เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายในวัดพระธรรมกาย ตั้งแต่ช่วงเช้าหลังจากมีกระแสข่าวว่าจะมีการนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหลายกองร้อยเข้าตรวจค้นภายในวัดพระธรรมกายเพื่อจับกุมพระธัมมชโยนั้น ก็ยังคงมีศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายเดินทางมาร่วมทำบุญตักบาตรกันเป็นจำนวนมาก โดยบริเวณประตูที่ 7 ฝั่งถนนบางขันธ์-หนองเสือ ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้มีทั้งรถยนต์ส่วนบุคคลตลอดจนรถบัส รถตู้โดยสาร ของบรรดาศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย เดินทางเข้าออกกันเป็นจำนวนมากโดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของวัดคอยตรวจตรารถเข้าออกอย่างเข้มงวด
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า เมื่อเวลา 09.00.น. เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.คลองหลวง ได้ตั้งด่านจุดสกัดเพื่อควบคุมความสงบเรียบร้อยอยู่นั้นปรากฏว่าได้สั่งตรวจรถตู้โดยสารสาธารณะจำนวน 8 คัน โดยได้ตรวจสอบรถตู้พบว่ามีการทำผิดกฎ พ.ร.บ.จราจรผิดนอกเส้นทาง โดยผู้โดยสารที่มากับรถตู้ทั้งหมดมีทั้งพระภิกษุและคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายร่วมเดินทางมาในรถตู้โดยสารด้วย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำผู้ขับขี่รถตู้ทั้งหมดไปดำเนินคดีที่ สภ.คลองหลวง
ในขณะที่ทางวัดพระธรรมกายได้มีการส่งข้อความทางแอพพลิเคชั่นไลน์แจ้งสื่อมวลชน กรณี ดร.เจฟ วิลสัน ผู้อำนวยการฝ่ายการศึกษา สหพันธ์องค์กรชาวพุทธออสเตรเลีย ส่งหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย อ้างถึง: แนะแนวทางแก้ปัญหาโดยสันติวิธี กรณีพระธัมมชโย ใจความว่า
“กราบเรียน ท่านนายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตามที่สหพันธ์องค์กรชาวพุทธออสเตรเลียได้เขียนแสดงความเป็นห่วงเกี่ยวกับการที่พระธัมมชโยถูกคุกคามโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เราในฐานะองค์กรชาวพุทธในประเทศออสเตรเลีย ได้มาร่วมงานวิสาขบูชาโลก ณ ประเทศไทยเป็นประจำทุกปี พวกเรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มายังประเทศนี้ ดินแดนแห่งพระพุทธศาสนา และในปีนี้ เราและเหล่าสมาชิกองค์กรหลายท่านได้มีโอกาสมาเยี่ยมชมวัดพระธรรมกาย วัดที่ใหญ่ที่สุดของศาสนาพุทธ
พวกเรามีความกังวลว่า พระธัมมชโยจะถูกบีบบังคับให้เดินทางไปพบ DSI ถึงแม้ว่าท่านจะมีอาการเจ็บป่วยขั้นรุนแรง ซึ่งรวมทั้งโรคเบาหวาน การข่มขู่จับกุมพระชราได้ทำให้เกิดความกังวลในหมู่ชาวพุทธนานาชาติ และอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นประเทศของชาวพุทธ
เราเชื่อได้ยากว่า พระภิกษุที่ทุ่มอุทิศตนมาตลอดชีวิตจนสุขภาพอ่อนแอ จะกระทำผิดในข้อหาอาชญากรรมอันเห็นแก่ตัวดังกล่าว ท่านมีเป้าหมายในชีวิตเพียงเพื่อฝึกตนและมีเมตตาเพื่อนมนุษย์ นี่เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลยที่ท่านจะกระทำผิดดังที่ถูกกล่าวหา และท่านไม่ได้รับทราบถึงการบริหารที่ผิดพลาดของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน แน่นอนว่า ทุกวัดจำเป็นต้องพึ่งการบริจาค แต่เราขอโต้แย้งว่า ท่านได้รับเงินบริจาคโดยทางสุจริตอย่างแน่แท้
เราเคารพในข้อที่ว่า DSI มีหน้าที่ในการสืบค้นหากสงสัยว่ามีการกระทำผิดกฎหมายทางการเงิน แต่เราเชื่อว่ารัฐบาลจะมีความรอบคอบและตระหนักถึงความผิดพลาดต่อการดำเนินคดีในครั้งนี้ ขอแสดงความนับถือ”

