วันที่ 10 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงคืนที่ ผ่านมานายทัศนัย สุธาพจน์ นายอำเภอเชียงของ จ.เชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการพั ฒนาและส่งเสริมศักยภาพถนนคนเดิน “กาดกองเก่า” ณ ถนนสบสม-หาดไคร้ ต.เวียง อ.เชียงของ ชายแดนไทย-สปป.ลาว ติดแม่น้ำโขง โดยนายเฉลิม ตาวิยะ นายกเทศมนตรี ต.เวียงเชียงของ นายธันวา เหลี่ยมพันธุ์ ประธานสภาวัฒนธรรม อ.เชียงของ นำชาวบ้านออกมาเปิดร้านค้าเล็กๆ ตลอดถนนสายสบสม-หาดไคร้ ซึ่งเป็นถนนใกล้แม่น้ำ โขงไปตลอดแนว โดยมีการนำสินค้าต่างๆ โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกั บความเป็นวัฒนธรรมพื้นเมือง อาหารพื้นเมือง และสัญลักษณ์ของปลาบึกซึ่งเป็ นปลาน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุ ดในโลกสามารถพบได้ตามธรรมชาติ ณ บ้านหาดไคร้ ต.เวียง อ.เชียงของ เพียงแห่งเดียว
ในพิธีเปิดนายทัศนัยนำกล่ าวถวายความอาลัยพระบาทสมเด็ จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุ ลยเดชและยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 89 นาที ก่อนที่จะลั่นฆ้องเพื่อเป็นสั ญญานเปิดถนนกาดกองเก่าดังกล่าว ท่ามกลางประชาชนชาวท้องถิ่นเชี ยงของและนักท่องเที่ยวทั้ งชาวไทยและต่างประเทศ ที่พากันเดินชมและหาซื้อสินค้ าพื้นเมืองต่างๆ บนถนนสายดังกล่าวเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นฤดูหนาวที่ มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเยื อนมากขึ้นทำให้ต่างแวะเวียนไปยั งถนนกาดกองเก่าดังกล่าว
นายทัศนัย กล่าวว่าทางอำเภอสนับสนุนให้ ชาวบ้านนำสินค้าที่ไม่ได้มุ่ งเฉพาะจำหน่ายได้ทั่วไปแต่เป็ นสินค้าที่แสดงออกถึงความเป็นวั ฒนธรรมเชียงของออกมาจำหน่ายเพื่ อสร้างรายได้ให้กับประชาชนและส่ งเสริมการท่องเที่ยว โดยกิจกรรมถนนกองเก่านี้จะขึ้ นทุกเย็นวันศุกร์ตั้งแต่เวลา 15.00 น.เป็นต้นไป และจะจัดควบคู่กับถนน “กองแก้ว” บนถนนใจกลางตัวเมืองเชี ยงของในทุกวันเสาร์ของสัปดาห์ด้ วยเพื่อให้มีความต่อเนื่องด้ านการท่องเที่ยวของพื้นที่ต่อไป

ด้านนายธันวา กล่าวว่าถนนสบสม-หาดไคร้ เคยเป็นถนนสายเศรษฐกิจดั้งเดิ มของตัวเมืองเชียงของมาตั้งแต่ อดีต แต่เมื่อเวลาเปลี่ยนไปความคึกคั กก็ได้โยกย้ายไปยังจุดอื่นแต่ ชาวบ้านก็ยังคงรักษาเอาไว้ซึ่ งวิถีชีวิตความเป็นอยู่ดั้งเดิ มจึงถือเป็นมนต์เสน่ห์ของชาวริ มโขง ดังนั้นจึงได้หารือกับทุกฝ่ ายดำเนินการแบบบูรณาการจัดเป็ นถนนกาดกองเก่าและควบคู่กั บกาดกองแก้วดังกล่าว เชื่อว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้ กับชาวบ้านและทำให้เป็ นถนนสายเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ ยวของเชียงของได้เป็นอย่างดี
ขณะที่ พระครูวิโรจน์ ภัทรคุณ เจ้าอาวาสวัดหาดไคร้ กล่าวว่าบ้านหาดไคร้เคยเป็นจุ ดที่ชาวบ้านจับปลาบึกในแม่น้ำ โขงได้เพียงแห่งเดียวในโลกทำให้ เคยมีความคึกคัก แต่ชาวบ้านได้เลิกออกจับปลาบึ กมาได้กว่า 5-6 ปีแล้ว ดังนั้นความคึกคักก็ได้หายไปดั งนั้นการจัดกิจกรรมจึงเป็นการฟื้ นคืนวิถีชีวิตดั้งเดิ มโดยเฉพาะจัดตรงใกล้กับหาดไคร้ ที่มีชื่อเสียงดังกล่าวด้วย

