ตร.แจงเหตุจับ จ.ส.ท.มือแฮกเกอร์ช้า ค้นห้องพักพบอุปกรณ์ไอทีเพียบ

12.04.23 | 16:19 น.

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 12 เมษายน ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. พร้อม พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. แถลงผลการตรวจค้นที่พักของจ่าสิบโทเขมรัตน์ บุญช่วย สังกัด ขส.ทบ.ผู้ต้องหาความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งเป็นแฮกเกอร์นาม “9near” ที่นำข้อมูลส่วนตัวของคนไทยกว่า 55 ล้านรายชื่อไปเผยแพร่ผ่านบนโลกออนไลน์


พล.ต.ท.วรวัฒน์กล่าวว่า จากคำให้การผู้ต้องหายังคงอ้างว่าซื้อข้อมูลมาจากดาร์กเว็บโดยไม่ได้นำข้อมูลไปขายต่อ ส่วนแรงจูงใจการก่อเหตุมี 3 ประเด็นหลักคือ ต้องการประกาศขายข้อมูลส่วนตัว แต่พอเรื่องไม่โด่งดัง ต่อมาจึงนำไปเผยแพร่ต่อในลักษณะข่มขู่ กระทั่งทราบว่าจะถูกตามจับกุม สุดท้ายจึงเบี่ยงประเด็นไปเชื่อมโยงเรื่องทางการเมือง แต่โดยรวมที่ก่อเหตุไปผู้ต้องหาต้องการจะลองภูมิเพราะคิดว่าตัวเองเชี่ยวชาญตำรวจคงตามจับกุมไม่ได้

พล.ต.ท.วรวัฒน์ กล่าวอีกว่าหลักฐานที่ตรวจพบตรงตามแนวทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่จึงเพียงพอจะขออนุมัติศาลออกหมายจับได้ โดยมีเลขที่อยู่ไอพีคอมพิวเตอร์ ตรงกันกับห้องที่ผู้ก่อเหตุใช้ โดยไม่พบว่าผู้ต้องหาใช้สถานที่อื่นเพิ่มเติมจากการสอบปากคำผู้ต้องหารับว่าใช้ห้องที่ไปตรวจค้นในการกระทำความผิด ส่วนสาเหตุที่การจับกุมของเจ้าหน้าที่ล่าช้านั้น เพราะผู้ก่อเหตุทิ้งอุปกรณ์ติดตามตัวทุกสิ่งอย่างไปคนเดียวจนถึงจังหวัดเชียงรายและมีแวะหาเพื่อนระหว่างทาง นอกจากนี้ ตรวจสอบเส้นทางการเงินพบความเชื่อมโยงไปถึงภรรยาผู้ก่อเหตุที่ไปกดเงินสดมา 400 บาท เพื่อสมัครบริการส่งข้อความ sms ซึ่งภรรยาเองอ้างว่ามีหน้าที่ดูแลคนไข้เท่านั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องระบบ

ด้าน พล.ต.ต.วิวัฒน์เปิดเผยว่า ผลตรวจค้นที่พักผู้ต้องหา พบฮาร์ดดิสก์ 8 ตัว รีโมตควบคุมทางไกล โน๊ตบุ๊ก อุปกรณ์ซ่อมคอมพิวเตอร์จำนวนมาก รวมถึงเราเตอร์เน็ตและพ็อคเก็ตไวไฟ 3 ค่าย ถือว่าเป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์เป็นอย่างดี จึงต้องรอผลการตรวจทางดิจิทัลเพื่อสืบหาผู้กระทำผิดเพิ่มเติม

Advertisement