บิ๊กโจ๊ก ประชุม 3 พื้นที่ กาญจน์-นครปฐม-ราชบุรี คดีวางยา ฆ่าไตร่ตรองไว้ก่อน ใช้ไซยาไนด์ ดับแล้ว 9

25.04.23 | 17:36 น.

จากกรณี นางทองพิน เกียรติชนะสิริ อายุ 63 ปี น.ส.นิภาวรรณ ขันวงษ์ อายุ 35 ปี มารดาและพี่สาวของ น.ส.ศิริพร ขันวงษ์ หรือก้อย อายุ 32 ปี เท้าแชร์ ชาว จ.กาญจนบุรี ที่เป็นลมวูบเสียชีวิตเป็นปริศนาขณะเดินทางไปทำบุญปล่อยปลากับเพื่อนสนิทที่ริมท่าน้ำแม่น้ำแม่กลอง พื้นที่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เข้าร้องทุกข์ตำรวจกองปราบ ช่วยตรวจสอบความผิดปกติเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิต พร้อมเชื่อว่าน่าจะเป็นการฆาตกรรม โดยมีนางสรารัตน์ รังสิวุฒาพรณ์ หรือแอม ภรรยาของตำรวจระดับรอง ผกก.ในพื้นที่ จ.ราชบุรี เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายดังกล่าว ตามที่เคยมีการนำเสนอไปแล้ว

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตำรวจกองปราบควบคุมตัวนางแอม ผู้ต้องหาก่อเหตุมอมยาพิษฆาตกรรม นางสาวก้อย อายุ 32 ปี ที่บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ได้แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างนำตัวมาสอบสวนขยายผลเนื่องจากพฤติกรรมของผู้ต้องหามีส่วนพัวพันกับคดีหลายพื้นที่ในอดีต ซึ่งได้สั่งการขยายผล เนื่องจากคดีหลักเป็นคดีพื้นที่บ้านโป่ง ราชบุรี และมอบหมายให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รับผิดชอบคดี และให้มีการขยายผลไปคดีที่เกี่ยวเนื่องกับในอดีตด้วย

จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าผู้ต้องหาเป็นคนเดียวกัน และเป็นการฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนโดยใช้สารพิษไซยาไนด์ร่วมด้วย ส่วนมูลเหตุจูงใจนั้นคาดมีเรื่องหนี้สินเป็นหลัก ซึ่งหลังจากนี้จะต้องพิจารณาเรียกผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาให้ปากคำด้วย

(ชมคลิป)

Advertisement
 
วันที่ 25 เมษายน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ควบคุมตัว นางสรารัตน์ รังสิวุฒาพรณ์ หรือแอม ผู้ต้องหาตามหมายจับศาล ข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” พร้อมของกลาง ขวดไซยาไนด์ ไปสอบปากคำที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.)
 
ด้าน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เปิดเผยที่สโมสรตำรวจ ถึงคดี น.ส.ศิริพร ขันวงษ์ หรือก้อย เท้าแชร์ ชาว จ.กาญจนบุรี เป็นลมวูบเสียชีวิตเป็นปริศนา ขณะเดินทางไปทำบุญปล่อยปลากับนางสรารัตน์ รังสิวุฒาพรณ์ หรือแอม ภรรยาของตำรวจระดับรองผกก. ในพื้นที่ จ.ราชบุรีว่า
 
จากการไล่เลียงเหตุการณ์ดังกล่าว พบว่าคดีนี้มีลักษณะคล้ายกัน 7 คดี มีผู้เสียชีวิตถึง 9 คน โดยคดีที่ทางตำรวจสอบสวนกลางขออนุมัติศาลออกหมายจับเป็นคดีที่เกิดขึ้นที่บ้านโป่ง จ.ราชบุรี จึงเหลืออีก 6 คดี
 
#มติชนออนไลน์ #แอม

ด้าน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า เบื้องต้นผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีคดีที่เกี่ยวเนื่องกับจังหวัดราชบุรี อีก 2 จังหวัดคือ กาญจนบุรี และนครปฐม ทั้งหมดรวม 7 คดี ในระยะเวลา 2 ปี มีผู้ตกเป็นเหยื่อทั้งหมด 7 ศพ เป็นตำรวจ 2 ราย และเป็นประชาชนทั่วไป 5 ราย ซึ่งถูกวางยาเหมือนกัน และส่วนใหญ่มีความเกี่ยวข้องและใกล้ชิดกับวงการตำรวจ

