จากกรณี น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี นักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลีย เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ตลิ่งชัน ว่าถูกคนขับรถตุ๊กตุ๊ก พร้อมกับเพื่อน รวม 2 คน ล่อลวงไปข่มขืน โดยเหตุเกิดที่บริเวณข้างอาคารวัฏจักร (อาคารร้าง) ซอยบรมราชชนนี 43 ถนนบรมราชชนนี แขวงและเขตตลิ่งชัน เมื่อวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา
ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม รายงานข่าวแจ้งว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ตลิ่งชัน และ กก.สส.บก.น.7 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ อย่างละเอียด ตั้งแต่ น.ส.เอนั่งกินดื่มกับเพื่อนในถนนข้าวสารและออกจากร้าน เดินทางมาพร้อมกับกลุ่มเพื่อนชาวต่างชาติ มาอยู่แถวร้านเบอร์เกอร์คิง ถนนตะนาว โดย น.ส.เอเดินมากับเพื่อนชายชาวต่างชาติ ลักษณะเดินไม่ตรงทาง และเดินมาถึงที่บริเวณหน้าศึกษาภัณฑ์ เป็นจุดสุดท้ายที่กล้องวงจรปิดจับภาพได้ กระทั่งมาเกิดเหตุที่บริเวณ อาคารร้างข้างอาคารวัฏจักรและเข้าแจ้งความ ทั้งนี้ ตามที่ น.ส.เอให้การไว้กับทางเจ้าหน้าที่ ล่าสุด พบว่าเดินแยกทางกับเพื่อนชายที่เดินมาด้วยกัน และไปหลับอยู่ข้างทาง กลุ่มคนร้าย 2 คน เป็นคนขี่รถจักรยานยนต์มาพบ และได้ลาก น.ส.เอขึ้นรถจักรยานยนต์ ตรวจสอบพบเป็นป้ายทะเบียนสาธารณะ (ป้ายเหลือง) มุ่งหน้าไปทางถนนราชดำเนิน จากนั้นเลี้ยวซ้าย มาทางแยก จปร. เวลา 03.51 น. มุ่งหน้าขึ้นทางสะพานพระราม 8 และมาที่เกิดเหตุ ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่พุ่งเป้าไปที่คนขี่รถจักรยานยนต์ที่พา น.ส.เอมายังตึกร้าง และคาดว่าคนขี่รถจักรยานยนต์ดังกล่าว จะต้องเป็นคนในพื้นที่ เพราะรู้ว่าอาคารวัฏจักร ซอยบรมราชชนนี 43 เป็นอาคารร้าง ไม่ใช่อาคารที่คนทั่วไปจะรู้จักมากนัก

