เมื่อ เวลา 20.00 น.วันที่ 12 ธ.ค. ร.ต.อ.วรบูรณ์ บุญมาก ร้อยเวร สภ.เมืองสมุทรสงครามได้เกิดเหตุบ้านไม้ 2 ชั้น ริมแม่น้ำแม่กลอง เลขที่ 194/1 ถนนสมุทรสงครามบางแพร ชุมชนวัดใหญ่ เขตเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม ของนางชูจิต เสาร์ไชย อายุ 74 ปี พังโค่นลงทั้งหลัง จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างเบญจธรรมสมุทรสงครามไปตรวจสอบ พบผู้บาดเจ็บคือ นางชูจิต เสาร์ไชย อายุ 74 ปี เจ้าของบ้าน จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า
ขณะที่นายสมชาย ตันประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองสมุทรสงคราม ได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเบื้องต้นพบเกิดจากเสาบ้านซึ่งเป็นปูนผุกร่อน จึงสันนิษฐานว่าช่วงนี้เป็นช่วงอากาศหนาวเย็นมีลมพัดแรงริมแม่น้ำแม่กลองทำให้ตัวบ้านโยก ประกอบกับเสาบ้านที่ผุดังกล่าว ทำให้ไม่สามารถรับน้ำหนักบ้านหลังใหญ่ได้ จึงพังลงมาทั้งหลัง โชคดีที่เป็นช่วงน้ำทะเลลดลง จึงทำให้บ้านไม่ไหลลงน้ำ ซึ่งเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองสมุทรสงครามจะประสานนางชูจิตและญาติ เพื่อมาช่วยขนของที่จำเป็นและให้ความช่วยเหลือต่อไป
น.ส.พรรณทิกา เสาร์ไชย อายุ 44 ปี บุตรสาวเจ้าของบ้าน เล่าว่าบ้านหลังตนอาศัยมาตั้งแต่เกิดปัจจุบันอาศัยรวม 5 คน ก่อนเกิดเหตุช่วงหัวค่ำตนและลูกๆ นั่งทำธุระอยู่ในบ้าน จู่ๆลมพัดแรงได้ยินเสียงดังสนั่น และบ้านสะเทือนคล้ายแผ่นดินไหว จึงเรียกนางมารดาให้ออกมานอกบ้าน และกำลังช่วยกันกับลูกๆขนของออกจากบ้าน แต่มารดาของตนยังรักบ้านหลังนี้มากไม่ยอมออก กระทั่งบ้านพังครืนลงมา โชคดีตรงที่แม่อยู่ไม่มีสิ่งใดตกลงมาทับแม่ของตนทำให้บาดเจ็บเล็กน้อย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า ซึ่งจากนี้ไปคงต้องเก็บข้าวของขึ้นเพื่อหาช่างมาซ่อมแซมต่อไป ส่วนคืนนี้ตนและมารดาพร้อมลูกๆรวม 5 ชีวิตคงต้องไปอาศัยบ้านญาติไปก่อน

