เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พบประชาชนจากทั่วทุกสารทิศใช้โอกาสในวัดหยุดยาว 3 วัน ทยอยเดินทางมาพร้อมครอบครัวตั้งแต่ช่วงเช้ามืด บางส่วนเป็นประชาชนที่มาปักหลักค้างคืนรอที่ท้องสนามหลวงและตามจุดบริการพักต่างๆ โดยวันนี้สำนักพระราชวังเปิดให้เข้ากราบถวายสักการะตั้งแต่เวลา 04.50 น. จากเวลาปกติเปิดเวลา 08.30 น. ทั้งนี้ วันนี้มีประชาชนมากันจำนวนมาก ทำให้ยืนรอกันจนเต็มพื้นที่โดยรอบท้องสนามหลวง ท่ามกลางสภาพอากาศลมพัดเย็นสบายในยามเช้า แต่พอช่วงสายแดดแรงขึ้นเริ่มร้อน แต่ทุกคนก็ยังมีสีหน้ายิ้มแย้ม และตื่นเต้นที่จะได้ขึ้นไปกราบถวายสักการะพระบรมศพ
นางฉวี กิ่งทอง อายุ 62 ปี ชาว อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร มาพร้อมเพื่อนบ้านเป็นหมู่คณะถึงตั้งแต่ เวลา 21.00 น. ของวันที่ 10 ธันวาคมมาถึงกรุงเทพฯประมาณ 02.00 น. ว่า รู้สึกตื้นตันใจมากที่ได้มากราบพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ ตอนนั้นได้อธิฐานจิตบอกพระองค์ว่า ขอบคุณที่ดูแลคนไทยอย่างดีมาโดยตลอด ส่วนตนจะเป็นคนดี ทำความดีทุกๆ วัน เหมือนที่พระองค์ทรงทำมา ที่ผ่านมา ทั้งนี้ เคยมีโอกาสรับเสด็จฯพระองค์ท่าน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศ์ศานุวงค์ที่จ.พิจิตร ได้ไปรอชมพระบารมีตลอด ครั้งนี้เลยเป็นเหมือนครั้งสุดท้ายที่ได้มารอเห็นในหลวงรัชกาลที่ 9 แม้ได้เห็นท่านอยู่ในพระโกศ แต่ความรู้สึกเราอุ่นใจเหมือนเดิม เพราะท่านอยู่ในใจเสมอมา

นางสาวอภิญญา ภู่กลัด อายุ 16 ปี มาพร้อมเพื่อนนักเรียนโรงเรียนวังสำโรงวังหว้า จ.พิจิตร สวมชุดนักเรียนเดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ กล่าวว่าเคยมากับครอบครัวครั้งหนึ่งแล้ว พอกลับไปเล่าให้เพื่อนๆ ฟัง หลายคนก็อยากมาบ้าง เลยนัดกับกลุ่มเพื่อน 4 คนเดินทางมาที่นี่ในวันหยุดยาว รู้สึกดีใจมากๆ ที่ได้เข้ากราบหลวงรัชกาลที่ 9 ครั้งหนึ่งในชีวิต อย่างไรก็ดี ตนและเพื่อนพี่น้องใน อ.ตะพานหิน ได้น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีให้คนไทย ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเดินทางไปชมโครงการช่างหัวมัน กับคณะ อบต. ได้เห็นพระองค์ท่านพัฒนาที่ดินผืนใหญ่ ให้เป็นประโยชน์ทั่วทั้งบริเวณ ทั้งปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ ล้วนเป็นประโยชน์ เป็นการปูทางอาชีพที่มั่นคงในอนาคตได้

นายติน กรองกุล อายุ 64 ปี ชาวจ.กาญจนบุรี เดินทางมาสักการะพระบรมศพทุกอาทิตย์เป็นครั้งที่ 4 จากตั้งใจจะมาสักการะพระบรมศพให้ได้ 9 ครั้ง กล่าวว่า วันนี้เป็นวันหยุด แต่โรงงานที่ทำอยู่ยังเปิดทำงานตามปกติพร้อมทั้งให้ค่าแรงสองเท่า แต่ตนอยากมาสักการะพระบรมศพตามที่ตั้งใจไว้ จึงเลือกหยุดงานโดยไม่เห็นแก่เงิน ทั้งนี้ ส่วนตัวยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง หาได้แค่ไหนใช้ได้เท่านั้น และตั้งปณิธานจะดำรงตนเป็นคนดีของสังคม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟสบุ๊คศูนย์ประสานงานอาสาสมัคร Volunteers For DAD ซึ่งมีสำนักงานตั้งอยู่ ณ หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์ โพสต์ข้อความตอนหนึ่งว่า ขณะนี้ศูนย์กำลังขาดแคลน ได้แก่ น้ำดื่มบรรจุขวด, จาน ชาม ช้อน แก้วน้ำพลาสติก ชานอ้อย หรือกระดาษ, เครื่องปรุง เช่น น้ำมัน น้ำปลา รสดี ผงชูรส, ยาดม ยาหม่อง ยาธาตุ ทั้งนี้ สามารถติดต่อบริจาคสิ่งของเหล่านี้ได้ที่ทำการศูนย์ หรือโทร. 09 5479 7034, 09 1814 2076 , 0 2613 3908 หรือหากประสงค์จะบริจาคอาหารกล่องหรือขนมอื่นๆ สามารถติดต่อได้ที่ กองอำนวยการกรุงเทพมหานคร บริเวณกลางสนามหลวง
เจ้าหน้าที่ศูนย์ประสานงานอาสาสมัครฯ รายหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่า นอกจากสิ่งที่โพสต์ขอรับบริจาคข้างต้น ขณะนี้เรากำลังประสบปัญหาอาสาสมัครมีไม่เพียงกับผู้ให้บริการ จากช่วงเปิดแรกวันธรรมดาจะมีอาสาสมัครเข้ามาลงทะเบียนวันละ 700-800 คน วันเสาร์-อาทิตย์วันละ 1,400-1,700 คน แต่พอช่วงหลังที่เริ่มดร็อปๆลง เดี๋ยวนี้อย่างเมื่อวานที่เป็นวันเสาร์ มีผู้ลงทะเบียนมาเป็นอาสาสมัครไม่ถึงพันเลย จึงขอเชิญชวนนักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจ มาเป็นอาสาสมัคร เช่น อาสาประชาสัมพันธ์ อาสาคัดแยกขยะ อาสาขนของฝ่ายคลัง และล่าสุดที่เปิดอาสารอบดึก คอยดูแลแจกอาหารน้ำดื่ม และให้ยืมสิ่งของ เช่น เสื่อปูพื้น สำหรับประชาชนที่มารอสักการะยามค่ำคืน จะได้ไม่ถูกพ่อค้าแม่ค้าที่มาทำทีว่าแจกของฟรีแต่สุดท้ายมาหลอกขายของ