จากการชันสูตรศพล่าสุดพบมีสารไซยาไนด์ในท้อง จึงคาดว่าสารพิษเข้าสู่ร่างกายด้วยการกิน ส่วนมูลเหตุจูงใจนั้นคาดว่าเป็นการประสงค์ต่อทรัพย์ อย่างไรก็ตามจะต้องตรวจสอบความผิดปกติทางจิต และตรวจสอบว่าเป็นกรณีฆาตกรรมต่อเนื่องด้วยหรือไม่

ในวันนี้ได้เรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจใน 3 พื้นที่เกิดเหตุ ทั้งกาญจนบุรี นครปฐม และราชบุรี เข้ามารายงานข้อมูลแล้ว ขณะนี้สามารถติดต่อครอบครัวของผู้ตายได้แล้ว 5 ราย ซึ่งหลายครอบครัวคิดว่าลูกของตนเองเสียชีวิตตามธรรมชาติ จึงไม่มีการแจ้งความ จนกระทั่งกรณีของผู้เสียชีวิตรายล่าสุดที่บ้านโป่งรายที่ 7 พบความผิดปกติจึงเข้าแจ้งความและร้องเรียนให้ช่วยตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยอมรับระยะเวลาที่ผ่านไปหลายปีทำให้มีอุปสรรคในการตรวจสอบพยานหลักฐาน รวมทั้งสารพิษในร่างกายพอสมควร

ต่อมา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวอีกครั้งหลังประชุมนาน 2 ชั่วโมง ที่สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต ว่า จากการไล่เลียงเหตุการณ์ดังกล่าวพบว่าคดีนี้ลักษณะคล้ายกัน 7 คดี มีผู้เสียชีวิตถึง 9 คน โดยคดีที่ทางตำรวจสอบสวนกลางขออนุมัติศาลออกหมายจับเป็นคดีที่เกิดขึ้นที่บ้านโป่ง จ.ราชบุรี จึงเหลืออีก 6 คดี

เพราะฉะนั้นวันนี้ตนจะร่วมประชุมพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง ตำรวจภูธรภาค 7 และเรียกตำรวจ 3 จังหวัด ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุ คือ จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดนครปฐม และจังหวัดราชบุรี เนื่องจากคดีนี้มีระยะเวลา ผ่านไปถึง 2 ปี ประเด็นสำคัญคือการไล่เลียงพยานหลักฐานความเชื่อมโยง เพื่อมัดตัวผู้กระทำความผิดให้ได้ การที่ศาลอนุมัติหมายจับได้ ในวันนี้ถือว่ามีหลักฐานเพียงพอที่จะเอาผิดผู้ต้องหา ส่วนผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธอย่างไรก็ได้ แต่ศาลไม่รับฟังอยู่แล้ว

ส่วนหลักฐานสำคัญ ที่นำไปสู่การอนุมัติหมายจับคือการผ่าพิสูจน์พบว่ามีสารไซยาไนด์ในร่างกายของผู้ตาย และหลักฐานจากการตรวจที่เกิดเหตุพบขวดไซยาไนด์อยู่ที่หลังบ้าน ส่วนเหตุจูงใจในการก่อเหตุน่าจะเป็นเรื่องประสงค์ต่อทรัพย์สินของผู้ตาย แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดเจน คือ ผู้ตายทั้งหมดเป็นคนที่อยู่แวดล้อมกับผู้ก่อเหตุทั้งหมด ที่อยู่ที่แฟลตตำรวจและก็เป็นตำรวจ ตัวผู้ก่อเหตุจึงรู้ว่าเป้าหมายทำอะไรอยู่ และมีเงินหรือไม่มีเงิน อย่างไรเรื่องต้องดำเนินการให้ถึงที่สุดว่ามีผู้ใดเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดครั้งนี้หรือไม่ เพราะถือว่าเรื่องนี้เป็นการฆาตกรรมต่อเนื่อง วันนี้ญาติผู้ตายก็อยู่ที่นี่กับตนมี 5 ราย ซึ่งน่าเห็นใจอย่างมาก เนื่องจากตอนแรกก็ไม่ทราบว่าลูกเสียชีวิตด้วยสาเหตุอะไร คิดว่าเสียชีวิตจากสาเหตุธรรมชาติ ที่ผ่านมาทางญาติไม่ได้ติดใจสาเหตุการตายจึงไม่ได้มีการไปแจ้งความ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เป็นห่วงเรื่องพยานหลักฐานมาก เนื่องจากการจะเอาผิดคนร้ายได้ ต้องใช้พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ จึงต้องขอรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียดเพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้ทุกราย