เทเลเมดิซีน 42โรค รักษาป่วยบัตรทอง

1.04.23 | 06:00 น.

เทเลเมดิซีน42โรค รักษาป่วยบัตรทอง

ผลจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่กระทบต่อสุขภาพของคนไทยและคนทั่วโลก ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยีการสื่อสารรูปแบบใหม่ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญ เป็นตัวช่วยในการทำงานให้กับทุกองค์กร ทุกสาขาอาชีพ ไม่เว้นแม้แต่การ พบแพทย์ ที่การแพทย์ทางไกล หรือ เทเลเมดิซีน (Telemedicine) ซึ่งเดิมเป็นเพียงทางเลือก แต่ปัจจุบันกลับมีบทบาทมากขึ้นในการดูแลสุขภาพของประชาชน หน่วยงานต่างๆ ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง

หนึ่งในนั้นคือ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. ที่ให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับการให้บริการประชาชนในระบบปฐมภูมิให้สามารถใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือสิทธิบัตรทอง 30 บาท นอกสถานพยาบาล หรือแม้กระทั่งการใช้บริการผ่านสมาร์ทโฟน (Smartphone)

ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการ สปสช. บอกถึงการ เปิดทางเลือกสิทธิบัตรทอง พบแพทย์ออนไลน์ ส่งยาถึงบ้าน ว่าในปี 2566 สปสช.มีเป้าหมายสำคัญคือการดูแลประชาชนผู้มีสิทธิให้เข้าถึงการรักษาและบริการสาธารณสุขที่จำเป็น ด้วยการพัฒนาของเทคโนโลยีการสื่อสารที่ก้าวหน้าและวิถีชีวิตของประชาชนที่เปลี่ยนแปลงไป สปสช.จึงได้เพิ่มเติมสิทธิประโยชน์ใหม่ในรูปแบบ นวัตกรรมบริการสาธารณสุขวิถีใหม่ ที่สอดคล้องกับการดำเนินชีวิตของประชาชนในยุคปัจจุบัน

โดยมี บริการระบบการแพทย์ทางไกลผ่านแอพพลิเคชั่นสุขภาพในโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน สำหรับรักษา 42 กลุ่มโรค/อาการโดยแพทย์ (OP Telemedicine) ซึ่งเปิดบริการให้แก่ผู้มีสิทธิบัตรทองที่ป่วยด้วยโรคทั่วไปที่ไม่ซับซ้อน สามารถพบแพทย์เพื่อรักษาทางไกลพร้อมรับยาที่บ้าน หรือที่ร้านขายยาใกล้บ้านได้ นำร่องในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ก่อนจะขยายออกไปยังพื้นที่ต่างจังหวัด

Advertisement

ในช่วงปี 2565 จนถึงปัจจุบัน สปสช.ได้ร่วมกับ 3 แอพพ์ด้านสุขภาพ ประกอบด้วย 1.Good Doctor (กู๊ด ดอกเตอร์) โดยจีดีทีคลินิกเวชกรรม 2.Clicknic (คลิกนิก) โดยคลิกนิกเฮลท์คลินิกเวชกรรม 3.Totale Telemed (โททอลเล่ เทเลเมด) เพื่อให้บริการกับผู้มีสิทธิบัตรทอง

ล่าสุด วันที่ 1 เมษายนนี้จะเปิดให้บริการแอพพ์ Saluber MD (ซาลูเบอร์ เอ็มดี) โดยสุขสบายคลินิกเวชกรรม เบื้องต้นนำร่องในพื้นที่กรุงเทพฯก่อนจะขยายไปยังพื้นที่ต่างจังหวัดในอนาคต

สำหรับการพบแพทย์ผ่านแอพพ์เหมาะกับผู้ที่มีอาการป่วยเล็กน้อยใน 42 กลุ่มโรค ที่ไม่จำเป็นต้องไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล ได้แก่ 1.ผู้ป่วยกลุ่มโรคทั่วไป โรคง่ายๆ เช่น ปวดหัว เป็นไข้ ท้องเสีย ฯลฯ 2.กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูงที่ควบคุมอาการได้ดี 3.กลุ่มผู้ป่วยสุขภาพจิตเบื้องต้น (Mental Health) เช่น มีอาการเครียด วิตกกังวล และ 4.กลุ่มผู้ป่วยที่แพทย์อนุญาตให้รักษาที่บ้าน (Home Care) เช่น ผู้ป่วยติดเตียง

ทพ.อรรถพรเสริมว่า ที่ผ่านมา สปสช.ได้รับข้อมูลจากผู้ให้บริการใน 2 แอพพ์ที่ได้ให้บริการไปแล้วว่า ในช่วงแรกๆ ประชาชนยังไม่มั่นใจว่าการพบหมอผ่านสมาร์ทโฟนจะทำได้จริง แต่เมื่อมีการลงพื้นที่ชุมชน อธิบายและสอนวิธีการใช้ให้กับประชาชน พบว่าการตอบรับดีขึ้นมีการใช้บริการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เนื่องจากอำนวยความสะดวกให้ประชาชน ช่วยลดเวลาการเดินทางไปโรงพยาบาล ลดค่าใช้จ่าย และไม่ต้องหยุดงาน

