นวพรและลูก โดนแล้ว! บิ๊กโจ๊ก จ่อถอนสัญชาติไทย ดันพ้นปท. ปมหาสาวอุ้มบุญให้ทุนจีน

14.04.23 | 21:02 น.

‘บิ๊กโจ๊ก’ จ่อถอนสัญชาติไทย นวพรและลูก หลังถูกจับเป็นนายหน้ารับหาสาวมา “อุ้มบุญ” ให้ทุนจีน พร้อมดำเนินคดีก่อนผลักดันออกนอกประเทศ

เมื่อวันที่ 14 เมษายน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบและการดำเนินคดีกับนางสาวนวพร ภาเกียรติสกุล ผู้ต้องหาความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จและใช้เอกสารเท็จในการทำบัตรชมพูให้กับบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย และมีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับจ้างอุ้มบุญของคนจีน

ว่าหลังหารือกับปลัดกระทรวงมหาดไทยเตรียมดำเนินการเพิกถอนสัญชาติไทยของ น.ส.นวพร และลูก หลังเข้าตรวจค้นบ้าน บริษัท และที่ตั้งสมาคม 4 จุดที่เชื่อมโยงกับ น.ส.นวพร เมื่อวันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมาย่านสาทร และบางรัก

โดยหลังเพิกถอนสัญชาติ น.ส.นวพร จะต้องรับโทษในประเทศไทยก่อน ขณะที่ลูกชาวจีน ต้องถูกเนรเทศออกจากไทย

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า การได้มาซึ่งสัญชาติไทยของ น.ส.นวพร เป็นการวางแผนมายาวนาน เริ่มจากการแต่งงานกับชายชาวไทย ตั้งแต่ปี 2531-2532 เพื่อให้มีสิทธิยื่นขอสัญชาติไทย จนปี 2534 จึงทำการจดทะเบียนหย่ากับสามีชาวไทย ก่อนมาได้สัญชาติไทยในปี 2535

Advertisement

จากนั้นจึงเริ่มมีลูกและต่อมาปี 2536 ได้แต่งงานกับชายชาวจีน ทำให้ชัดเจนว่าลูกทั้งหมดไม่ได้เกิดกับสามีคนไทย แต่กลับได้สัญชาติไทยทั้งหมดและถือครองทรัพย์สิน ที่ดินรวมมูลค่า 1,500 ล้านบาท

และนอกจากการอุ้มท้องเอง น.ส.นวพร ยังทำหน้าที่เป็นนายหน้าหาผู้หญิงมาอุ้มบุญให้คนจีน ใช้วิธีการพาไปคลอดที่ประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีแพทย์ไทยทำคลอดให้ ก่อนก็พามาอยู่ที่ตึกย่านสีลมเพื่อพักฟื้นหลังคลอด ซึ่งเมื่อคลอดเสร็จก็รับเงินแล้วจากนั้นก็แยกย้ายกันไป

ส่วนเอกสารที่ น.ส.นวพร ปลอมแปลง เป็นเอกสารเกี่ยวกับผู้หญิงที่พามาอุ้มบุญ เช่น ดวงตรารอยประทับแสดงเป็นหลักฐานการเข้าประเทศ รวมถึงการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จว่า หญิงเหล่านี้คือญาติของตัวเอง ซึ่งมีการแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว และถึงแม้ว่า น.ส.นวพร จะยังปฏิเสธ แต่ตำรวจยึดพยานหลักฐานที่สามารถพิสูจน์ได้ชัดเจน

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่าเตรียมประสานกระทรวงสาธารณสุข เพื่อตรวจสอบรายชื่อแพทย์ที่เคยถูกจับกุม กรณีทำอุ้มบุญผิดกฎหมาย พร้อมยืนยันว่าการสอบสวนจะไล่ไปทั้งหมด รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับขบวนการ

อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังได้สั่งการให้ชุดสืบสวนตรวจสอบหายานพาหนะที่เข้ามาถอดกล้องวงจรปิดและฮาร์ดดิสก์ในจุดที่เข้าตรวจค้นและพยานหลักฐานถูกทำลาย