หน้าแรก ในประเทศ องค์กรต้านโกง...

องค์กรต้านโกงภาคอีสาน แจ้งความดำเนินคดี ผู้ว่าฯอุบล

14.12.16 | 16:40 น.

องค์กรต้านโกงภาคอีสาน แจ้งความดำเนินคดี ผวจ.อุบลฯ ตามมาตรา 157

นายจำรูญศักดิ์ จันทรมัย อายุ 45 ปี ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น ภาคอีสาน เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.ท.ปราโมทย์ ชื่นตา รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองอุบลฯ เพื่อดำเนินคดีกับนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ตามมาตรา 157

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 14 ธันวาคม ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองอุบลราชธานี อ.เมือง จ.อุบลราชธานี มีนายจำรูญศักดิ์ จันทรมัย อายุ 45 ปี ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นภาคอีสาน เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.ท.ปราโมทย์ ชื่นตา รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองอุบลฯ เพื่อดำเนินคดีกับนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ตามมาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

นายจำรูญศักดิ์ จันทรมัย กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการร้องเรียนในหลายเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ตรวจสอบการทุจริตในหลายเรื่องของนางสาวสมปรารถนา วิกรัยเจิดเจริญ นายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี และนายพรชัย โควสุรัตน์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี และพวก โดยล่าสุดสำนักตรวจสอบพิเศษ ภาค 5 จังหวัดอุบลราชธานี ได้ชี้มูลความผิดมาแล้ว และส่งเรื่องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายบริหารทั้ง 2 แห่งแล้วแต่ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ในฐานะองค์กรอิสระตรวจสอบภาคประชาชนและในฐานะประชาชน ได้ติดตามตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือว่านายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลฯ ที่มีหน้าที่กำกับดูแลหน่วยงานทั้ง 2 แห่ง เป็นการเข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จึงได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดีกับนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี โดยมี สมาชิกสภาเทศบาลนครอุบลฯ 24 คน และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด 12 คน จะเดินทางมาให้สอบปากคำในฐานะพยาน นอกจากนี้ก็จะดำเนินการในส่วนการฟ้องศาลทุจริตต่อไป

ด้าน พ.ต.ท.ปราโมทย์ ชื่นตา รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองอุบลฯ กล่าวว่า เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เมื่อมีการร้องทุกข์กล่าวโทษ เจ้าหน้าที่ก็จะรับคำร้องทุกข์ตามกฎหมาย ในเรื่องของการปฎิบัติหน้าที่โดยเจ้าพนักงานเข้าเงื่อนไขที่เข้าสู่เป็นการปฎิบัติหรือละเว้นหน้าที่โดยมิชอบโดยทุจริตหรือไม่อย่างไร ซึ่งจะเข้ามาตรา 157 หรือไม่ หรือเป็นอำนาจการดำเนินการของ ป.ป.ช. ซึ่งการดำเนินงานของ ป.ป.ช.เป็นอำนาจโดยเฉพาะ ซึ่งในฐานะพนักงานสอบสวนไม่สามารถจะใช้ ป.วิ อาญามาบังคับใช้ได้ เว้นแต่ว่า ทาง ป.ป.ช.ได้พิจารณาแล้วเป็นคดีที่ไม่สลับซับซ้อนหรือเห็นว่าคดีไม่ยุ่งยาก หรือเห็นสมควรแก่พนักงานสอบสวนจะคืนให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตาม ป. วิ อาญา เราก็จะดำเนินการสอบสวน แต่ถ้าทาง ป.ป.ช.เห็นว่าคดีควรจะเข้าสู่การดำเนินการในส่วนของ ป.ป.ช. ทาง ป.ป.ช.ก็จะทำการไต่สวนต่อไปในรูปแบบของกฎหมาย ซึ่งทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ก็จะสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน ในเบื้องต้นว่าจะเข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ อย่างไร จึงจะเข้าสู่ขบวนการไปตามกฎหมายต่อไป

Advertisement