“รศ.ดร.วีระศักดิ์ เครือเทพ” อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนึ่งในผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เตือนรัฐบาลต้องรับฟังความเห็นประชาชนและผู้บริหารท้องถิ่น ย้ำพิมพ์เขียวควบรวมมีความต่างในพื้นที่ ชี้หากไม่ระวังอนาคตอาจจะมีการเคลื่อนไหวทางการเมือง
เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2559 เวลา 10.00 น.ที่โรงแรมริมปาวจังหวัดกาฬสินธุ์ สมาคมเทศบาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมกับสันนิบาตเทศบาลจังหวัดกาฬสินธุ์ และชมรมองค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งได้จัดอบรมทางวิชาการ เรื่อง การบริหารงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไทย ภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่ ประเด็น ยกฐานะ ควบรวม การเมือง ประชาชน ผู้บริหาร สมาชิกสภาท้องถิ่น ข้าราชการ ทิศทางอย่างไร โดยการนำของ นายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง นายเทศมนตรีตำบลยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ ในฐานะอดีตนายกสมาคมสันนิบาตแห่งประเทศไทย และผู้บริหาร คณะกรรมการสมาคมเทศบาลจังหวัดกาฬสินธุ์
โดยในวันนี้ทางสมาคมได้เชิญ รศ.ดร.วีระศักดิ์ เครือเทพ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนึ่งในผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งได้มาตอบข้องซักถาม ผู้เข้าอบรมประกอบไปด้วย ผู้บริหาร สมาชิกสภาท้องถิ่น ข้าราชการส่วนท้องถิ่น สังกัดเทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบลภายในจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่เข้าร่วมอบรมกว่าหนึ่งพันคนจาก 151 แห่งของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดกาฬสินธุ์
รศ.ดร.วีระศักดิ์ เครือเทพ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนึ่งในผู้ทรงคุณวุฒิฯ กล่าวว่า ปัญหาที่ค้างคาใจของผู้บริหารส่วนใหญ่เป็นเรื่องของความชัดเจนในงานบริหาร เพราะทุกคนเชื่อว่าพิมพ์เชียวในอนาคตที่หากผ่าน ครม.และเตรียมนำขึ้นทูลเกล้า อาจจะไม่ตรงใจผู้บริหาร และอาจจะเกิดผลกระทบกับพี่น้องประชาชน จนเกิดการเคลื่อนไหว
“สิ่งที่ผมเป็นห่วงคือผลกระทบประชาชนเป็นหลัก เพราะกว่าที่การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบต. เทศบาลตำบล หรือเทศบาลเมือง มีการปรับเปลี่ยนไปจนเกิดการลงตัวมีการแก้ไขปัญหาโดยผู้บริหารอย่างเป็นระบบ จนมีการสร้างเครือข่ายในด้านบริหารต่างๆ แต่สิ่งที่เป็นประเด็นนั้นคือหากมีการเขียนพิมพ์เขียว โดยถูกมองว่าเป็นเรื่องของการเมือง ก็เชื่อว่า ประชาชนรวมถึงผู้บริหารจะมีการเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งในระหว่างนี้ จะสังเกตได้ว่า ผู้บริหารท้องถิ่นในแต่ละจังหวัด มีการจับกุม พูดคุยและมีการให้ความรู้เกี่ยวกับผลของการกระจายอำนาจ ซึ่งหากเป็นการกระจายอำนาจจริง คงจะไม่มีใครขัด แต่กรณีดังกล่าว จะมีการยุบรวมโดยอ้างว่าจะได้บริหารได้เต็มที่ตามงบประมาณ กรณีนี้ ในส่วนของผู้ดำเนินการทางกฎหมายท้องถิ่น มีใครบ้างที่ลงมาสอบถามความต้องการพื้นที่หรือไม่”รศ.ดร.วีระศักดิ์กล่าว
รศ.ดร.วีระศักดิ์ เครือเทพ กล่าวต่อว่า ในส่วนตัวผมมองว่า ก่อนที่จะนำไปให้รัฐบาลเพื่อมีมติเป็น ครม. ออกไป ผู้ร่างฯ ควรที่จะหาข้อมูลความจำเป็นในแต่ละพื้นที่เสียก่อน ซึ่งเป็นไปได้ว่าการยุบรวมจำเป็นต้องสอบถามพื้นที่ว่า พื้นที่ใดควรจะทำอะไร เพราะในส่วนตัวแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน เช่นจังหวัดกาฬสินธุ์ ก็ต้องถามประชาชนในจังหวัดกาฬสินธุ์ ว่าควรที่จะทำการควบรวมอย่างไร มีความจำเป็นหรือไม่ ไม่ใช่จะต้องมาสร้างพิมพ์เขียวแบ่งพื้นที่ให้เป็นสูตรสำเร็จอย่างที่เคยทำมา ในกรณีนี้เชื่อว่า ผู้ร่างฯกฎหมาย ควบรวม นั้นพร้อมที่จะฟัง แต่คนท้องถิ่นไม่สามารถที่จะเข้าถึง เสียงไม่ดังพอ เพราะถือเป็นเกมการเมืองที่จะเป็นการแบ่งแยกอำนาจ เรื่องใน ข้าราชการเองก็ต้องไว้ใจคนท้องถิ่น เพราะใครๆเค้าก็รักประเทศไทยเช่นกัน
ด้าน นายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง นายเทศมนตรีตำบลยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ ในฐานะอดีตนายกสมาคมสันนิบาตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ยังคงมีความเห็นด้วยว่าควรที่จะมีการควบรวม แต่การควบรวมจะทำอย่างไรไม่ให้กระทบสิทธิของพี่น้องประชาชน ซึ่งเรื่องนี้กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนรวมถึงผู้บริหารเพราะเกรงว่าจะได้รับผลกระทบในด้านการบริหาร ในส่วนของงบประมาณนั้น คงจะเป็นเรื่องในอนาคต ที่จะต้องมีการพูดคุยกัน ดังนั้นการควบรวมจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งในส่วนท้องถิ่นก็หวังที่จะให้เกิดความชัดเจนเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและความเชื่อมั่นในการทำงานของรัฐบาลที่มีความตั้งใจจริงในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดียิ่งขึ้น

