2คนร้ายขี่รถไล่ยิง น.ศ.เทคโนปทุมวัน รถล้มบนถนนจรัญสนิทวงศ์ โหดวนรถกลับมาจ่อยิงซ้ำดับอนาถ คาดปมแก้แค้นระหว่างสถาบัน
ร.ต.อ.นฤเศรษฐ์ เอมกริชรอง สว.(สอบสวน) สน.บางกอกน้อย รับแจ้งเหตุยิงกันตาย เหตุเกิดใกล้ปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 30/1 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กทม. เมื่อเวลา 22.15 น. วันที่ 2 เมษายน รุดไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.จักรภพ สุคนธราช ผบก.น.7 พ.ต.อ.ณัฐพัฒนส์ ธรรมชุตินันท์ ผกก.สน.บางกอกน้อย ฝ่ายสืบสวน สน.บางกอกน้อย เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวรนิติเวช รพ.ศิริราช และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุอยู่ห่างจาก สน.บางกอกน้อย ประมาณ 300 เมตร ริมถนนเลนซ้ายสุดพบศพนายศตวรรษ รอบรู้ อายุ 23 ปี นักศึกษาวิศวกรรมไฟฟ้า ปี 1 ขึ้นปี 2 สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน สภาพศพนอนตะแคงขวาสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีขาวสวมทับเสื้อคลุมแขนยาวสีน้ำเงิน กางเกงขาสั้นเจเจลายเขียวแดงดำ มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดที่หน้าอกซ้าย 1 นัด หน้าอกขวา 1 นัดซี่โครงซ้าย 1 นัด ขาซ้าย 2 นัด และนิ้วโป้งขวา 1 นัด รวม 6 นัด และพบหัวกระสุนไม่ทราบขนาด 3 หัวตกบริเวณที่เกิดเหตุ ใกล้กันพบรถ จยย.ยามาฮ่า นูโว สีขาวดำ ทะเบียน ยจท 772 กรุงเทพมหานคร ล้มคว่ำ มีรอยกระสุนทะลุ 1 นัด และหมวกกันน็อกแบบเต็มใบสีขาวของผู้ตาย
จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่ผู้ตายขี่รถ จยย.ถึงจุดเกิดเหตุ มีคนร้ายเป็นชาย 2 คน สวมหมวกกันน็อกแบบเต็มใบขี่รถ จยย.ยามาฮ่า รุ่น N-Max สีขาว ทะเบียนจำได้ 9178 (ตัวใหม่) ขี่ประกบไล่กระหน่ำยิงหลายนัด รถ จยย.ล้มคว่ำไถลไปกับถนน คนร้ายกลับรถมาจ่อยิงซ้ำอีกหลายนัด ก่อนขี่ หลบหนีไปตามถนนจรัญสนิทวงศ์ ขาเข้ามุ่งหน้าสี่แยกไฟฉาย
ด้าน ร.ต.อ.นฤเศรษฐ์ เจ้าของคดีกล่าวว่า ประสานฝ่ายสืบสวนตรวจภาพกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงเพื่อดูเหตุการณ์เบื้องต้นคนร้ายไล่ยิงผู้ตายมา เมื่อรถล้มคนร้ายกลับรถมายิงซ้ำอย่างโหดเหี้ยมส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวน
ส่วนความคืบหน้าทางคดี พ.ต.อ.ณัฐพัฒนส์ ธรรมชุตินันท์ ผกก.สน.บางกอกน้อย ระบุว่า ตอนนี้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบเส้นทางของคนร้าย รวมถึงกล้องวงจรปิดแล้ว เบื้องต้นพบว่าคนร้ายทั้งสองคนขี่รถจักรยานยนต์ประกบผู้ตายมาตั้งแต่หน้าหอพักบริเวณซอยจรัญสนิทวงศ์ 42 จากนั้นเมื่อมาถึงบริเวณจุดเกิดเหตุมีการประกบยิงจำนวนหลายนัด จนรถผู้ตายเสียหลักล้มลง จากนั้นคนร้ายวนรถกลับมาก่อนกระหน่ำยิงจนเสียชีวิต และหลบหนีไปทางถนนจรัญสนิทวงศ์ มุ่งหน้าสี่แยกไฟฉาย
พ.ต.อ.ณัฐพัฒนส์ กล่าวว่า คดีนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี เนื่องจากพฤติการณ์ก่อเหตุอุกอาจมาก อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่สามารถระบุตัวผู้ต้องสงสัยได้ เนื่องจากคนร้ายใส่หมวกกันน็อกเต็มใบทั้งสองคน รวมถึงมีการเรียกเพื่อนมาสอบปากคำบางส่วนแล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด ซึ่งตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งเรื่องส่วนตัว หรือเรื่องของความขัดแย้งระหว่างสถาบัน
