วธ.รวมพลัง 480 ช่างภาพ บันทึกประวัติศาสตร์งานพระบรมศพฯคัด 4 หมื่นภาพทำจดหมายเหตุ

13.12.16 | 18:19 น.

วธ.รวมพลัง 480 ช่างภาพ บันทึกภาพประวัติศาสตร์งานพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทั่วไทยร่วมเก็บภาพความทรงจำ ถวายความอาลัย  40,000 ภาพส่งถึง วธ. คัดทำจดหมายเหตุ ออกแล้วจดหมายเหตุฉบับประชาชนประมวลประวัติศาสตร์ชาติ 3 ชุดแรก จัดนิทรรศการภาพถ่าย แสดงทั่วไทย -ภูฏาน -ญี่ปุ่น -จีน ช่างภาพจิตอาสาตัวน้อยเล่าประสบการณ์ ภาพนี้เพื่อในหลวงรัชกาลที่ 9

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม ที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จัดงานแถลงข่าว การรวมพลังบันทึกจดหมายเหตุแห่งชาติ เนื่องในงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(รมว.วธ.) กล่าวว่า วธ.ได้ประสานกับสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย สมาคมช่างภาพแห่งประเทศไทย สมาคมช่างภาพกรุงเทพ กลุ่มสหภาพศิลปินแห่งชาติด้านการถ่ายภาพและหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเปิดรับสมัครช่างภาพจิตอาสา 480 คน ร่วมกันบันทึกภาพเหตุการณ์สำคัญของชาติ นับแต่วันที่ 13 ตุลาคม เป็นต้นมา จนถึงเสร็จสิ้นงานพระบรมศพฯ ซึ่งขณะนี้มีช่างภาพที่จะทำหน้าที่บันทึกภาพเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ แบ่งเป็นช่างภาพจากหอจดหมายแห่งชาติ 60 คน ช่างภาพที่เป็นเครือข่ายของศิลปินแห่งชาติในภูมิภาคต่างๆ 300 คน และช่างภาพมืออาชีพ ซึ่งเป็นการรวบรวมช่างภาพจิตอาสา 120 คน

“ครั้งนี้ถือเป็นวาระสำคัญ จึงมีช่างภาพเข้าร่วมกิจกรรมมากเป็นประวัติการณ์ นอกจากนี้ยังมีประชาชน นักเรียน นักศึกษาและหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ส่งภาพถ่ายมายังสำนักหอจดหมายแห่งชาติเพื่อรวบรวมจัดทำจดหมายเหตุ  วิดิทัศน์ 500 คลิป บทกลอนจำนวนมาก เพลงแต่งเรียบเรียงใหม่ 200 เพลง นอกจากนี้ทาง วธ.ยังประสานไปยัง วธ.พื้นที่ภูมิภาคพร้อมช่างภาพจิตอาสาที่อยู่ตามต่างจังหวัดให้ถ่ายภาพ คำกลอนและถ้อยคำไว้อาลัย สะท้อนความรู้สึกของประชาชน ในพื้นที่เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)หมู่บ้านต่างๆโดยตั้งเป้าไม่น้อยกว่า 890 ภาพ เพื่อนำมาคัดเลือกทำจดหมายเหตุ โดยภาพทุกภาพจะถูกเก็บให้เป็นประวัติศาสตร์พร้อมระบุชื่อช่างภาพที่ถ่ายภาพนั้นด้วย”รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมกล่าว และว่า สำหรับจดหมายเหตุฉบับประชาชนที่ วธ.ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลในการรวบรวมภาพเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับงานพระบรมศพฯ นั้น ขณะนี้ วธ.ได้ดำเนินการจัดทำประมวลภาพเหตุการณ์งานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หรือจดหมายเหตุฉบับประชาชน แล้วเสร็จ จำนวน 3 ชุด โดยแต่ละชุดมีทั้งหมด 3 เล่ม แบ่งเป็นเล่มที่ 1 เหตุการณ์ในส่วนกลาง เล่มที่ 2 ภาพเหตุการณ์ในส่วนภูมิภาค 76 จังหวัด และเล่มที่ 3 ภาพเหตุการณ์นานาอารยะประเทศ”นายวีระกล่าว

