เมื่อเวลา 10:00 น. วันที่ 10 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศโดยรอบพระบรมมหาราชวังและท้องสนามหลวง ยังคงมีประชาชนทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดเดินทางมาเพื่อถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาพอากาศเย็นสบาย สร้างความผ่อนคลายแก่ประชาชนที่มารอเข้าถวายสักการะเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ีประชาชนได้เดินทางมามากเป็นพิเศษโดยคาดว่าตลอดทั้งวันจะมีประชาชนเดินทางมาบริเวณท้องสนามหลวงอย่างเนื่องแน่นกว่าวันทำการปกติ เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุด
ส่วนบรรยากาศโดยรอบนั้นผู้สื่อข่าวรายงานเจ้าหน้าที่ทหาร และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งในและนอกเครื่องแบบ ได้คอยดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดทั่วทั้งบริเวณ ขณะที่ตามจุดเข้าออกต่างๆ และจุดคัดกรองทั้ง 8 จุดยังคงมีการตรวจค้นร่างกาย กระเป๋าสัมภาระ อาวุธและสิ่งผิดกฏหมาย รวมไปถึงตรวจบัตรประจำตัวประชาชนและหนังสือเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้าสู่บริเวณท้องสนามหลวงอย่างเคร่งครัด โดยให้ทุกคนถอดแว่นตากันแดดและหมวกออกด้วยขณะทำการตรวจค้นพื่อปกป้องกลุ่มมิจฉาชีพที่อาจปะปนเข้ามาในบริเวณดังกล่าว

ขณะที่กลุ่มอาสาสมัคร จิตอาสา ยังคงสลับเปลี่ยนกันมาทำหน้าที่อำนวยความสะดวกให้กับประชาชน โดยมีการมีบริการอาหาร น้ำดื่ม โดยเฉพาะบริการรับส่งตามจุดต่างๆ ที่ได้มีการเพิ่มจุด “อาสาร่วมใจ ทำดีเพื่อพ่อ” อำนวยความสะดวกแก่ประชาชน เพิ่มจากจุดเดิมที่มีอยู่บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฝั่งสนามหลวง นอกจากนี้ยังคงมีหน่วยแพทย์เคลื่อนที่คอยให้บริการแก่ประชาชนกระจายตามจุดต่างๆ รอบสนามหลวง
ทั้งนี้ นางสาวตรีดาว อภัยวงศ์ โฆษกของกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) โดยกรุงเทพมหานคร ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการจัดจุดคัดกรองพิเศษสำหรับคัดกรองผู้สูงอายุและผู้พิการที่ประสงค์เข้ากราบพระบรมศพ โดยแบ่งเกณฑ์เป็น 3 ประเภท คือ 1.อายุ 80 ปีขึ้นไป 2.ผู้สูงอายุที่มีอายุต่ำกว่า 80 ปี และร่างกายอ่อนแอหรือสุขภาพไม่ดี และ 3.ผู้พิการเด่นชัดคือมีบัตรประจำตัวผู้พิการ โดยทั้ง 3 กลุ่มจะอนุญาตให้มีผู้ติดตาม 2 คน รวมเป็น 3 คน อีกทั้ง ยังได้จัดเจ้าหน้าที่คอยช่วยเข็นรถวีลแชร์ด้วย โดยให้เข้าช่องทางพิเศษเต็นท์ 13 ด้านหลัง ถ.พระมหาธาตุ โดยสามารถเข้าได้รอบละ 5 คน

นางสาวตรีดาว กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังได้จัดการบริการดูแลด้านอาหาร น้ำดื่ม และห้องสุขาเป็นพิเศษด้วย สำหรับสมาคม,ชมรม,องค์กร,กลุ่มคนพิการหรือผู้สูงอายุ ที่ประสงค์จะเข้ากราบพระบรมศพเป็นคณะให้ติดต่อผ่านจังหวัด หรือทำหนังสือแจ้งมาที่กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และ กรมกิจการผู้สูงอายุ ทั้งนี้หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ผ่านเบอร์โทรศัพท์ 081-174-4936 และ 081-613-2324 ส่วนผู้ที่มีโรคประจำตัวขอให้จดข้อมูลโรคประจำตัวของแต่ละคน การแพ้ยา รวมทั้งเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อของญาติด้วย เผื่อเกิดกรณีฉุกเฉิน





