กุมารแพทย์ค้านร่าง พ.ร.บ.โค้ดมิลค์ คุมการตลาดนมผง 3 ปี กระทบถึงนมโรงเรียน

14.12.16 | 17:04 น.

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม แพทยสภาร่วมกับเครือข่ายกุมารแพทย์ แถลงข่าวเรื่อง “เครือข่ายหมอเด็กออกโรง ชี้ พ.ร.บ.นมสุดโต่ง ทำร้ายเด็กไทย แนะแนวทางแก้ไขเหมาะสม”

ศ.นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา แถลงว่า เครือข่ายกุมารแพทย์เห็นด้วยกับหลักการของร่าง พ.ร.บ.ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. … ที่ควบคุมการโฆษณาและการตลาดผลิตภัณฑ์ทดแทนนมแม่สำหรับทารก และส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้มากขึ้น แต่ไม่เห็นด้วยกับบางประเด็น คือ การควบคุมจนถึงช่วงอายุ 3 ปี เพราะเขียนครอบคลุมกว้างจนเกินไป อาจสร้างปัญหาในทางปฏิบัติได้

ด้าน ศ.เกียรติคุณ นพ.ไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์ อดีตผู้อำนวยการฝ่ายอาหารและโภชนาการ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) สำนักงานใหญ่ แถลงว่า ต้องแยกให้ชัดระหว่างทารก คือ อายุ 0-12 เดือน และเด็กเล็กที่อายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป ทั้งนี้ เห็นด้วยหากมีการควบคุมห้ามการโฆษณาหรือทำการตลาดผลิตภัณฑ์ทดแทนนมแม่สำหรับทารก เพื่อส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวนาน 6 เดือน แต่ไม่เห็นด้วยหากควบคุมในส่วนของอาหารสำหรับเด็กเล็กถึง 3 ปี เนื่องจากจะกระทบต่อการโฆษณาและการตลาดอาหารทุกชนิด เช่น นมสด นมกล่อง นมเปรี้ยว นมโรงเรียน อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการต่างๆ ซึ่งเป็นอาหารเสริมตามวัยที่เด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป กินได้ และว่า ข้อแนะนำของกรมอนามัย คือ ทารกอายุ 6 เดือนขึ้นไป ให้กินนมแม่ควบคู่กับอาหารเสริมตามวัยไปได้จนถึง 2 ปี และเพิ่มปริมาณอาหารจนเป็นการกินอาหารหลัก 3 มื้อ และดื่มนมวันละ 2-3 แก้วแทน ซึ่งจะทำให้เด็กได้รับโภชนาการอย่างครบถ้วน

“พ.ร.บ.ดังกล่าวออกมาควบคุมอาหารสำหรับเด็กเล็กที่ขึ้นทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยอาหารด้วย ทั้งที่เป็นอาหารที่มีประโยชน์สำหรับเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป แต่กลับไม่ครอบคลุมและไม่ควบคุมการส่งเสริมการตลาดของอาหารที่ไม่มีประโยชน์และเป็นโทษต่อเด็ก เช่น ขนม เครื่องที่มีน้ำตาลสูง เป็นต้น ดังนั้น จึงต้องมีการแก้นิยามร่าง พ.ร.บ.นี้ให้ชัดเจน จึงเสนอว่าควรปรับแก้เป็น ร่าง พ.ร.บ.ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารก พ.ศ. … เท่านั้น” ศ.เกียรติคุณ นพ.ไกรสิทธิ์ กล่าว