สภากทม.เห็นชอบตั้งคณะกก.วิสามัญนำ IOT รับฝน แก้ท่วม วิเคราะห์ระบายน้ำ วัดดินเลนในท่อ
เมื่อวันที่ 26 เมษายน ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชราชการกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 2 ครั้งที่4 ประจำปีพุทธศักราช 2566 โดยมี นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ส.ก.เขตมีนบุรี พรรคเพื่อไทย นั่งเป็นประธานสภา กทม. พร้อมด้วยฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร มีผู้เข้าร่วม ได้แก่ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขต คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานครทั้งคณะ ทีมที่ปรึกษาฯ ตลอดจนเลขานุการผู้ว่าฯกทม. ร่วมประชุม
ในที่ประชุมวันนี้มีญัตติของนายฉัตรชัย หมอดี ส.ก.เขตบางนา พรรคก้าวไกล เรื่อง ขอให้สภา กทม.ตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาการนำเทคโนโลยี IoT (Internet of Things) เข้ามาปรับใช้การปฏิบัติงานด้านการระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ
นายฉัตรชัย กล่าวว่า IoT เป็นเทคโนโลยีที่สามารถติดต่อรับส่งข้อมูลเชื่อมต่อกันได้อัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยการจัดการปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ ด้วยการติดตั้งเซ็นเซอร์วัดระดับน้ำในท่อระบายน้ำ และตามคลองต่างๆ เพื่อให้ทราบว่ามีระดับน้ำเท่าใด หรือควรไปลอกท่อได้หรือยัง และติดตามอัตราการไหลของน้ำจนน้ำออกไปยังประตูระบายน้ำ รวมถึงยังลดขั้นตอนการทำงานของเจ้าหน้าที่ และสามารถนำงบประมาณส่วนนี้นำไปเพิ่มอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อช่วยทุเลาปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน และมีมาตรฐานการจัดการน้ำท่วมมากขึ้น
“ยกตัวอย่างหากสี่แยกบางนา มีระบบ IoT อยู่ในท่อระบายน้ำ เพื่อวัดการไหลของน้ำและปริมาณดินเลนในท่อระบายน้ำ เราจะวิเคราะห์ได้ทันทีว่าท่อระบายน้ำสมควรที่จะลอกท่อได้หรือยัง การจัดสรรงบประมาณ จะได้ตรงจุดและคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์อย่างแน่นอน” นายฉัตรชัยกล่าว
ด้าน น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ส.ก.เขตบางซื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวสนับสนุนกับญัตติดังกล่าวว่า ข้อมูลจากศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต ระบุว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจจากปัญหาน้ำท่วม คิดเป็นนาทีละ 38,051 บาท คิดต่อปีประมาณ 20,000 ล้านบาท
“IoT จะลดการจ้างแรงงานที่ต้องรับความเสี่ยงสูงให้มาเป็น อุปกรณ์เทคโนโลยีที่คุ้มค่าต่อการลงทุน และพร้อมกันนั้นอุปกรณ์เซ็นเซอร์และอื่นๆที่ใช้รองรับ IoT สมาร์ทซิตี้หรืออุตสาหกรรมแห่งอนาคตปลายน้ำ จะเป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจตัวใหม่ ที่จะเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจภายในประเทศทำให้เศรษฐกิจเติบโต เพิ่มโอกาสสำหรับเอสเอ็มอีไทย ได้ทั้งซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และแพลตฟอร์มจำนวนมาก”น.ส.ภัทราภรณ์กล่าว
ด้าน น.ส.ปิยะวรรณ จระกา ส.ก.เขตสวนหลวง พรรคเพื่อไทย กล่าวสนับสนุนกับญัตติดังกล่าวว่า ช่วงเดือนกรกฎาคมปีที่แล้วนอนไม่หลับทุกคืน เพราะว่าน้ำท่วม เวลา 04:00 ก็อยู่ในพื้นที่ รวมถึงบ้านของตนอยู่ริมคลองประเวศบุรีรมย์
“ชาวบ้านตอบกลับมาหลายบ้านว่า นอนอยู่ช่วงตีสองอยู่ดีๆก็กลายเป็นสวนสยาม น้ำท่วมขึ้นบ้าน ไม่มีการแจ้งเตือน ทำให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเรือน อย่างบ้านที่มีผู้ป่วยติดเตียง ก็ไม่สามารถที่เคลื่อนย้ายได้ ดิฉันเองก็มีอาสาสมัครไปช่วยเคลื่อนย้ายในส่วนนี้” น.ส.ปิยะวรรณกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายว่า ที่ประชุมมีมติตั้งคณะกรรมการวิสามัญดังกล่าว จำนวน 17 คน โดยศึกษาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 90 วัน