รมว.วธ. กล่าวด้วยว่า ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม ถึงปัจจุบัน มีประชาชน รวมถึงช่างภาพมืออาชีพและช่างภาพจิตอาสา ส่งภาพถ่ายเหตุการณ์มายัง วธ.แล้วกว่า 40,000 ภาพ และได้จัดส่งภาพดังกล่าวให้แก่ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ เพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกภาพเพื่อใช้ในการจัดทำจดหมายเหตุแล้ว ขณะเดียวกันก็ได้คัดเลือกภาพถ่ายดังกล่าว 189 ภาพไปจัดนิทรรศการ “ทรงสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์” ช่วงที่ 1 จัดไปแล้วระหว่าง วันที่ 28 ตุลาคม ถึง 30 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ช่วงที่ 2 ระหว่างวันที่ 6 ธันวาคม 2559 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2560 นอกจากนี้ วธ.ได้เผยแพร่ภาพถ่ายเหตุการณ์งานพระบรมศพฯ ไปสู่สาธารณะอย่างกว้างขวางโดยจัดนิทรรศการเคลื่อนที่ไปยังภาคส่วนต่างๆ อาทิ ภาคเอกชนจัดที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน ระหว่างวันที่ 19-30 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ในส่วนภูมิภาค จะนำไปจัดแสดงยังจังหวัดต่างๆเพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสชมภาพเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ทั้งนี้จังหวัดแรกที่จะไปแสดงคือ จังหวัดลพบุรี จะจัดระหว่างวันที่ 19 ธันวาคม2559 ถึง 27 มกราคม 2560 และมีการนำภาพถ่ายไปจัดนิทรรศการในต่างประเทศ อาทิ ราชอาณาจักรภูฏาน เป็นประเทศแรก ระหว่างวันที่ 8-10 ธันวาคม ที่ผ่านมา ต่อไปจะเป็นประเทศญี่ปุ่น และประเทศจีน ซึ่งสถานทูตฯกำลังติดต่อดำเนินการ

รวมพลังช่างภาพ

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในงานยังมีการเสวนาโดยมี นายชวาล คูร์พิพัฒน์ คณะจัดทำจดหมายเหตุแห่งชาติ นายอนุชิต สุนทรกิติ ช่างภาพอาสา และน.ส.นันทกา พลชัย รักษาการผู้อำนวยการสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ในหัวข้อเกี่ยวกับการบันทึกภาพประวัติศาสตร์
นายชวาล กล่าวว่า อยากให้ช่างภาพที่จะร่วมบันทึกภาพลงจดหมายเหตุแห่งชาติควรบันทึกเหตุการณ์ของจริงที่เกิดขึ้น มีความเพียรในการถ่ายภาพที่หลากหลายในสถานการณ์และสถานที่จริง พร้อมควรระบุวันที่ถ่ายภาพพร้อมสถานที่ว่าถ่ายภาพตรงจุดไหน
ขณะที่ อนุชิต กล่าวว่าภาพทุกภาพที่จะลงในจดหมายเหตุแห่งชาติ ไม่ควรตัดแต่งภาพหรือไม่ควรรีทัชภาพ ควรถ่ายไปตามสมควรเหตุเป็นภาพที่ควรเก็บเอาไว้ เช่นภาพจิตอาสาขับขี่รถจักรยานนต์รับ-ส่ง แจกน้ำ แจกอาหาร เป็นภาพที่ควรเก็บไว้ มิใช่แห่ถ่ายแต่ภาพที่สวยๆและควรแบ่งฝ่ายกันทำงาน ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีเพราะทุกคนทำเพื่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ควรตั้งใจถ่ายภาพเพราะภาพทุกภาพจะอยู่ในหอจดหมายเหตุทั้งหมด

ด้าน ด.ญ.แพรทอง ใจอ่อน อายุ 14 ปี ช่างภาพอาสาสมัคร กล่าวว่าเห็นผู้สูงอายุมาจากต่างจังหวัดเพื่อมาสักการะพระบรมศพฯ ก็จะเข้าไปอาสาถ่ายภาพให้เขา เพราะผู้สูงอายุมาจากต่างจังหวัดไม่มีกล้องมาด้วย โดยตนจะใช้กล้องโพลารอยด์ ถ่ายให้กับผู้สูงอายุ ส่วนรายใดที่มีเฟชบุ๊กก็จะส่งให้ทางเฟซบุ๊ก ทำมาแล้วกว่า 30 ครั้ง หลังช่วงเลิกเรียนตอนเย็น

ขณะที่ ด.ช.ธารา ใจอ่อน อายุ 11 ปี กล่าวว่า เป็นจิตอาสาคอยถ่ายภาพหมู่คณะให้กับผู้ที่มาสักการะพระบรมศพเป็นหมู่คณะเพราะเห็นว่า เวลาเดินทางเป็นหมู่คณะจะไม่มีคนเข้ามาถ่ายให้จึงอาสาสมัครเป็นช่างภาพจิตอาสา เพื่อเป็นการทำความดีทดแทนคุณ แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช