สอบสวนกลาง รวบ ‘เจ้ปุ๊ก โพธิ์กลาง’ หลอกร่วมลงทุน พบหมายจับยาวเป็นหางว่าว

2.04.23 | 17:45 น.

ตํารวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบ “เจ้ปุ๊ก โพธิ์กลาง” หลอกร่วมลงทุน พบหมายจับยาวเป็นหางว่าว ล่าสุดใช้สเน่ห์หลอกเอาชุดตรวจ ATK กว่า 1,000 ชิ้น ไปฟรีๆ


เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ กองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.)ภายใต้การอํานวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ศราวุธ จันต๊ะวงค์ ผกก.2 บก.ป., พ.ต.ท.นฤทธิ์ ผูกจิตร รอง ผกก.2 บก.ป., พ.ต.ท.นพรัตน์ คํามาก รอง ผกก.2 บก.ป., พ.ต.ท.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล รอง ผกก.2 บก.ป., พ.ต.ท.พลวุฒิ ผาตินุวัติ รอง ผกก.2 บก.ป.

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นําโดย ว่าที่ พ.ต.ท.ปรัชญ์ แม้นเดช สว.กก.2 บก.ป. พร้อมด้วย ร.ต.อ.หญิง ภริดา วรรธนเสถียร รอง สว.กก.2 บก.ป., ด.ต.อุดม นวลเทศ, ด.ต.ประเสริฐ กิทํา, ด.ต.ธนโชติ อินต๊ะแสน ผบ.หมู่ กก.2 บก.ป.ร่วมกันจับกุม น.ส.ฐิติกานท์หรือปุ๊กอายุ 48 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดหนองคาย ที่ จ. 66/2566 ลงวันที่ 13 มี.ค.2566 โดยกล่าวหาว่ากระทําความผิดฐาน ฉ้อโกง โดยจับได้ที่บริเวณหน้าลานจอดรถ ตลาดแห่งหนึ่ง แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม.

สำหรับพฤติการณ์ระบุว่า เมื่อประมาณต้นปี 2565 น.ส.ฐิติกานท์ หรือปุ๊ก ได้ไปสนิทสนมกับผู้ขายชุดตรวจ ATK โดยขอรับของไปก่อนเป็นพันชิ้น เพื่อจะรีบนําไปบริจาค ซ้ํายังหลอกกับผู้เสียหายคนเดิม ให้นําพระเช่าบูชา กว่า 6 แสนบาท มาให้เพื่อนําไปปล่อยเช่าต่อ แต่ไม่สามารถหาผู้เช่ามาเช่าได้จริง ทําให้ผู้เสียหาย ได้รับความเสียหาย จากนั้นก็หนีหายไปติดต่อไม่ได้ ผู้เสียหายจึงไปร้องทุกข์ดําเนินคดี ต่อมาศาลได้อนุมัติ หมายจับในข้อหาฉ้อโกง

Advertisement

ต่อมา น.ส.ฐิติกานท์ได้อ้างว่าตนเป็นนายหน้าที่ดิน รับฝากขาย จํานอง จํานํา รวมทั้ง หลอกระดมทุนซื้อที่ดิน อ้างลงทุนนิดเดียวผลตอบแทนสูง เก็บค่าบริการกับเหยื่อแต่ละรายเป็นค่าเดินทาง ครั้งละ 25,000 บาท เพื่อเป็นการทําเอกสาร และค่าเดินทางไปดูที่ดินต่างๆ ซึ่งไม่สามารถทําได้จริง โดย น.ส.ฐิติกานท์ มักจะอ้างว่าตนรู้จัดที่ดินแปลงสวย แต่มีราคาในการซื้อที่ดินมีจํานวนที่สูง จึงไปชักชวนเหยื่อมารวมลงทุน ถ้าลงทุนจะได้กําไรมาก เพราะจะซอยแบ่งขาย ให้ได้ส่วนต่าง มาเป็นผลตอบแทนให้เหยื่อในระยะเวลาสั้นๆ แต่ไม่เคยได้เห็นที่ดิน และได้ผลตอบแทนจริง

จากการตรวจสอบพบว่า พบว่าเคยก่อเหตุหลายคดีทั่วประเทศ และได้เปลี่ยนรูปแบบ วิธีการหลอกลวงผู้เสีย เพื่อให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ โดยได้ก่อคดีมาจนถูกออกมายจับ รวมทั้งหลบหนีประกันในชั้นศาล จากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหายังคงก่อคดีอื่นอีก จํานวนหลายคดี ดังนี้

  1. หมายจับศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา ที่ จ.30/2566 ลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2566 ซึ่งต้องหาว่า กระทําความผิดฐาน “ฉ้อโกง” (สภ.บางประอิน)
  2. หมายจับศาลแขวงนนทบุรี ที่ 408/2565 ลงวันที่ 22 มิถุนายน 2565ซึ่งต้องหาว่ากระทําความผิดฐาน “ฉ้อโกง”
  3. หมายจับศาลแขวงธนบุรี ที่ 192/2565 ลงวันที่ 7 เมษายน 2565 ซึ่งต้องหาว่ากระทําความผิดฐาน “ฉ้อโกง” เจ้าหน้าที่ตํารวจชุดจับกุมจึงทําการแจ้งเจ้าหน้าที่ตํารวจที่เกี่ยวดําเนินการตามกฎหมายต่อไป

ซึ่งเมื่อตรวจสอบคดีข้างต้นนี้ พบว่า น.ส.ฐิติกานท์ยังไม่ถูกดําเนินคดี และได้แจ้งไปยังสถานีตํารวจ ที่เป็นเจ้าของหมายจับอื่นๆ ให้อายัดตัวผู้ต้องหาเพื่อดําเนินคดีตามกฎหมายต่อไป สอบถามคําให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา