ผบ.ตร.สั่งตรวจสอบนทท.จีนใช้วีซ่า VOA เช็กประวัติทางการจีนเป็นกลุ่มเสี่ยงก่ออาชญากรรมหรือไม่ 

5.04.23 | 12:42 น.

วันที่ 5 เมษายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เปิดเผยว่า เมื่อวานได้มีการเชิญ พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. มาพูดคุยเพื่อวางแนวทางแก้ไขปัญหานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมาไทย โดยใช้วีซ่าออนอไรวอล (Visa on Arrival) หรือ VOA เบื้องต้นได้มีการเน้นย้ำเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งมีทั้งกลุ่มที่ใช้วีซ่า VOA 15 วันและวีซ่าท่องเที่ยว วีซ่าทำงาน กลุ่มคนเหล่านี้จะเดินทางเข้าไทยแล้วก็จะต้องติดตามและเข้มงวดกับการขอนุญาตอยู่ต่อ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่อยู่เกินกว่ากฎหมายกำหนด หรือ Over Stay และกลุ่มเสี่ยงที่อาจจะก่ออาชญากรรม ทาง ตร.ก็มีการบูรณาการร่วมกันทั้งตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และตำรวจท่องเที่ยว รวมทั้งพื้นที่ใช้มาตรการเชิงรุกตรวจสอบบ้านเช่า ที่พัก อพาร์ตเมนต์ และเกสต์เฮาส์ต่างๆ ตามข้อมูลที่ได้แจ้งไว้ เบื้องต้น ส่วนการขอเปลี่ยนวีซ่าเพื่ออยู่ต่อให้นานขึ้น ขั้นตอนเหล่านี้ก็ได้เน้นย้ำเจ้าหน้าที่นำบทเรียนเก่าๆ มาใช้ในการทำงานเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการก่ออาชญากรรมให้ดียิ่งขึ้น


พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์เปิดเผยต่อว่า การที่มีนักท่องเที่ยวใช้วีซ่า Visa on Arrival มองว่าเป็นประโยชน์มากกว่าเสีย เพราะประเทศไทยเป็นเมืองท่องเที่ยว แต่จะต้องมีมาตรการเชิงรุกที่ตรวจสอบในประเทศมากขึ้น ส่วนเจ้าหน้าที่ก็ได้มีการกำชับ หากเข้ามามีส่วนเอื้อประโยชน์ เรียกรับผลประโยชน์กับนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่ผ่านมาก็ได้มีการลงโทษไปแล้วจำนวนมากเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง และสถานการณ์ปัจจุบันก็ดีขึ้น

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์เปิดเผยต่อว่า สำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มาไทยโดยใช้วีซ่า VOA ระหว่างที่อยู่ในประเทศ ทางการไทยก็จะมีการประสานข้อมูลกับทางการจีนเพื่อทราบข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับ
ประวัตินักท่องเที่ยวว่ามีประวัติก่อคดีอาชญากรรมมาก่อนหรือไม่เพื่อเฝ้าระวัง

ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์เปิดเผยถึงความคืบหน้า คดี 3 ผู้ต้องหาชาวจีนและหญิงไทยร่วมกันอุ้มฆ่านักศึกษาสาวชาวจีน ยัดถุงทิ้งร่องน้ำที่จังหวัดนนทบุรี ว่า ขณะนี้ตำรวจไทยที่เดินทางไปถึงประเทศจีนแล้ว ยังไม่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ที่ถูกควบคุมตัว โดยตำรวจไทยจะไม่ได้ร่วมสอบผู้ต้องหาชาวจีนแต่อย่างใด ซึ่งการสอบสวนตำรวจไทยจะต้องส่งประเด็นข้อสงสัยทั้งหมดเกี่ยวกับคดีรวบรวมให้ทางการจีนไปสอบปากคำผู้ต้องหา และทางการจีนก็จะส่งผลการสอบปากคำให้ ตำรวจไทยเพื่อใช้ในการทำคดี ซึ่งขณะนี้ตำรวจไทยอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและคำให้การของผู้ต้องหาหญิงชาวไทยที่เป็นนางนกต่อ เพื่อประกอบคำให้การของผู้ต้องหาชาวจีนว่าตรงกันหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ตำรวจไทยมีวัตถุพยานและนิติวิทยาศาสตร์ครบถ้วนสมบูรณ์กับการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งหมดแล้ว

Advertisement