จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ Jenie Yoo ได้โพสต์ภาพของตนเองลักษณะ คล้ายการแต่งภาพจากโทรศัพท์สมาร์ทโฟน เป็นรูปภาพบริเวณดวงตาลงมาจนถึงแกล้ม ลักษณะบวมเปล่ง บิดเบี้ยว พร้อมกับบอกว่า เป็นสาเหตุจากอาการป่วย และระบุว่าหากไปสมัครงานจะมีใครรับเข้าทำงานหรือไม่ หลายๆ คนเมื่อเห็นโพสต์ดังกล่าว จึงเข้าไปแสดงความเห็นในลักษณะติดตลกว่าเป็นการตกแต่งภาพขึ้นมาล้อเล่นเท่านั้น แต่ส่วนมากเมื่อเข้าถึงการโพสต์ภาพต่างๆ ของเจ้าของผู้ใช้เฟซบุ๊ก ก็ต้องพบว่าเธอป่วยจริงๆ จนทำให้ใบหน้าผิดปกติ
ซึ่งสภาพก่อนจะป่วยนั้น เจ้าของผู้ใช้เฟซบุ๊กเป็นคนหน้าตาดี พร้อมกับระบุอาการป่วยว่า เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2558 ที่ประเทศเกาหลี หลังจากเลิกงานแล้วรับประทานข้าว มีอาการปวดฟันหน้า แฟนได้พาไปหาหมอเพื่อตรวจหาสาเหตุ ปรากฏว่าผลการตรวจเธอมีก้อนเนื้อที่แก้มด้านขวา ผลคือเธอเป็นมะเร็ง ตอนนั้นตกใจและเสียใจมาก จึงตัดสินใจรีบกลับไปรักษาที่เมืองไทย เนื่องจากที่ประเทศเกาหลีมีค่าใช้จ่ายสูงมาก เมื่อถึงเมืองไทยมาตรวจที่เมืองไทยหมอบอกว่า มีกระดูกงอกชนิดร้ายแรงที่โหนกแก้มด้านขวาจมูก เป็นมะเร็งกระดูก หรือโรคออสตีโอซาร์โคม่า วิธีการคือต้องผ่าตัด แต่ต้องนำดวงตาออกด้วย เธอจึงตัดสินใจในเรื่องผ่าตัดไม่ได้ จึงขอรับการรักษาด้วยคีโมก่อนและกลับมารักษาอาการด้วยยาสมุนไพรที่บ้านเกิดของเธอ
วันนี้ (14 ธ.ค.) เวลา 14.30 น. ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 84 หมู่ 5 บ.จำปา ต.หนองลาด อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร เพื่อพบ น.ส.รัตนาภรณ์ กัลยาไสย หรือเจนี่ อายุ 28 ปี ในการสอบถามพูดคุยอาการที่เป็นอยู่ โดยบ้านที่อาศัยมี 2 หลัง เป็นบ้านไม้ยกสูง 1 หลังซึ่งเป็นบ้านของนายปรีดา กัลยาไสย และนางแพงพันธ์ กัลยาไสย พ่อและแม่อาศัยอยู่ โดยพ่อและแม่มีอาชีพกรีดยาง มีรายได้เพียงวันละ 200 บาท ส่วนอีกหลังเป็นบ้านปูนชั้นเดียวสภาพยังไม่แล้วเสร็จ เหลือประตูหน้าต่างที่ไม่มี ต้องใช้ผ้าม่านเอาไว้กันลมกันฝนแทน และเมื่อพบ น.ส.