หนีอยู่ 14 ปี จับผู้ต้องหาแก๊งปลอมบัตรเครดิตทูตนิวซีแลนด์ รูดซื้อน้ำมันได้แล้ว สูญกว่า 10 ล้าน

19.04.23 | 11:51 น.

ตํารวจสอบสวนกลางจับผู้ต้องหาแก๊งปลอมบัตรเครดิตทูตนิวซีแลนด์ ตระเวนรูดซื้อน้ำมันทั่วไทย เสียหายกว่า 10 ล้านบาท


เมื่อวันที่ 19 เมษายน กองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิด เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ภายใต้การอํานวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.พุฒิเดช บุญกระพือ ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.พัฒนา ฉายาวัฒน์ รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ รอง ผบก.ป.ปฏิบัติราชการ รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.เมฆพิศาล ศรีภิรมย์ ผกก.5 บก.ปอศ., พ.ต.ท.วีระชน หล่าสกุล, พ.ต.ท.กริช วรทัต, พ.ต.ท.วิวัฒน์ชัย คลื่นแก้ว รอง ผกก.5 บก.ปอศ.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นําโดย พ.ต.ต.สุทธิพงษ์ มอญรัต สว.กก.5 บก.ปอศ. พร้อมด้วย ด.ต.คัมคุณ บุญครอบ, ด.ต.อติกันต์ เปรมสุข, ด.ต.ศุภชัย เอกจีน, ด.ต.ชัยวัฒน์ เขียวอิ่ม ผบ.หมู่ กก.5 บก.ปอศ.

ร่วมกันจับกุม น.ส.เกศกัญญา อายุ 44 ปี จากหน้าบ้านพัก หมู่ 10 ต.ต้นโพธิ์ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาที่ 2029/2552 ลงวันที่ 17 กรกฎาคม 2552 โดยกล่าวหากระทําผิดฐาน “ร่วมกันปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ร่วมกันใช้ หรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม อันได้มาโดยรู้ว่าเป็นของที่ทําปลอมหรือแปลงขึ้น โดยการกระทําดังกล่าวเป็นการกระทํา เกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้ เพื่อประโยชน์ในการชําระค่าสินค้า ค่าบริการ หรือ หนี้อื่นแทนการชําระด้วยเงินสด หรือใช้เบิกถอนเงินสด, ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม”

สืบเนื่องมาจากช่วงปี 2551 สถานเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจําประเทศไทย ได้ให้ฝ่ายกฎหมายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อกองบังคับการปรามปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ กองบัญชาการตํารวจ
สอบสวนกลาง ว่าเอกอัครราชทูตถูกคนร้ายปลอมแปลงบัตรเครดิตและนํามาใช้ในประเทศไทย มียอด
ความเสียหายเป็นเงินจํานวนกว่า 10 ล้านบาท

Advertisement

จากการสืบสวนพบว่าคนร้ายได้กระทําความผิดร่วมกันเป็นขบวนการ ติดต่อซื้อข้อมูลบัตรเครดิตจาก
ชาวมาเลเซีย จากนั้นได้ทําสําเนาข้อมูลลงบัตรเครดิตปลอมก่อนแจกจ่ายกันไปใช้ตระเวนชําระค่าน้ำมัน เพื่อนําน้ำมันไปขายต่อให้กับปั๊มน้ำมันเถื่อนอีกต่อหนึ่ง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท

ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับคนร้ายทั้งขบวนการ จํานวน 7 ราย และ
ได้ทําการจับกุมผู้ร่วมขบวนการไปแล้ว จํานวน 6 ราย พร้อมยึดของกลางได้จํานวนหลายรายการ แต่ยังเหลือ ผู้ต้องหาอีก 1 รายที่ยังหลบหนีการจับกุมอยู่

จนกระทั่งวันที่ 18 เมษายน 2566 เจ้าหน้าที่ตํารวจ บก.ปอศ.สืบสวนพบว่า น.ส.เกศกัญญา หนึ่งในผู้ร่วมขบวนการ ผู้ต้องหาตามหมายจับพักอาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.สิงห์บุรี จึงลงพื้นที่ตรวจสอบจนกระทั่งจับกุม น.ส.เกศกัญญาได้ที่หมู่บ้านดังกล่าว ก่อนนําตัวผู้ต้องหาส่งพนักงาน สอบสวน กก.5 บก.ปอศ. เพื่อดําเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการสอบถามผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การว่า ช่วงเกิดเหตุได้ร่วมเดินทางนั่งรถยนต์ไปกับผู้ต้องหาที่ถูกจับก่อนหน้านี้ ทําการตระเวนรูดซื้อน้ำมันและสินค้าหลายรายการในพื้นที่หลายจังหวัดทั่วประเทศ ต่อมา ทราบว่าตนมีหมายจับจึงได้หลบหนีเปลี่ยนที่อยู่เรื่อยมาเป็นเวลา 14 ปี กระทั่งมาถูกจับกุมได้แล้ว