เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2559 จากกรณีบนโลกโซเชียลเกิดการแชร์เรื่องราวเกี่ยวกับครูภรรยาน้อยตบครูภรรยาหลวงจับหัวโขกกำแพง ทำให้เด็กนักเรียนรับไม่ได้แห่แชร์โพสต์ลงเฟซบุ๊กเรียกร้องให้ผู้บริหารโรงเรียนจัดการขั้นเด็ดขาดย้ายครูออกจากโรงเรียนภายใน 24 ชั่วโมง โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ
โดยได้มีการโพสต์ข้อความและรูปภาพของ “ครูเมียน้อย” และ “ครูเมียหลวง” ซึ่งครูทั้งสองคนนั้นเป็นครูสอนอยู่ในโรงเรียนเดียวกัน โดยมีข้อความ แม่พิมพ์ของชาติตีกันแย่งผัว ด้วยการตบตีจับศีรษะโขกกำแพง จนหน้าตาปูดบวมได้รับบาดเจ็บ จนครูท่านหนึ่งซึ่งโลกโซเชียลว่าเป็นเมียน้อย ได้เปิดบ้านแถลงข่าวว่าตนไม่ผิด เพราะครูอีกคนซึ่งเป็นคู่กรณีได้บุกรุกบ้านกลางดึก ก่อนไปแจ้งความฟ้องหมิ่นประมาท
ล่าสุด นายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า ตนในฐานะที่ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) อำนาจเจริญ ได้สั่งการให้ย้ายครูทั้งสองออกจากโรงเรียนที่สอนอยู่เป็นการย้ายชั่วคราวให้อยู่โรงเรียนใกล้ๆ ซึ่งจะนำเข้าที่ประชุม คณะกรรมการศึกษาธิการ (กศจ.) อำนาจเจริญ ในการประชุม กศจ.ในวันที่ 8 ธ.ค.ที่จะถึงนี้ ซึ่งเป็นการย้ายเพื่อในการสอบสวนสืบสวนสำหรับครูทั้งสองท่านที่เกี่ยวข้องสะดวกขึ้นส่วนกรณีที่อ้างว่ามีนักการเมืองท้องถิ่นที่เป็นสมาชิก ส.ท.อาจจะเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยหรือไม่อย่างไรนั้น ทางจังหวัดได้ตั้งกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริงแล้วว่ามีความเกี่ยวข้องกับครูทั้งสองท่านนี้อย่างไรหรือไม่ ไม่นานคงทราบผล
ที่สำคัญอีกกรณีหนึ่งตนอย่างจะฝากเตือนเกี่ยวกับการใช้ไลน์ ใช้เฟซบุ๊กและสื่อสารในโลกโซเชียลต่างๆ ขอให้ระมัดระวังในการส่งต่อด้วย เพราะว่าเรื่องนี้อาจจะไปกระทบกับครูทั้งสองที่เป็นคู่กรณีกันทำให้เกิดความเสียหายไม่ว่าจะกล่าวหาใครเป็นอย่างไรหรือไม่ก็ตาม เพราะการส่งต่อข้อมูลต่างๆ ที่เป็นความจริงหรือไม่จริงอาจทำให้เขาผู้ถูกล่าวหาเสียหายได้ ไม่ว่าเขาจะกระทำผิดหรือถูกเพราะฉะนั้นท่านอาจจะถูกฟ้องร้องข้อหาหมิ่นประมาท จึงขอให้ใช้อย่างระมัดระวังเพราะอาจเจอข้อหาผิด พ.ร.บ.คอมพ์ จึงขอฝากเตือนไม่ว่าจะทางไลน์ทางเฟซบุ๊กทางเน็ตทางโซเชียลอะไรต่างๆ นี้ตนขอร้อง ซึ่งที่ผ่านมาทำให้ข่าวนี้เผยแพร่ต่อไปนั้นไม่สมควรอย่างยิ่ง
และวันนี้เวลา10.00 น.นางเปมิกา ซึ่งเป็นครูสอนวิชาภาษาอังกฤษอยู่โรงเรียนอำนาจเจริญ ที่โลกโชเชียนกล่าวว่าเป็นเมียหลวงพร้อมด้วยพี่น้องประมาณ 20 คนรวมตัวกันมา โดยนางนางเปมิกา สวมชุดคนไข้โรงพยาบาลอำนาจเจริญ เข้าประกอบพิธีสาบานตนกับพรหมณ์เพียงคนเดียวเนื่องจากสามีและครูชี 8 อีกคนเป็นที่เป็นข่าวขัดแย้งกันไม่มาร่วมสาบานด้วย โดยกล่าวว่า “ต่อหน้า พระเจ้าใหญ่องค์พระมงคลมิ่งเมื่อ พระคู่บ้านคู่เมื่อที่ศักดิ์สิทธิ์สิ่งที่ข้าพเจ้าจะกล่าวต่อไปนี้เป็นความจริงเป็นความสัตย์จริงข้าพเจ้านางนางเปมิกา ได้ไปตามสามีที่บ้านนางทิพย์เพ็ญภักตร์ ครู คศ. 3 ชี 8 โรงเรียนอำนาจเจริญ จริงไม่มีวัตถุประสงค์ใดแอบแฝงนอกจากไปตามสามีกลับบ้านขอพระมงคลมิ่งเมืองผู้ศักดิ์สิทธิขอเทวดาฟ้าดินทั้งหลายเทวาดาอาลักษ์ทั้งหลายที่มีหูแก้วตาทิพย์ให้มาเป็นสักขี่พยานในการกล่าวคำสาบานในครั้งนี้ด้วยเทอญ” จากนั้นก็จุดรูปสาบาน
ด้านนางทิพย์เพ็ญภักตร์ ครู คศ. 3 ชี 8 ที่โดนสังคมโชเชียนกล่าวหาว่าเป็นเมียน้อย ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับผู้สื่อข่าวว่า เรื่องสาบานตนไม่เคยทราบมาก่อนและคงไม่เคยคิดที่จะใช้คำสาบานมาแก้ปัญหาที่สังคมต่างๆ เข้าใจตนผิดโดยเฉพาะที่นำข่าวอันเป็นเท็จไปลงในโลกโชเชียนกล่าวว่าไปต่างๆนาๆ ตนรับไม่ได้และตนได้ก๊อปปี้ไว้ทุกตัวอักษรทุกถ้อยคำที่ลงด่าทำให้ตนและครอบครัววงตระกูลเสียหายยับเยินจนไม่สามารถจะแก้ไขคืนมาได้
“ตบหัวแล้วจะมาลูบหลังตนนั้น ตนยอมไม่ได้ เรื่องนี้จะต้องพิสูจน์ความจริงกันที่ศาล รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก ทำได้อย่างไรอยู่ๆก็จะเรียกตนไปสาบาน สาบานอะไรทำไมต้องเอาพระเอาเจ้ามายุ่งด้วยอย่างลืมว่าพระเจ้าเป็นของสูงไม่ควรดึงท่านลงมายุ่งด้วย ชั่วดีอยู่กับตนใครทำอะไรไว้ก็รอรับผลกรรมก็แล้วกัน ตนจะดำเนินเรื่องนี้ให้ถึงที่สุดและจะฟ้องหมิ่นประมาณกับทุกคนที่ทำกับคนไม่ว่าจะเป็นใครตนไม่กล้วเพราะทำตนป่นปี้มามากแล้ว ซึ่งจะฟ้องเพิ่มเติมอีก 3 รายและสื่ออีก 4 สำนัก” นางทิพย์เพ็ญภักตร์ กล่าว

