แถลงปิดคดีลักปืนหลวง สภ.ปากเกร็ด ยังล่องหน 96 กระบอก ดำเนินคดี 24 ราย จนท.รัฐอีก 8

5.04.23 | 11:42 น.

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ แถลงปิดคดีลักปืนหลวง สภ.ปากเกร็ด ดำเนินคดีผู้ต้องหา 24 ราย เจ้าหน้าที่รัฐ 8 ราย


จากกรณีเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2565 เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี ด.ต.เชาวลิต พุ่มขจร ผบ.หมู่ (ป) สภ.ปากเกร็ด ซึ่งทำหน้าที่ตรวจเก็บและดูแลรักษาอาวุธปืนหลวงในคลังของ สภ.ปากเกร็ด ภ.จว.นนทบุรี โดยดำเนินคดีในกรณีที่ตรวจพบว่า ด.ต.เชาวลิตลักเอาอาวุธปืนในคลังดังกล่าว 160 กระบอก นำไปจำหน่ายให้กับบุคคลอื่น โดยดำเนินคดีฐานลักทรัพย์ในสถานที่ราชการ, เป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตฯ ตามที่สื่อมวลชนและโซเชียลมีเดียได้นำเสนอแล้วนั้น

คดีดังกล่าว พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. สืบสวนขยายผลจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องกับการรับซื้ออาวุธปืนหลวงดังกล่าวนำมาดำเนินคดีทั้งหมด รวมทั้งติดตามนำอาวุธปืนกลับคืนมาให้ได้ และได้ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนตามคำสั่ง ตร.ที่ 505 และ 567/2565 โดยมี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เป็นผู้ควบคุม กำกับ ดูแลการสืบสวนสอบสวน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จึงได้สั่งการให้ พล.ต.ท.จิรภัทร ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 และ พล.ต.ท.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบช.ภ.1 ดำเนินการขยายผลติดตามอาวุธปืนที่ถูกลักไปกลับคืนมาโดยเร็ว

Advertisement

จากการสืบสวนขยายผลของเจ้าหน้าที่สามารถรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับบุคคลซึ่งมีพฤติการณ์ในการรับจำนำจาก ด.ต.เชาวลิตได้จำนวนทั้งสิ้น 23 ราย โดยแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว 1 ราย ออกหมายจับแล้ว 22 ราย จับกุมได้ 18 ราย อายัดตัว 4 ราย โดยทั้งหมดจะถูกดำเนินคดีในข้อหา รับของโจร ประกอบด้วย

1.นายสมชาย บัวกลิ้ง (จับกุมตามหมาย)
2.นายสมเจต แก้วดวง (จับกุมตามหมาย)
3.นายสุรัช พุกหนู (จับกุมตามหมาย)
4.นายประเสริฐ พวงศิลป์ (จับกุมตามหมาย)
5.นายกิตกร ศรีคำภา (จับกุมตามหมาย)
6.นายธีระวัฒน์ ชูเชิด (จับกุมตามหมาย)
7.นายชายแดน ธัญญรักษ์ (จับกุมตามหมาย)
8.นายปรีดา จันทร์แก้ว (จับกุมตามหมาย)
9.นายมนตรี น้อยคำมี (จับกุมตามหมาย)
10.น.ส.วรารัตน์ รัตนวรรณ์ (จับกุมตามหมาย)
11.นายอโนทัย ฝอยทอง (จับกุมตามหมาย)
12.น.ส.รุ่งรัตน์ ชิณศรีวงษ์ (จับกุมตามหมาย)
13.น.ส.วรรณพร จันทสีร์ (จับกุมตามหมาย)
14.นายธันวา แท่งทองไทย (จับกุมตามหมาย)
15.นายเศษฐพงค์ ก้อนทอง (จับกุมตามหมาย)
16.นายชัยคุปต์ แย้มดี (จับกุมตามหมาย)
17.นายบริสุทธิ์ ทองปรีชา (จับกุมตามหมาย)
18.นายธวัชชัย เป๋ากระโทก (จับกุมตามหมาย)
19.นายทศพล พรมสอน (อายัดตัว)
20.นายนเรนทร์ สมพงษ์ (อายัดตัว)
21.นายสำเริง สอนกลาง (อายัดตัว)
22.นายบุรินทร์ วันแอเลาะ (อายัดตัว)
23.นางจินดา พุกกิริยา (แจ้งข้อกล่าวหา)

