ผบ.ตร.ยัน ‘อิคคิว’ไม่ได้ตายทิพย์ มีพยานรู้เห็นอื้อ พบคราบเขม่าดินปืนมือนตท.ภูมิพัฒน์ แต่มือ จีจี้ ไม่มี

21.04.23 | 16:50 น.

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 21 เมษายน ที่สน.มักกะสัน พล.ต.ต.อัฎธพร วงศ์ศิริปรีดา ผบก.น.1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.เอกภพ ตันประยูร รอง ผบก.น.1 เดินทางมาประชุมติดตามความคืบหน้าคดี โดยมีคณะทำงานชุดสืบสวนคลี่คลายคดีการเสียชีวิต ของ จีจี้ เน็ตไอดอลสาวอายุ 20 ปี ที่ถูกนายภูมิพัฒน์ หรืออิคคิว อายุ 19 ปี แฟนหนุ่มประธานรุ่นนักเรียนเตรียมทหาร ชั้นปี 2 ลูกนายทหารยศใหญ่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนพกแม็กกาซีน ซิกซาวเออร์ ยิงเสียชีวิต รวม 2 ศพ บนห้องพักชั้น 14 ของคอนโดมิเนียมหรูแห่งหนึ่ง ย่านอโศก กทม. เหตุเกิดเมื่อวันที่ (19 เม.ย.) ที่ผ่านมา


พล.ต.ต.อัฎธพร กล่าวว่า ขณะนี้มีการตั้งคณะทำงานชุดสืบสวนเพื่อคลี่คลายคดี ที่กองพิสูจน์หลักฐาน และโรงพยาบาลรามาธิบดี ส่วนชุดสืบสวนไปเก็บรายละเอียดเพิ่มเติม ที่สถานที่เกิดเหตุ และกลับมารายงาน

เบื้องต้นตรวจพบคราบเขม่าดินปืนที่มือของนายภูมิพัฒน์ หรืออิคคิว ที่ตรวจพบจากศพ ส่วนพ่อผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นนายทหารยศพลเอกที่มีชื่อเป็นเจ้าของอาวุธปืน ก็จำเป็นต้องเรียกตัวมาสอบเพื่อหาข้อมูลสำคัญ ซึ่งมีการติดต่อไปแล้ว แต่ทางนายพลคนดังกล่าว แจ้งว่าจะขอจัดงานศพของลูกให้เสร็จก่อน

ส่วนจะมีความผิดหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างการพูดคุยกันกับพนักงานสอบสวน ซึ่งต้องรอ เรียกมาสอบปากคำ และดูจากคำให้การ

Advertisement

พล.ต.ต.อัฎธพร กล่าวอีกว่า เพื่อไม่ให้เกิด ความสับสนทางสังคม ต้องเรียนว่าตาม ป.วิอาญา ม.150 เกี่ยวกับการชันสูตรพลิกศพ พนักงานสอบสวนได้ทำจนครบถ้วน โดยตั้งแต่รับแจ้งเหตุก็ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่สายตรวจปิดกั้น พื้นที่บริเวณชั้น 14 ของคอนโด ซึ่งเมื่อออกจากลิฟต์มาจะมีเจ้าหน้าที่คัดกรอง ทุกคนที่จะเข้าออก รวมถึงพบว่า มีเพียงผู้ก่อเหตุและผู้เสียชีวิต จำนวน 2 คน ที่เดินทาง เข้ามาจึงทำการปิดกั้นพื้นที่ใช้เวลา 20 นาที ซึ่งตามขั้นตอน คนที่จะเข้าที่เกิดเหตุได้คนแรกคือเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จำนวน 5 คน ชุดที่ 2 ที่เข้าไปจะเป็นแพทย์โรงพยาบาลรามาธิบดี 3 คน โดยเข้าไปพร้อมกับพนักงานสอบสวน และ ตนซึ่งเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน จากนั้นจึงทำการชันสูตรพลิกศพ ก็ให้เจ้าหน้าที่กู้ภัย ผู้ช่วยแพทย์ เข้าไปห่อร่าง และจึงตามให้ญาติพ่อหรือแม่เข้ามาดูศพ เป็นชุดสุดท้าย ก่อนจะเคลื่อนร่างออกจากจุดเกิดเหตุ

