พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า รู้จักทนายตั้มมานานแล้ว ทั้งมีชื่อเสียงและไม่มีชื่อเสียง รวมทั้งตัวนายชูวิทย์เองก็รู้จักกันมานาน ภาพที่เปิดออกมาเป็นภาพวันเกิดภรรยาของตน จัดขึ้นเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว ไม่ได้มีสาระอะไร ไม่ได้จัดใหญ่ ไม่ได้เชิญใคร แต่ทนายตั้มทราบข่าวเดินทางมา เพราะสนิทกันมาแล้วตั้งแต่สมัยทำคดีทุจริตที่ทนายตั้มเอามาให้ แต่หลังจากนั้นอีกฝ่ายจะไปทำอะไร ตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้อง
ตำรวจไม่เหมือนศาลเป็นตำรวจต้องรู้จักคนทุกกลุ่มไม่ว่า โจร คนดี ต้องรู้จักกันหมด เพื่อจะได้ข้อมูล ต้องกินข้าวกันได้ ต้องถ่ายรูปกันได้ เพราะตำรวจไม่เหมือนศาลต้องวางตัวสูง แต่ไม่ได้หมายความว่า การที่ทนายตั้มรู้จักกับผมแล้วหาจะประโยชน์ได้ จะทำผิดกฎหมายได้ เพราะการที่ตนรู้จักคนเยอะได้ข้อมูลมาก
ส่วนประเด็นที่ชูวิทย์เรียกเทพ จ. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ยอมรับว่านายชูวิทย์หมายถึงตัวเอง ต้องการส่งสัญญาณถึงตน ซึ่งตนกับนายชูวิทย์สนิทกัน ไม่ได้โกรธนายชูวิทย์ ไม่ได้โกรธทนายตั้มด้วย ทั้งสองคนจะถล่มกันก็เป็นเรื่องของเขา แต่สำหรับตนต้องเดินตรงกลางตามหลักกฎหมาย รู้จักส่วนรู้จัก แต่ถ้าเขาทำผิดกฎหมายเมื่อไหร่ ต้องขออนุญาต ถึงเป็นพวกก็ดำเนินการ
ส่วนภาพที่มีตำรวจอำนวยความสะดวก ให้ทนายตั้ม ตอนเดินทางไปต่างประเทศ ที่เคาน์เตอร์เช็กอิน ก่อนเดินทางว่า “ไม่ใช่ลูกน้องตัวเอง ผมเป็นคนเคร่งครัด ทนายตั้มไม่ได้สนิทกับผมถึงขนาดต้องไปเชิดชู คือมองว่าเป็นหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ผบช.ทท.ต้องมาชี้แจงพิสูจน์ให้ได้ ไปสั่งให้ตำรวจทำอย่างนั้น ไม่ถูกต้อง หิ้วกระเป๋าให้ใครไม่สมควร”