ส่วนอาวุธปืนหลวงที่ถูกลักไปนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการขออนุมัติหมายค้นจากศาลเพื่อเข้าค้นตรวจยึดหาพยานหลักฐานและติดตามอาวุธปืนหลวงซึ่งหายไปจำนวนทั้งสิ้น 160 กระบอก สามารถติดตามคืนมาได้แล้วจำนวน 64 กระบอก ที่เหลืออีก 96 กระบอก อยู่ระหว่างติดตามค้นหาต่อไป

สำนวนคดีนี้ประกอบด้วยเอกสารมากกว่า 2,200 แผ่น สอบปากคำพยาน 30 ปาก ขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอผู้บังคับบัญชาลงนามพิจารณาสั่งฟ้อง เพื่อส่งสำนวนเสนอพนักงานอัยการต่อไป

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนยังได้มีการขยายผลดำเนินคดีกับ เจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการควบคุมดูแลและตรวจสอบอาวุธปืนหลวงดังกล่าว ซึ่งมีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จนทำให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการดังกล่าวอีกจำนวน 8 นาย ประกอบด้วย

1.อดีต ผกก.สภ.ปากเกร็ด ปี 60-62
2.อดีต ผกก.สภ.ปากเกร็ด ปี 62-65
3.อดีต รอง ผกก.ป.สภ.ปากเกร็ด ปี 60-62
4.อดีต รอง ผกก.ป.สภ.ปากเกร็ด ปี 62-64
5.อดีต รอง ผกก.ป.สภ.ปากเกร็ด ปี 64-65
6.อดีต สว.อก.สภ.ปากเกร็ด ปี 57-63
7.อดีต สว.อก.สภ.ปากเกร็ด ปี 63-64
8.อดีต สว.อก.สภ.ปากเกร็ด ปี 64-65

โดยจะดำเนินคดีในข้อหา เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด โดยจะสรุปสำนวนเสนอ ป.ป.ช.พิจารณาดำเนินการต่อไป

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า หลังจากที่ได้มีการจับกุมดำเนินคดีกับ ด.ต.เชาวลิต ซึ่งได้ลักเอาอาวุธปืนหลวงของ สภ.ปากเกร็ด นำออกไปจำนำให้กับผู้อื่นแล้วนั้น คดีดังกล่าวท่าน ผบ.ตร.มีคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน โดยมอบหมายให้ผมเป็นผู้ควบคุมดูแลการสืบสวนสอบสวน จึงได้สั่งการให้สืบสวนขยายผลดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการรับปืนของหลวงดังกล่าวไปทั้งหมด รวมทั้งดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐที่มีการปล่อยปละละเลยทำให้เกิดความเสียหายกับทางราชการ

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า สำหรับ ด.ต.เชาวลิต ศาลมีคำสั่งพิพากษาจำคุก 256 ปี 168 เดือน แต่ให้จำคุก 50 ปี ตามกฎหมาย ส่วนสำนวนของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการรับจำนำปืนนั้น มีการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาจำนวน 23 คน ซึ่งจับกุมได้แล้วทั้งหมด อยู่ระหว่างสรุปสำนวนเสนอพนักงานอัยการ และในส่วนของการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐได้มีการสรุปสำนวนเสนอ ป.ป.ช.ชี้มูลคดีดังกล่าวไปเมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา หลังจากนี้จะขยายผลติดตามอาวุธปืนหลวงที่ยังสูญหายอยู่ รวมทั้งหากพบผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติมก็จะขยายผลดำเนินคดีโดยเด็ดขาดต่อไป