“อัศวิน” แถลงนโยบายบริหารงาน กทม. ชู “1 ภารกิจพิเศษ 5 นโยบายทันใจ 19 ภารกิจผลักดันทันที”

14.12.16 | 16:58 น.

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 14 ธันวาคม ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) และคณะผู้บริหาร ร่วมแถลงนโยบายบริหารราชการกรุงเทพมหานคร ภายใต้ “ผลักดันทันใจ แก้ไขทันที NOW! กับผู้ว่าฯอัศวิน” บรรยากาศภายในอาคารเต็มไปด้วยข้าราชการ เจ้าหน้าที่และประชาชนกว่า 2,000 คนร่วมฟังการแถลงนโยบาย

พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า หลังจากที่ตนได้รับการแต่งตั้งจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งเป็นวิธีพิเศษ จึงต้องทำงานให้ดีเป็นพิเศษเพื่อพี่น้องประชาชนชาวกทม. การแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชนในกทม.เป็นนโยบายหลักของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อช่วยปรับปรุงเปลี่ยนแปลง สิ่งที่มีอยู่แล้วในกทม.ให้ดียิ่งขึ้นไป ในวันที่ตนได้รับตำแหน่งผู้ว่าฯกทม.นั้น ได้มีการตั้งงบประมาณจากสภากทม.ไปแล้ว โดยตนยืนยันว่า จะบริหารงบที่มีอยู่ให้ถูกต้องตามทำนองครองธรรม ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง และจะทำให้หน่วยงานต่างๆ ได้ใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าเพื่อพี่น้องประชาชน ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้แจ้งกับตนว่า ให้อยู่ในตำแหน่งจนกว่าจะมีผู้ว่าราชการคนใหม่ หรือมีคำสั่งปลด ซึ่งตนคงไม่เอาชื่อเสียงที่สั่งสมมาตลอดชีวิต มอดมลายไปกับการทำหน้าที่ตรงนี้ โดยในภารกิจแรกช่วงระยะ 6 เดือนถึง 1 ปี นั้นต้องดำเนินไปอย่างสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 20

“หากโครงการไหนที่ดีอยู่แล้วก็จะทำต่อไป โดยสร้างประโยชน์ให้สังคมมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จะนำทรัพยากรที่มีอยู่แล้วออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงจะทบทวนและยกเลิกโครงการที่สุ่มเสี่ยงต่อการถูกกล่าวหา ว่ามีความไม่ชอบมาพากล ซึ่งที่ผ่านมาตนได้ยกเลิกไป 3-4 โครงการแล้ว อย่างกรณีที่จะสร้างประตูระบายน้ำเขตสายไหม เป็นต้น เพราะนโยบายของผมคือ นาว ที่แปลว่าเดี๋ยวนี้ ซึ่งสิ่งใดที่มีความจำเป็นหรือช่วยบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนได้เราจะเดินหน้าทำทันที โดยไม่ต้องมีการผลัดวันประกันพุ่ง” ผู้ว่าฯกทม. ระบุ

พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า การเข้ามาบริหารราชการกทม.ครั้งนี้ คณะผู้บริหารได้มุ่งเน้นบทบาทในการปฎิบัติหน้าที่ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจสังคม ตลอดจนการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน ของกทม. มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพร้อมดำเนินการภารกิจพิเศษ สำหรับนโยบายของกทม. ประกอบไปด้วย 1 ภารกิจพิเศษ คือ การบริหารจัดการมณฑลพิธีท้องสนามหลวงและดูแลประชาชนที่เดินทางมากราบพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดลยเดชให้ได้รับความสะดวกสบายมากที่สุด ส่วน 5 นโยบายทันใจ ประกอบไปด้วย นโยบายที่ 1 สะอาด คือ บ้านเมืองสะอาด การบริหารราชการใสสะอาด นโบายที่ 2 สะดวก ได้แก่ เดินทางสะดวก ใช้ชีวิตสะดวก ข้อมูลสะดวก นโยบายที่ 3 ชีวิตปลอดภัย ทรัพย์สินปลอดภัย และชุมชนและสังคมปลอดภัย นโยบายที่ 4 ดูแลคุณภาพชีวิตประชาชน สิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศ และนโยบายที่ 5 วิถีพอเพียง ภูมิใจในรากฐานไทย พอใจในความเป็นอยู่

ผู้ว่ากทม. กล่าวว่า สำหรับ 19 ภารกิจ ผลักดันทันที ได้แก่ 1.การจัดตั้งศูนย์บริหารราชการฉับไวใสสะอาด 2. บิ๊กคลีนนิ่งเดย์ ให้ชาวกทม. ทั้งผู้ประกอบการ เจ้าของบ้าร ร้านค้า จิตอาสา ร่วมทำความสะอาดย่านชุมชน การค้า คูคลอง ทั่วกทม. อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง 3. รณรงค์เก็บผักตบผักชวาทั้งในแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองทั่วกรุงเทพ โดยนำไปใช้ประโยชน์ เช่น แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ 4. แบ็งกอกทูยู รู้ทันเหตุการณ์ เป็นแอพลิเคชันให้บริการข้อมูลประชาชน เกี่ยวกับสภาพฝน สภาพน้ำท่วม สภาพการจราจรบนท้องถนนที่เป็นปัจจุบัน 5. น้ำเร่งระบาย สั่งการได้ทันที 24 ชั่วโมง 6. ชวนเอกชนทำแก้มลิง อิงศาสตร์พระราชาในพื้นที่จุดอ่อนน้ำท่วม 7.ทางแยกห่วงใย ใส่ใจทุกคน เป็นการพัฒนาทางแยกปลอดภัยร่วมกับภาคเอกชนให้กับผู้พิการ ผู้สูงวัยและประชาชนทั่วไป 8. ปรับจริง จับจริง รถจอดและวิ่งบนทางเท้า 9. สั่งปิดสถานบริการฝ่าฝืนกฎหมาย ดำเนินการทันที 10. พลับบิค อายส์ เครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 24 ชั่วโมง 11. เปลี่ยนพื้นที่เปลี่ยวเป็นพื้นที่โปร่ง ตัดวงจรอาชญากรรม 12. ปลูกป่าในใจคนตามศาสตร์พระราชา 13. ปลูกต้นรวงผึ้งเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร 14. บางกอก สเปเชียล แคร์ ดูแลผู้สูงอายุเป็นพิเศษ 15. เร่งรัดโครงการ “พระปกเกล้า สกายปาร์ค” 16. เปลี่ยนพื้นที่เสื่อมโทรมให้เป็น “พื้นที่ชุมชนสามัคคคี สร้างสุขภาวะดีเพื่อชีวิต” 1 เขต 1 ชุมชน 17. สร้างชื่อเสียงด้านการศึกษาและมาตรฐานวิชาการอย่างเท่าเทียมกัน 18. เปิดแหล่งเรียนรู้ศาสตร์พระราชา 19. จัด “ย่านเดินเพลินกรุงรัตนโกสินทร์”

Advertisement

พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวก่อนปิดการแถลงนโยบายว่า การผลักดันนโยบายที่แถลงในครั้งนี้จะทำให้สำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ภายในเวลา 6 เดือนถึง 1 ปี พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน เพื่อเป็นการวางรากฐาน ของความเข้มแข็ง ของการพัฒนาเมืองและการดูแลคนกรุงเทพฯ ในอนาคต ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป ซึ่งที่ผ่านมาได้เชิญ นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มาร่วมหารือเพื่อให้คำชี้แนะ และให้เกิดความโปร่งใส่ในการดำเนินโครงการ และไม่ทำให้ประชาชนลำบากใจ