รัตนาภรณ์ กัลยาไสย เจ้าของผู้ใช้เฟซบุ๊ก สภาพที่เห็นไม่ต่างไปจากภาพเฟซบุ๊กที่โพสต์ไว้ ในเรื่องจิตใจถือว่ามีกำลังใจดีมาก ได้เล่าให้ฟังว่า ตนมีบุตรแล้วอายุ 11 ขวบ แต่ก่อนใช้ชีวิตกับแฟนที่เกาหลีเพื่อทำงานส่งเงินมาเลี้ยงดูพ่อแม่ที่ยากจน และให้สร้างบ้านของตนเอง หวังกลับมาอยู่ในเมืองไทยในอนาคต แต่ปรากฏว่าต้องล้มป่วยลงก่อน ทำให้บ้านสร้างไม่แล้วเสร็จ ไม่มีคนหาเลี้ยงพ่อแม่ จึงตัดสินใจโฟสต์เฟซบุ๊กให้ถึงคนได้ทราบว่า เธอป่วยลงจากโรคมะเร็งร้ายเพื่อเตือนทุกคนให้ดูแลสุขภาพ เพราะเราไม่รู้ว่าจะป่วยเมื่อไหร่ ที่สำคัญเราจะสู้กับโรคแบบนี้อย่างไร
น.ส.รัตนาภรณ์กล่าวว่า ทรมานมากจากอาการปวดแสบปวดร้อนจากโรคนี้ เหมือนเอามือลนไฟเวลามีอาการป่วย เดือนนึงตนต้องฉายคีโมที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เดือนละ 2 ครั้ง มีค่าใช้จ่ายครั้งละประมาณ 5,000 บาท 1 เดือนต้องมีค่าใช้จ่าย 10,000 บาท แต่ครอบครัวยากจน รู้สึกสงสารพ่อแม่ที่ต้องกรีดยางหาเงินเลี้ยงครอบครัวและดูแลตน บางครั้งต้องหยิบยืมชาวบ้านหากเงินไม่พอไปหาหมอ ตนก็ไม่อยากนิ่งดูดาย ร่างกายตอนนี้ก็ไม่สมบูรณ์เท่าไหร่ ดวงตาขวามีอาการพร่ามัวแล้ว แต่ก็ยังไหว จึงเป็นอีกเหตุผลที่โพสต์ลงว่า มีใครอยากให้ทำงานไหมหากหน้าตาแบบนี้ อะไรก็ได้ขอทำหมด ที่สำคัญแม่ของตนต้องมาล้มป่วยพร้อมกับตน ต้องฟอกไต และมีค่าใช้จ่ายมากเช่นกัน บางทีแอบสงสัยว่า เหตุใดเธอและแม่ต้องล้มป่วยพร้อมกันซึ่งไม่อยากให้เกิดขึ้นเลย ส่วนประเด็นข้อสงสัยว่าแฟนตนเองที่เกาหลีทำไมไม่มาดูแล ตนติดต่อกันอยู่ แต่แฟนของตนต้องดูแลแม่ที่ป่วยเป็นมะเร็งที่ประเทศเกาหลีเหมือนกัน เพราะเป็นลูกชายคนเดียว ถามว่ารู้สึกท้อไหม ก็ท้อบ้าง แต่เราจะไม่อ่อนแอ เราต้องสู้หวังว่าจะหาย แต่ก็ต้องผ่าตัด แต่ผ่าตัดมีค่าใช้จ่ายสูงมากๆ ตนคงไม่มีปัญญาอย่างแน่นอน และไม่ทราบว่าจะมีหมอที่ไหนเก่งๆ สามารถผ่าตัดแบบไม่ให้เอาดวงตาออกได้หรือไม่ ตนเชื่อมีความหวังว่าจะมีผู้ใจบุญมาช่วยรักษาตน เพราะตนอยากเลี้ยงดูพ่อแม่เป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณทุกคนที่เข้ามาให้กำลังใจในเฟซบุ๊กและหาวิธีรักษามาบอกกัน ขอบคุณทุกคนที่มีน้ำใจช่วยค่ารักษาเข้ามาคนละนิด คนละหน่อย และหลายๆ คนแนะนำวิธีทำงานออนไลน์เข้ามา เพื่อหารายได้ ตนอยากฝากทุกคนไว้ว่าควรรักษาสุขภาพ ควรออกกำลังกาย ทำงานแต่พอดี ไม่โหมมาก โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกินก็สำคัญ เพียงเท่านี้เราก็จะห่างจากโรคมะเร็งแล้ว สำหรับผู้มีน้ำใจอยากช่วยเหลือเจนี่ ธ.กสิกรไทย 005-8-81325-7 ชื่อบัญชี น.ส.รัตนาภรณ์ กัลยาไสย สาขาสุขุมวิท 11

