รวบแล้วแก๊งคอล อ้างเป็น ตร.เมืองเชียงราย หลอกหมอที่ชุมพร-นักธุรกิจ โอน 143 ล้าน

18.04.23 | 13:34 น.

ตำรวจไซเบอร์รวบขบวนการอ้างตัวเป็นตำรวจ สภ.เมืองเชียงราย หลอกให้โอนเงิน 143 ล้านจาก คุณหมอที่ชุมพร มูลค่า 101 ล้านบาท นักธุรกิจประกอบกิจการพลังงานแสงอาทิตย์มูลค่า 42 ล้านบาท


กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท., พล.ต.ต.ฐายุฏฐ์ จันทร์ถาวร รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ออมสิน ตรารุ่งเรือง รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รองผบช.สอท., พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.1, พ.ต.อ.ณัฐภณ จินตะนานุช รอง ผบก.สอท.1, พ.ต.อ.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ รอง ผบก.สอท.1, พ.ต.อ.ปรีดา คงจัด รอง ผบก.สอท.1, พ.ต.อ.ศรายุทธ จุณณวัตต์ รอง ผบก.สอท.1, พ.ต.อ.ทำนุรัฐ คงมั่น รอง ผบก.สอท.1, และ พ.ต.อ.ภูมิสิษฐ์ ตั้งวิทย์เดชา ผกก.2 บก.สอท.1 บช.สอท.

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.ธรรมปกร กัณหญาวงษ์ รอง ผกก.2 บก.สอท.1, พ.ต.ท.ธนัช ธนาบุญประกอบ สว.กก.2 บก.สอท.1, พ.ต.ต.เอกสิทธิ์ พระศรี สว.กก.2 บก.สอท.1, ร.ต.อ.สุนทร หงษ์โยธี รอง สว.กก.2 บก.สอท.1 , ร.ต.อ.เลอสันต์ พรมชื่น รอง สว.กก.2 บก.สอท.1 , ร.ต.ต.วิเวก กมลวิบูลย์ รอง สว.กก.2 บก.สอท.1, ด.ต.ณัฐสิชฒ์ ธนัญจิรัสย์ , ด.ต.สรายุทธ ช่วยวัง , ด.ต.วิเชียร ประคองสิน , จ.ส.ต.จักรพงษ์ อินทร์ยอด , ส.ต.อ.สมเกียรติ ลือไกร , ส.ต.อ.ธงศักดิ์ เหล่าหมวด, และส.ต.อ.พีรวิชญ์ โอมณี ผบ.หมู่ กก.2 บก.สอท.1 ได้ร่วมจับกุมตัว

1.นายสมศักดิ์ ทองเรือง อายุ 43 ปี มี 2 หมายจับ ข้อกล่าวหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ” 2.นางสาวปทุมรัตน์ เหม็งทอง อายุ 20 ปี ตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 156/2566 ลงวันที่ 16 มกราคม 2566 ข้อกล่าวหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ” จับกุมได้ที่ หมู่บ้านเอื้ออาทรบ้านฉาง ข้างอาคาร 5 ถนนปทุมลาดหลุมแก้ว ตำบลบางปรอก อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี วันเดือนปีเวลาที่จับกุม วันที่ 17 เมษายน 2566 เวลาประมาณ 12.58 น.

Advertisement

พฤติการณ์ เมื่อประมาณเดือนมิถุนายน 2565 กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 ได้รับคำร้องทุกข์จากผู้เสียหายว่า ได้ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงเป็นพนักงานขนส่งบริษัทเอกชนแจ้งกับผู้เสียหายทั้งสองรายว่ามีพัสดุที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดโดยเพื่อความบริสุทธิ์ใจให้ติดต่อพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงราย เมื่อติดต่อไปแล้วมีคนอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับผู้กำกับ สภ.เมืองเชียงราย แจ้งว่าให้ผู้เสียหายทั้งสองโอนเงินในบัญชีธนาคารของผู้เสียหาย คือ รายที่ 1 คุณหมอจังหวัดชุมพร จำนวน 101 ล้านบาท และรายที่ 2 นักธุรกิจประกอบกิจการพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 42 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 143 ล้านบาท เพื่อไปตรวจสอบ และข่มขู่ว่าถ้าไม่มีการโอนเงินมาตรวจสอบจะดำเนินการออกหมายจับผู้เสียหายทั้งสอง ผู้เสียหายทั้งสองเกิดความกลัวจึงได้โอนเงินทั้งหมดไปให้ตรวจสอบ จากนั้นผู้เสียหายทั้งสองจึงได้พยายามติดต่อกับผู้ที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ ผู้เสียหายทั้งสองจึงเชื่อว่าตนเองนั้นถูกหลอกลวง จึงได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ที่กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

