รับมือ ‘โอมิครอน’ พันธุ์ใหม่ ระบาดเปิดเทอม-ฤดูฝน พีคสุด มิ.ย.

19.04.23 | 06:25 น.

รับมือ ‘โอมิครอน’ พันธุ์ใหม่ ระบาดเปิดเทอม-ฤดูฝน พีคสุด มิ.ย.

เมื่อวันที่ 18 เมษายน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมติดตามสถานการณ์โควิด-19 ที่กระทรวงสาธารณสุข ว่า เทศกาลสงกรานต์มีประชาชนออกไปร่วมกิจกรรมจำนวน อาจทำให้พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นได้ แต่ไม่ได้มีนัยยะสำคัญ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ไปร่วมกิจกรรมสงกรานต์ขอให้อยู่ห่างจากกลุ่มเสี่ยง ขณะนี้สายพันธุ์ที่ระบาดในไทย ยังเป็นลูกผสมโอมิครอน XBB.1.5 ส่วนลูกผสม XBB.1.16 ส่วนการกลายพันธุ์ก็เป็นไปตามธรรมชาติ โดยองค์การอนามัยโลกจัดให้อยู่ในกลุ่มสายพันธุ์ที่ต้องติดตาม ไม่ใช่สายพันธุ์ที่ต้องกังวล แต่อาจติดเชื้อได้ง่ายขึ้น

“ขณะที่การฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่ประชุมวันนี้มีความเห็นว่าจะให้ฉีดเป็นวัคซีนประจำปีเหมือนไข้หวัดใหญ่ ไม่มีค่าใช้จ่าย โดยวันที่ 1 พฤษภาคมนี้ จะรณรงค์ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่พร้อมกับวัคซีนโควิด-19 ทั่วประเทศ”

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง โควิด-19 การระบาดรอบใหม่ สาระสำคัญระบุว่า การระบาดเพิ่งเริ่มต้นและจะเริ่มสูงขึ้นตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมไปถึงจุดสูงสุดเดือนมิถุนายน และจะลดลงในเดือนกันยายนตามฤดูกาลของโรคทางเดินหายใจ สาเหตุที่้เริ่มสูงกลางเดือนพฤษภาคม เนื่องจากเป็นฤดูฝน นักเรียนเปิดเทอม โดยนักเรียนเป็นผู้แพร่กระจายที่ดี สายพันธุ์ของไวรัสมีการเปลี่ยนแปลง จากการศึกษาสายพันธุ์ในประเทศไทยของศูนย์ฯ จะเห็นว่าตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมา สายพันธุ์จะเป็นโอมิครอน BA.2.75 และเปลี่ยนมาเป็น XBB.1.5 ในเดือนมีนาคม และกำลังจะเปลี่ยนเป็น XBB.1.16 อย่างไรก็ตาม ถือว่ายังอยู่ในตระกูล XBB ซึ่งหลบหลีกภูมิต้านทานเดิมได้ดี จึงเป็นแล้วเป็นอีกได้

ความรุนแรงของโรคสายพันธุ์ XBB.1 .16 จากอินเดียไม่ได้รุนแรงไปกว่าสายพันธุ์เดิม แต่แพร่ระบาดง่าย การดูแลรักษายังคงเหมือนเดิม จะเฝ้าระวังอันตรายในกลุ่มเสี่ยง 608 และเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 2 ปี

Advertisement