พล.ต.ต.อัฎธพร กล่าวอีกว่า ส่วนพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุพบหัวกระสุน 1 หัว ซึ่งยังหาอีกหนึ่งนัดไม่เจอ ปรากฏว่าล่าสุดได้รับรายงานจากแพทย์ว่าพบฝังอยู่ที่ศีรษะ ของนายภูมิพัฒน์ รวมถึงคราบเขม่าดินปืนที่มือของนายภูมิพัฒน์หรืออิคคิว ฝ่ายเดียว เบื้องต้นจึงนำหัวกระสุนดังกล่าวส่งให้กับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเพื่อตรวจความเชื่อมโยงกับอาวุธปืนที่พบในที่เกิดเหตุ

ส่วนกรณีที่นายภูมิพัฒน์ ขึ้นไปบนคอนโดหรูนั้น พล.ต.ต.อัฎธพร กล่าววว่า มีพยานหลักฐานหลายส่วน และตรวจสอบทั้งการเข้าออกของคีย์การ์ด และกล้องวงจรปิดด้านหน้าทางเข้า ซึ่งพนักงานสอบสวนได้รับข้อมูลการสืบสวนได้ทำการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดพบว่า ช่วงเวลา ตี 4 ของวันที่ 18 เม.ย. จนถึงบ่ายโมงครึ่ง วันที่ 19 เม.ย. ยังไม่มีใครผ่านเข้ามากล้องวงจรปิด ส่วนคนที่พบศพเป็นแรกเป็นเพื่อนที่พักอาศัยอยู่ในคอนโดแห่งนี้ และมีรหัสเปิด

ขณะที่ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ได้รับรายงานจากผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ยืนยันว่า อิคคิว เสียชีวิตจริง เนื่องจากมีพยานรู้เห็นจำนวนมาก ส่วนที่มีการตั้งข้อสงสัยถึงการเสียชีวิตของอิคคิว ว่ามีความพยายามปกปิดความจริง เพื่อให้หลบหนีไปนั้น เป็นไปไม่ได้ เพราะตำรวจทั้งพนักงานสอบสวน และฝ่ายสืบสวน ต้องชี้แจงรายละเอียดของคดีให้เกิดความชัดเจน ตอบคำถามสังคมให้ได้

ส่วนจะเอาผิดใครได้หรือไม่นั้น ต้องรอผลการสอบสวนให้ชัดเจนก่อนเช่นกัน นอกจากนี้ จะต้องเชิญบิดาของอิคคิว ซึ่งเป็นเจ้าของปืน มาให้ปากคำ เพื่อให้ทราบว่า อิคคิวได้ปืนมาอย่างไร คาดว่า ต้องรอหลังครอบครัวทำพิธีฌาปนกิจก่อน จึงจะเข้ามาให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนได้ แต่เบื้องต้นเชื่อว่า อิคคิวเป็นผู้ก่อเหตุ เนื่องจากมีภาพจากกล้องวงจรปิด เห็นผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน เข้าไปในห้องพัก ทั้งนี้ต้องรอผลตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ของกองพิสูจน์หลักฐานยืนยันอีกครั้ง

ขณะที่การฟ้องร้องทางแพ่งเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายของญาติจีจี้นั้น สามารถทำได้ เพราะถือว่าเป็นการละเมิดจากการทำผิดกฎหมายอาญา ซึ่งขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังฝากเตือนประชาชน ให้ระมัดระวังการเผยแพร่ภาพหรือข้อมูลของผู้เสียชีวิต ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เนื่องจาก หนึ่งในผู้เสียชีวิตยังเป็นเยาวชน อยู่ในความคุ้มครองของ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ ดังนั้น การโพสต์ข้อมูลต่าง ๆ ที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงแก่ผู้เสียชีวิตนั้น อาจเข้าข่ายความผิดได้

อย่างไรก็ตาม มีรายงานจากสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ว่า การตรวจพิสูจน์เขม่าดินปืนที่ตัวผู้เสียชีวิตทั้งสองคน พบเขม่าดินปืนอยู่ในมือของอิคคิวทั้งสองข้าง แต่ไม่พบเขม่าดินปืนที่มือของจีจี้ ส่วนปืนที่ใช้ก่อเหตุ พบตกอยู่ระหว่างขาของอิคคิว