พ.ต.อ.ภูมิสิษฐ์ ตั้งวิทย์เดชา ผกก.2 บก.สอท.1 บช.สอท. จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนนำโดย พ.ต.ท.ธรรมปกร กัณหญาวงษ์ รอง ผกก.2 บก.สอท.1, พ.ต.ท.ธนัช ธนาบุญประกอบ สว.กก.2 บก.สอท.1, พ.ต.ต.เอกสิทธิ์ พระศรี สว.กก.2 บก.สอท.1 พร้อมชุดสืบสวนหาข้อมูลผู้กระทำความผิดครั้งนี้ จนทราบว่า ผู้ต้องหาทั้งสองราย คือ นายสมศักดิ์ ทองเรือง และนางสาวปทุมรัตน์ เหม็งทอง พักอาศัยอยู่บริเวณหมู่บ้านเอื้ออาทรบ้านฉาง ข้างอาคาร 5 ถนนปทุมลาดหลุมแก้ว ตำบลบางปรอก อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี วันที่ 17 เมษายน 2566 เวลาประมาณ 12.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สอท.1 ชุดจับกุม จึงได้เดินทางไปตรวจสอบและจับกุมนายสมศักดิ์ ทองเรือง และนางสาวปทุมรัตน์ เหม็งทอง ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลข้างต้น โดยได้แสดงหมายจับให้ผู้ต้องหาทั้งสองรายทราบ และได้แจ้งด้วยว่าจะต้องถูกจับกุม พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิตามกฎหมายให้ทราบด้วยแล้ว ทั้งนี้ 2 ผู้ต้องหารับทราบข้อกล่าวหา ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ต่อมาพลตำรวจโทวรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บช.สอท. เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้จับกุมตัวนายสมศักดิ์ ทองเรือง อายุ 43 ปี นางสาวปทุมรัตน์ เหม็งทอง อายุ 20 ปี ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยจับกุมได้ที่หมู่บ้านเอื้ออาทรบ้านฉาง อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี จากพฤติการณ์เป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แอบอ้างเป็นพนักงานขนส่งบริษัทเอกชนและตำรวจ สภ.เมืองเชียงราย หลอกลวงผู้เสียหายให้โอนเงินไปตรวจสอบเนื่องจากพบพัสดุที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด มิฉะนั้นจะถูกออกหมายจับ ทำให้ผู้เสียหายจำนวน 2 รายซึ่งเป็นประกอบอาชีพแพทย์ และนักธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์หลงเชื่อจนสูญเสียเงินรวมกว่า 143 ล้านบาท จากการสอบปากคำผู้ต้องหายังคงให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่ามีเพื่อนชักชวน ให้เปิดบัญชีม้าจำนวน 6 บัญชี ได้ค่าจ้าง บัญชีละ 500 บาท โดยเพื่อนเป็นคนนำซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือมาให้ใช้เปิดบัญชีและ ติดตั้ง application สำหรับโอนเงิน เมื่อเปิดบัญชีแล้วได้ถอดซิมการ์ดให้กับเพื่อนไป และไม่ทราบว่าจะถูกนำไปใช้ในการหลอกลวง

อย่างไรก็ตาม ตำรวจไม่เชื่อในคำให้การ เนื่องจากบัญชีของผู้ต้องหาทั้งสองรายเป็นบัญชีสุดท้ายที่มีการโอนเงินไปยังจุดแลกเปลี่ยนให้เป็นสกุลเงินดิจิทัล จากนี้จะเตรียมขยายผลไปยังเพื่อนที่จ้างให้เปิดบัญชีและผู้ร่วมขบวนการรายอื่นต่อไป