ทั้งนี้ ข้อมูลการให้บริการการแพทย์ทางไกลตั้งแต่เดือนมกราคม-มีนาคม 2566 ยอดสะสม 1,096 คน แบ่งออกเป็น กู๊ด ดอกเตอร์ 191 คน, คลิกนิก 509 คน และโททอลเล่ เทเลเมด 396 คน แม้ตัวเลขผู้เข้าใช้บริการจะยังไม่มากแต่ก็ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ เพราะเท่ากับเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับประชาชนที่ไม่ต้องการจะต้องเสียเวลาเดินทาง หรือเสียค่าใช้จ่าย จากนี้ไปก็ต้องเร่งทำความเข้าใจกับประชาชน

ทพ.อรรถพรให้ข้อมูลอีกว่า ในส่วนของขั้นตอนของการรับบริการพบแพทย์ผ่านแอพพ์นั้น ผู้ใช้บริการสามารถเลือกดาวน์โหลดแอพพ์ที่ต้องการรับบริการได้ จากนั้นลงทะเบียนตามขั้นตอนการใช้บริการ ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละแอพพ์ เมื่อต้องการพบแพทย์ผู้ใช้บริการจะต้องยืนยันตัวตนและรับรหัสเข้ารับบริการกับ สปสช.ผ่านแอพพ์บัญชีทางการที่ @nhso จากนั้นสามารถนำคิวอาร์โค้ดไปแสดงในแต่ละแอพพ์

สำหรับ 42 อาการ/โรค ได้แก่ 1.ข้อเสื่อมหลายข้อ 2.ตาแดงจากไวรัส 3.ตาแดงจากไวรัสที่มิได้มีรหัสระบุรายละเอียด 4.ข้อเสื่อมโดยทั่วไปปฐมภูมิ 5.เนื้อเยื่ออักเสบ 6.วิงเวียน มึน 7.ปวดศีรษะ 8.อาหารเป็นพิษจากเชื้อแบคที่เรียอื่น 9.อาการท้องร่วง 10.กระเพาะ และลำไส้อักเสบจากการติดเชื้อ 11.ไข้ไม่ทราบสาเหตุ 12.ความผิดปกติของระบบการทรงตัวของหู 13.โรคตากุ้งยิงและตุ่มอักเสบเรื้อรังที่หนังตา 14.การอักเสบของเยื่อบุตา 15.การติดเชื้อไวรัสที่มิได้ระบุรายละเอียด

16.กล้ามเนื้อเคล็ด 17.ติดเชื้อไวรัสไม่ระบุตำแหน่งที่เป็น 18.ข้ออักเสบข้อเดียวที่มิได้มีระบุรายละเอียด 19.เยื่อบุจมูกและลำคออักเสบเฉียบพลัน (หวัดธรรมดา) 20.ไข้ ไม่ระบุชนิด 21.เวียนศีรษะ บ้านหมุนเฉียบพลันแบบไม่รุนแรง 22.ปวดท้องช่วงบน 23.การติดเชื้อทางเดินหายใจในส่วนบนแบบเฉียบพลันหลายแห่งพร้อมกัน 24.ลมพิษ 25.ปวดท้อง และปวดอุ้งเชิงกราน 26.เยื่อบุตาอักเสบเฉียบพลันที่มิได้ระบุรายละเอียด 27.ลมพิษที่มิได้ระบุรายละเอียด 28.ปวดหลังส่วนล่าง 29.คออักเสบเฉียบพลัน 30.ต่อมทอนซิลอักเสบเฉียบพลัน

31.คออักเสบเฉียบพลันที่มิได้ระบุรายละเอียด 32.การติดเชื้อทางเดินหายใจในส่วนบนแบบเฉียบพลัน 33.กระเพาะอาหารอักเสบที่มิได้ระบุรายละเอียด 34.อาการปวดท้องอื่น และอาการปวดท้องที่ไม่ระบุ 35.ข้ออักเสบหลายข้อที่มิได้ระบุรายละเอียด 36.ต่อมทอนซิลอักเสบเฉียบพลันที่มิได้ระบุรายละเอียด 37.เยื่อจมูกอักเสบจากการแพ้ที่มิได้ระบุรายละเอียด ปวดกล้ามเนื้อ 38.เยื่อจมูกอักเสบจากการแพ้หรือการเปลี่ยนอากาศ 39.ข้ออักเสบแบบอื่น 40.ไซนัสอักเสบเฉียบพลัน 41.ไซนัสอักเสบเฉียบพลันที่มิได้ระบุรายละเอียด และ 42.การติดเชื้อโควิด-19 กลุ่มสีเขียวที่มีอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย

เป็นการยกระดับอีกขั้นของ สปสช.ที่นำเทเลเมดิซีนมาเสริมประสิทธิภาพให้ประชาชนได้รับบริการรวดเร็ว สะดวกสบายมากขึ้น