทนายความ เดินทางมามาศาลพร้อมกล่าวว่า วันนี้เป็นเพียงการนัดฟังคำสั่งชั้นตรวจคำฟ้องว่าจะมีคำสั่งคดีหรือไม่ ซึ่งหากเห็นว่ามีมูล ก็จะนัดไต่สวน แต่ถ้าไม่เห็นว่ามีมูลก็ยกฟ้องได้ ส่วนที่ศาลมีคำสั่งให้โจทก์แก้ฟ้อง ใน 5 ประเด็นก่อนหน้านี้ ทางทนายก็ได้แก้และยื่นไปใหม่ทั้งหมดแล้ว
แต่สิ่งที่ยังรู้สึกกังวล คือ ข้อมูลบันทึกการจับกุมในวันที่เกิดเหตุของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่ศาลได้ขอข้อมูลไปนั้น ยังไม่มีการรายงานหรือส่งข้อมูลกลับมาตามคำสั่งของศาลเลย ซึ่งศาลได้ส่งเอกสารให้ชี้แจงไปตั้งแต่วันที่ 20ก.พ. และครบกำหนดไปเมื่อวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งหากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางไม่ส่งข้อมูลกลับมา ก็อาจจะส่งผลต่อการพิจารณาในวันนี้
ศาลอาญาคดีทุจริตฯเลื่อนอ่านคำสั่งคดี“รัชฎา”อดีต อธ.กรมอุทยานฯฟ้องผู้การ ปปป.กับพวกปฏิบัติหน้าที่มิชอบ วางเเผนให้รับเงินเเล้วบุกจับ เป็นวันที่ 30 พ.ค.เหตุ บชก.พึ่งส่งรายงาน จับกุมเมื่อวันที่ 29 มี.ค.
เมื่อวันที่ 30 มีนาคม ที่ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง ถนนเลียบทางรถไฟ ศาลนัดฟังคำสั่งกรณีที่รัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชยื่นฟ้อง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผู้บังคับการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ(ผบก.ปปป.) รวมทั้ง ชุดจับกุมและชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) กับพวก รวม 7 คน
ในฐานความผิดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, ความผิดต่อเสรีภาพ ,ทำพยานหลักฐานเท็จฯ, เจ้าพนักงานแกล้งให้ต้องรับโทษ บุกรุก ซ่องโจร ผิดพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 จากกรณี จำเลยทั้งหมด มีการวางแผนล่อลวงให้รับเงิน และยังมีการเผยแพร่ข้อมูลบันทึกวิดีโอให้สื่อมวลชนนำไปเผยแพร่ต่อสาธารณชน ทำให้ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง
โดยวันนี้รัชฎา ไม่ได้เดินทางมายังศาล มีเพียงนายวราชันย์ เชื้อบ้านเกาะ ทนายความ เดินทางมามาศาลพร้อมกล่าวว่า วันนี้เป็นเพียงการนัดฟังคำสั่งชั้นตรวจคำฟ้องว่าจะมีคำสั่งคดีหรือไม่ ซึ่งหากเห็นว่ามีมูล ก็จะนัดไต่สวน แต่ถ้าไม่เห็นว่ามีมูลก็ยกฟ้องได้ ส่วนที่ศาลมีคำสั่งให้โจทก์แก้ฟ้อง ใน 5 ประเด็นก่อนหน้านี้ ทางทนายก็ได้แก้และยื่นไปใหม่ทั้งหมดแล้ว
แต่สิ่งที่ยังรู้สึกกังวล คือ ข้อมูลบันทึกการจับกุมในวันที่เกิดเหตุของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่ศาลได้ขอข้อมูลไปนั้น ยังไม่มีการรายงานหรือส่งข้อมูลกลับมาตามคำสั่งของศาลเลย ซึ่งศาลได้ส่งเอกสารให้ชี้แจงไปตั้งแต่วันที่ 20ก.พ. และครบกำหนดไปเมื่อวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งหากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางไม่ส่งข้อมูลกลับมา ก็อาจจะส่งผลต่อการพิจารณาในวันนี้
ต่อมาภายหลังฟังคำสั่ง นายราชันย์ ทนายความ เปิดเผยว่า ทางกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หรือ บช.ก. ได้ส่งรายงานข้อเท็จจริงการจับกุมให้แก่ศาล เมื่อวันที่ 29 มี.ค. ที่ผ่านมา เวลา 15.50 น. ซึ่งในความเห็นของตนไม่ได้มองว่าเป็นการประวิงเวลา แม้จะส่งเกินกรอบเวลาแต่ยังอยู่ในช่วงเวลาที่ศาลรับได้ ซึ่งขณะนี้ตนเองยังไม่ได้คัดถ่ายสำเนารายงานการจับกุมของ บช.ก. เนื่องจากรายงานดังกล่าวมีการคาบเกี่ยวกับคดี ที่ ป.ป.ช.กำลังดำเนินการอยู่
ศาลจึงมีคำสั่งให้โจทก์ยื่นคำคัดค้านรายงานการชี้แจงของ บช.ก. ภายในวันที่ 10 พ.ค.นี้ และนัดฟังคำสั่งว่าจะรับฟัองหรือไม่ในวันที่ 30 พ.ค. นี้
โดยทีมกฎหมายเตรียมพยานหลักฐานไว้แล้ว 30 รายการ ทั้งพยานเอกสาร พยานวัตถุ และพยานบุคคลอยู่ในเหตุการณ์วันจับกุม หากศาลประทับรับฟ้องก็พรัอมสู้คดี

