ตํารวจสอบสวนกลาง ตรวจยึด อายัด ปุ๋ยเคมีที่ไม่มีทะเบียนปุ๋ย ขายผ่านสื่อออนไลน์ ผิดกฎหมายกว่าล้านบาท ที่พรานกระต่าย กำแพงเพชร
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก.ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.ณัฐวัฒน์ เกศะรักษ์, พ.ต.อ.สำเริง อำพรรทอง, พ.ต.อ.ภาคภูมิ ศรีลาภะมาศ, พ.ต.อ.ปัญญา กล้าประเสริฐ, พ.ต.อ.ชัฏฐ นากแก้ว, พ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญ รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.ชวินโรจน์ ภีมรัชตธำรงค์ ผกก.2 บก.ปคบ., พ.ต.ท.กานต์กนิษฐ์ จงประเสริฐ และ พ.ต.ท.ธีรภพ พันธุชาติ รอง ผกก.2 บก.ปคบ.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ว่าที่ พ.ต.ท.จำรูญ คำมา สว.กก.2 บก.ปคบ., ร.ต.อ.มนูญ แทงทอง รอง สว.กก.2 บก.ปคบ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ปคบ. ร่วมกับ พนักงานเจ้าหน้าที่กลุ่มสารวัตรเกษตร สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 พิษณุโลก กรมวิชาการเกษตรร่วมกันจับกุม น.ส.กฤติยา (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี ได้ที่ร้านจำหน่ายสินค้าเกษตรบริเวณ ต.ถ้ำกระต่ายทอง อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร
ซึ่งได้กระทำผิดกฎหมายตาม และ พ.ร.บ.ปุ๋ย พ.ศ.2518 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ดังนี้
1. ห้ามมิให้ผู้ใดผลิตปุ๋ยเคมีเพื่อการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาต (ม.12, 57 อัตราโทษ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ)
2. ผลิตปุ๋ยเคมีเพื่อการค้า ซึ่งปุ๋ยเคมีที่ต้องขึ้นทะเบียนแต่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนไว้โดยผิดกฎหมาย
(ตาม ม.30(5), 71 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงสองแสนบาท)
ของกลาง
1. ผลิตภัณฑ์ปุ๋ยเคมี จำนวน 3 รายการ รวมจำนวน 5,200 กก. (ไม่มีทะเบียนปุ๋ย)
2. วัตถุดิบ จำนวน 5 รายการ รวมจำนวน 9,450 กก.
3. อุปกรณ์การผลิต จำนวน 7 รายการ
รวมมูลค่าของกลาง ประมาณ 1,000,000 บาท
สืบเนื่องจากในปัจจุบันปุ๋ยเคมีมีราคาแพง จึงทำให้เกิดมิจฉาชีพนำปุ๋ยเคมีปลอมมาจำหน่ายผ่านสื่อออนไลน์ต่างๆ ในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด และนโยบายของผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้สืบสวนกวดขันจับกุมผู้ที่กระทำการฝ่าฝืนกฎหมายดังกล่าวอย่างเข้มงวด
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย บก.ปคบ. จึงได้ร่วมกันสืบสวนอย่างต่อเนื่อง พบว่ามีการโพสต์ขายปุ๋ยเคมีผ่านสื่อออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ให้สายลับติดต่อเป็นตัวแทนขายปุ๋ยกับนายมนต์ชัย ต่อมานายมนต์ชัย ได้แนะนำให้สายลับติดต่อซื้อปุ๋ยกับร้านจำหน่ายสินค้าเกษตรแห่งหนึ่ง
ต่อมาสายลับได้ไปซื้อปุ๋ยที่บรรจุอยู่ในกระสอบพลาสติกสานสีขาว กระสอบละ 50 กิโลกรัม จำนวน 4 กระสอบ โดยมี น.ส.กฤติยา เป็นผู้ขาย และได้นำปุ๋ยดังกล่าวไปมอบให้กับเจ้าพนักงานตำรวจเพื่อทำการตรวจสอบ จากการตรวจสอบพบว่าปุ๋ยเคมีดังกล่าวไม่มีทะเบียนปุ๋ยเคมีแต่อย่างใด
จนกระทั่งเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2566 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ร่วมกันมาตรวจสอบร้านจำหน่ายสินค้าเกษตรดังกล่าว น.ส.กฤติยา แสดงตนเป็นเจ้าของสถานที่ดังกล่าว เนื่องจากปุ๋ยเคมีที่ตรวจพบต้องสงสัยว่าเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ปุ๋ย พ.ศ.2518 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม เจ้าพนักงานชุดดังกล่าวจึงได้ตรวจยึด/อายัด ไว้ในที่เกิดเหตุ และพนักงานเจ้าหน้าที่สารวัตรเกษตร ได้เก็บตัวอย่างปุ๋ยเคมีที่ตรวจพบเพื่อส่งตรวจวิเคราะห์ที่ สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 พิษณุโลก กรมวิชาการเกษตร และจะได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปคบ. เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำผิด และผู้กระทำผิดอื่นที่สอบสวนถึง จนกว่าคดีจะถึงที่สุดตามกฎหมายต่อไป
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอเตือนภัยถึงพี่น้องประชาชน เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันพบว่าปุ๋ยเคมีมีราคาแพงจึงขอให้ระมัดระวังการซื้อขายปุ๋ยที่ราคาถูกกว่าท้องตลาด เนื่องจากอาจเป็นปุ๋ยปลอม และสำหรับผู้ประสงค์จะขอใบอนุญาตผลิตปุ๋ยเพื่อการค้าต้องปฏิบัติตามประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับการขออนุญาต การอนุญาต การออกใบอนุญาต การขอต่ออายุใบอนุญาต การขอใบแทน และการออกใบแทนใบอนุญาต ตามพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ.2518 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติปุ๋ย (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2550 พ.ศ.2551
วิธีการตรวจสอบกระสอบปุ๋ยเคมี เบื้องต้นให้เกษตรกรตรวจสอบที่ฉลากสินค้า เลขทะเบียนปุ๋ย สูตรปุ๋ย สถานที่ผลิต ชื่อการค้า ให้ชัดเจน และให้เลือกซื้อสินค้าจากร้านที่มีที่ตั้งชัดเจน น่าเชื่อถือ แต่หากจะเลือกซื้อผ่านสื่อออนไลน์ ผู้ขายต้องมีใบอนุญาตขายปุ๋ย หากเกษตรกรพบว่าสถานที่ใดลักลอบผลิตปุ๋ยเคมีโดยไม่ได้รับอนุญาต โปรดแจ้งได้ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปคบ. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

