หน้าแรก ในประเทศ แพทย์แจง &#82...

แพทย์แจง ‘หลินฮุ่ย’ ไร้สัญญาณป่วย ต้องสืบค้นต่อ ‘เลือดกำเดา’ โยงการตาย? ยันไม่เกี่ยวกับฝุ่น

19.04.23 | 15:51 น.

สัตวแพทย์แจง ‘หลินฮุ่ย’ ไม่มีสัญญาณป่วย ต้องสืบค้นต่อ ‘เลือดกำเดา’ โยงการตายหรือไม่ ยืนยันไม่เกี่ยวกับฝุ่น PM2.5 เผยรักเหมือนลูก ได้กระซิบบอก ‘หากไม่ไหวก็ไป’

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 19 เมษายน ที่ห้องประชุมชั้น 5 สวนสัตว์เชียงใหม่ นายเดชบุญ มาประเสริฐ​ ประธานกรรมการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย นายอรรถพร ศรีหิรัญ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย นายวุฒิชัย ม่วงมัน ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ และทีมสัตวแพทย์ประจำสวนสัตว์เชียงใหม่ ประกอบด้วย นสพ.เทวราช เวชมนัส สพญ.ขวัญเรือน ดวงสอาด และ สพญ.กรรณิการ์ จันทรังษี ร่วมแถลงข่าวการเสียชีวิตของแพนด้ายักษ์เพศเมีย หลินฮุ่ย

นสพ.เทวราช รักษาการหัวหน้างานสุขภาพสัตว์และปฏิบัติหน้าที่นายสัตวแพทย์ประจำโครงการวิจัยและจัดแสดงหมีแพนด้าในประเทศไทย สวนสัตว์เชียงใหม่ กล่าวว่า หลินฮุ่ยถือเป็นหมีแพนด้าเข้าสู่วัยชรา ซึ่งมีสุขภาพปกติดี และหลินฮุ่ยเองก็กินอาหารปกติ ตรวจสุขภาพทุกวันก่อนปล่อยออกสู่ส่วนแสดงเช้าและเย็น ไม่มีสัญญาณอะไรเลย ไม่ป่วย รู้สึกตกใจมาก

นสพ.เทวราชกล่าวว่า ส่วนที่มีภาพแชร์ออกไปว่าหลินฮุ่ยมีเลือดไหลออกจากจมูกก็เป็นตามนั้น แต่เป็นช่วงที่หลินฮุ่ยนอนพัก หลับปกติ แต่มีเลือดซึมออกมา คงไม่สบายตัว ในแง่ทางวิชาการก็ต้องนำความรู้มาวินิจฉัยข้อเท็จจริงจากผลการชันสูตร ซึ่งก็เป็นผลของสัตว์แต่ละตัวที่ไม่เหมือนกัน อาจเป็นเส้นเลือดเปราะ แตกง่าย อากาศแห้งก็เลือดไหลได้ง่าย

Advertisement

“หากถามว่ามีสาเหตุมาจาก ฝุ่น หรือไม่ คงตอบได้ว่าขึ้นอยู่กับสัตว์แต่ละชนิดว่าไวต่อสภาพอากาศหรือไม่ แต่สำหรับหลินฮุ่ยอยู่ในอาคารปิดตลอดเวลา ฝุ่นจะเข้าได้น้อยมากกว่าสัตว์ชนิดอื่น” นสพ.เทวราชกล่าว

ด้าน สพญ.กรรณิการ์ หัวหน้างานวางแผนและจัดสรรงบประมาณ กล่าวว่า มีรายงานเพียง 1-2 ฉบับเท่านั้นจากทั่วโลกที่หมีแพนด้าจะเสียชีวิตเพราะมีเลือดกำเดาไหล แต่คงต้องสืบค้นต่อไปว่ามีการเชื่อมโยงถึงสาเหตุการเสียชีวิตของหมีแพนด้าหรือไม่ ซึ่งต้องหาคำตอบด้วยการชันสูตรต่อไป

“ในฐานะที่เห็นทุกการเจริญเติบโตของหลินฮุ่ย ก็ถือว่าเป็นลูกสาว มีนิสัยเรียบร้อย สวยงาม แตกต่างจากช่วงช่วง ลูกชาย หลินฮุ่ยว่านอนสอนง่าย เชื่อฟังตลอดการดูแล รู้สึกผูกพันมาก และมีโอกาสได้คุยกับหลินฮุ่ยในวาระสุดท้ายว่า ‘หากอยู่เมืองไทยก็อยู่ได้นะ’ และบอกไปว่า ‘ไม่เป็นไร หากไม่ไหวก็ไป’