รายงานข่าวแจ้งว่าชุดสืบสวนไล่เส้นทางคนร้ายจนพบว่าผู้ก่อเหตุขับรถตามผู้ตายมาจากคอนโดฯ ย่านซอยจรัญสนิทวงศ์ 42 เรื่อยมาจนกระทั่งถึงทางรถไฟบางขุนนนท์ ซึ่งห่างจากคอนโดฯ เพียง 100 เมตร ประกอบกับจุดดังกล่าวไม่มีแสงไฟ จึงอาศัยความมืดก่อเหตุ และหลบหนีมุ่งหน้าไปทางสี่แยกไฟฉาย เหตุการณ์ประกบยิงนักเรียนช่างกลเสียชีวิตครั้งนี้มีลักษณะคล้ายกับเหตุการณ์เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2565 ช่วงเวลาใกล้เคียงกัน มีคนร้ายจำนวน 2 คน สวมหมวกกันน็อกเต็มใบ ขี่รถจักรยานยนต์ประกบยิงนักศึกษาช่างกลปทุมวัน จำนวน 8 นัด จนเสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณซอยเทอดไท 86 (แยกกำนันแม้น) ท้องที่ สน.บางขุนเทียน ขณะนี้ยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้ ส่วนผู้ก่อเหตุทั้งสองคดีนี้จะมีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกันหรือไม่นั้น ตำรวจยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
ข่าวแจ้งว่าด้านแนวสืบสวนเชื่อเหตุยิง น.ศ.ปทุมวัน ย่านบางกอกน้อย เป็นการแก้แค้น หลังอุเทนถูกยิงดับหน้าเภสัชจุฬาฯ ชี้พฤติกรรมเรียนรู้วิธีการตำรวจในชั้นกระบวนการยุติธรรม
ข่าวแจ้งว่ากองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 7 แจ้งว่า พฤติกรรมของคนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์ใช้อาวุธปืนยิง น.ศ.เทคโนโลยีฯ ย่านปทุมวัน เสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยม ย่านบางกอกน้อย เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ตรวจสอบพบว่าคนร้ายมีพฤติกรรมเหี้ยมโหด โดยเฉพาะการขี่รถ จยย.ย้อนกลับมายิงซ้ำรวม 6 นัด เชื่อว่าต้องการแก้แค้นเอาคืนระหว่างสถาบันและต้องการ ประกาศศักดาให้ฝ่ายตรงข้ามเกรงกลัว เนื่องจาก ตำรวจพบว่าช่วงวันที่ 18 มีนาคม 2566 กลางดึก มีเหตุคนร้ายขับขี่ รถ จยย.กระหน่ำยิง น.ศ.บริเวณป้าย รถโดยสารประจำทางหน้าเภสัชจุฬา ก่อนไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ในพื้นที่ สน.ปทุมวัน ส่วนคนร้ายขับรถหลบหนีไป ต่อมาตำรวจสามารถขอศาลอนุมัติหมายจับผู้ร่วมก่อเหตุ 3 ราย แต่จับได้ 2 ราย ข้อหา ให้การสนับสนุนในการกระทำความผิด เนื่องจากคนก่อเหตุได้ร่วมกันวางแผนส่วนอีกคนยังหลบหนี
ต่อมาในช่วงปลายเดือนมีนาคม เกิดเหตุยิงกันในพื้นที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ แต่เป็นการยิงผิดตัว ดังนั้นการก่อเหตุยิงที่บางกอกน้อย น่าเชื่อว่าเป็นแก้แค้นเอาคืนของคู่อริต่างสถาบัน เป็นไปตามแนวทางการสืบสวน แต่การสอบสวนยังไม่พบความเชื่อมโยงตำรวจจะต้องรวบรวมหลักฐานคดีที่เกิดขึ้นในอดีตตั้งแต่ปี 2565 ที่มีเหตุยิง นศ.บริเวณแยกกำนันแม้น ครั้งนั้นคนร้ายยิงผู้เสียชีวิตแล้วยังวนกลับมายิงซ้ำอีกรวม 8 นัด คล้ายกับเหตุที่บางกอกน้อย
แต่ละคดี คนร้ายที่ก่อเหตุจะมีความเชี่ยวชาญการใช้อาวุธและเรียนรู้การทำงานของตำรวจเป็นอย่างดี โดยเฉพาะวิธีการทำงานสืบสวนสอบสวนของตำรวจ ที่จะต้องไปเบิกความอย่างละเอียดตามกระบวนการยุติธรรม กลุ่มคนร้ายก็จะทราบแนวทางการทำงานของตำรวจได้จึงถือว่าเป็นจุดอ่อน ในชั้นศาลจึงมีคำสั่งไม่ให้คนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทางคดีเข้าไปนั่งฟังการพิจารณาไต่สวน เพื่อป้องกันไม่ให้คนร้ายรู้วิธีการต่างๆ เหล่านี้

