หน้าแรก ในประเทศ “น้องกร”ซาบซึ...

“น้องกร”ซาบซึ้งพระเมตตารัชกาลที่ 9 ทรงรับเป็นคนไข้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ผ่าตัดกระดูกจนหายขาด

12.12.16 | 17:16 น.

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรธวัช เปรี่ยมพิมาย หรือ กร อายุ 18 ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนทวีธาภิเศก กทม. ซึ่งพิการเป็นอัมพาตช่วงล่างตั้งแต่เอวลงไป เดินทางมาถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมโกศ พร้อมครอบครัว กล่าวว่า ตนป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง ทำให้เดินไม่ได้ตั้งแต่เกิด เพราะกระดูกสันหลังบางท่อนหายไป จึงต้องนำกระดูกเทียมมาใส่แทน ทำให้การรักษาค่อนข้างยากลำบากและมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก คุณแม่จึงถวายฎีกาขอความช่วยเหลือไปยังสำนักพระราชวัง โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานความช่วยเหลือแก่ตนได้เป็นคนไข้ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยรักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราช มาตลอดกว่า 10 ปี ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้


“ผมเห็นพระองค์ทรงงานหนักมาตลอดการครองราชย์ เสด็จฯ ไปยังถิ่นทุรกันดาร พระองค์ทรงช่วยเหลือพสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดจนถึงวินาทีสุดท้าย ถือเป็นความโชคดีของชนชาวไทยที่มีพระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ ในฐานะเป็นเยาชนไทยจะขอตอบแทนพระองค์ ด้วยการตั้งใจเรียน เป็นเด็กดีของคุณพ่อคุณแม่ ช่วยเหลือสังคมเท่าที่ตนจะทำได้” นายกรธวัช กล่าว

ด้านนางพิมาย เปรี่ยมพิมาย ผู้เป็นแม่ กล่าวว่า ตั้งแต่ลูกชายเกิด มีอายุประมาณ 2-3 เดือนพบว่า มีความผิดปปกติด้านร่างกาย จากนั้นได้ถวายฎีกาขอความช่วยเหลือไปยังสำนักพระราชวัง โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานความช่วยเหลือแก่ตนได้เป็นคนไข้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่ตัดสินใจยื่นถวายฎีกาเนื่องจากในขณะนั้น โรคที่ลูกชายประสบ เป็นโรคหายาก มีความผิดปกติบริเวณกระดูกสันหลังต้องผ่าตัดใส่กระดูกเทียม และพบว่ายังไม่เป็นที่รู้จักนักทางด้านการแพทย์

“หากในวันนั้นไม่ได้ถวายฎีกาแด่สำนักพระราชวัง ในวันนี้ก็คงไม่มีลูกชาย ลูกชายคงไม่ได้เรียนหนังสือ ไม่รู้ว่าอนาคตตอนนี้จะเป็นอย่างไร ขณะนั้นตอนผ่าตัดลูกชายก็อยู่ในอาการเสี่ยง คือ อาจจะพูดไม่ได้เลย ในใจนึกแต่พระองค์ขอให้ลูกชายมีชีวิตรอดจากการผ่าตัด จากนั้นปรากฏว่า ผลการผ่าตัดออกมาในทิศทางที่ดีขึ้น ทั้งนี้ รู้สึกปลาบปลื้มใจในพระเมตตาของพระองค์เป็นอย่างมาก ซึ่งตนและครอบครัวก็จะตั้งมั่นทำความดีและสานต่อแนวทางพระราชดำริ ให้เป็นกิจวัตรประจำวัน พร้อมกับคอยสอนลูกชายให้เป็นคนเข้มแข็ง ไม่ย่อท้อในความบกพร่องและไม่ให้คิดว่าตัวเองเกิดมามีปมด้อย เพราะผู้อื่นอาจลำบากกว่าหลายสิบ หลายร้อยเท่า” นางพิมาย กล่าวอย่างตื้นตันใจ

Advertisement