“เรียกว่าอยู่ด้วยกันจนนาทีสุดท้าย ทีมแพทย์ทั้งหมด ผู้ดูแล และผู้บริหารทุกคนมีโอกาสดูแลหลินฮุ่ยตลอด ทั้งการติดตามตรวจเลือด วัดหัวใจ แต่ไม่มีการแสดงอาการผิดปกติชัดเจนนัก เรามีการออนไลน์ผ่านระบบตลอดเวลา และทีมแพทย์ถ่ายทอดสดจนอาการทรงตัว และผู้เชี่ยวชาญจีนได้ขอไปพัก แต่ 1-2 นาที หลังจากนั้นหลินฮุ่ยได้มีอาการขั้นสุดท้าย เราจึงแจ้งทางจีนไปอีกครั้งก่อนที่หลินฮุ่ยจะจากไป เป็นการดูแลรักษาตามอาการและดูแลเต็มที่” สพญ.กรรณิการ์ระบุ

สพญ.กรรณิการ์กล่าวอีกว่า ช่วงการพบหลินฮุ่ยมีอาการเลือดกำเดาไหล มีการปรับอุณหภูมิตลอด แอร์คอนดิชั่นตั้งไว้ที่ 18-22 องศาตลอดทั้งวัน หากมีแดดส่องแรงก็จะเปิดระบบน้ำที่หลังคาเพื่อปรับอุณหภูมิให้อยู่สบาย ในห้องมีการติดเครื่องฟอกอากาศทุกจุด จึงไม่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM2.5 อย่างแน่นอน หากเทียบอายุเทียบเท่าเข้าสู่วัยชรา โดยเฉลี่ยจะนำตัวเลขอายุคูณ 4 หลินฮุ่ยก็จะ 80 แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ทราบข่าวต่างพากันแสดงความเสียใจ โดย คุณแม่รายหนึ่ง บอกว่า เคยพาลูกมาเที่ยวชมหลินฮุ่ย รู้สึกรักและชื่นชอบหมีแพนด้าเสียเอง การจากไปเป็นไปตามอายุขัยของเขา ยังคงจะพาลูกมาเที่ยวสวนสัตว์ต่อไป เพื่อให้กำลังใจสัตว์ตัวอื่นๆ

นายเพิ่มทรัพย์ อายุ 60 ปี พ่อค้าร้านของที่ระลึกในสวนสัตว์เชียงใหม่ กล่าวว่า เสียใจกับการจากไปของหลินฮุ่ย แต่ก็ไม่รู้สึกว่าต้องนำตัวใหม่มาใหม่ เพราะเมืองไทยเราก็มีสัตว์จำนวนมาก แต่น่าจะหาสัตว์แปลกและแตกต่างจากที่ประเทศไทยไม่มีมาให้เยาวชนได้เรียนรู้ต่อไป

น้องออก้า อายุ 7 ปี บอกว่า รู้ข่าวจากคุณแม่เลยตกใจมาก เพราะสองวันก่อนเข้ามาเที่ยวสวนสัตว์เชียงใหม่ และแวะไปเยี่ยมหลินฮุ่ยมาเหมือนเคย เห็นว่ายังเล่นสนุก กลิ้งไปมาอยู่ในส่วนจัดแสดง แต่วันนี้มาแล้วเจ้าหน้าที่แจ้งว่าส่วนจัดแสดงปิด เพราะหลินฮุ่ยตายก็เสียใจมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่สวนสัตว์เชียงใหม่ร่วมใจกันสวมชุดสีดำและสีขาวเพื่อไว้อาลัยเป็นการภายในต่อการจากไปของหลินฮุ่ย บริเวณรูปปั้นหมีแพนด้า หน้าส่วนจัดแสดง

ทั้งนี้ หลินฮุ่ย เป็นแพนด้าเพศเมีย อายุ 21 ปี 7 เดือน เกิดเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2001 (2544) เดินทางมาประเทศไทยวันที่ 12 ตุลาคม 2003 (2546) ได้รับการตั้งชื่อว่า คำเอื้อย และ เทวี แต่งงานกับแพนด้าเพศผู้ ชื่อ ช่วงช่วง หรือ คำอ้าย และ เทวัญ (เสียชีวิตแล้ววันที่ 16 กันยายน 2562)

หลินฮุ่ย ให้กำเนิดแพนด้าเพศเมีย ชื่อ หลินปิง เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2009 (2552) ปัจจุบัน หลินปิง ถูกส่งกลับไปจีนและให้กำเนิดลูกแฝดเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง