กรณีญาติ น.ส.ศิริพร ขันวงษ์ หรือก้อย เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) และร้องเรียน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ให้ช่วยคลี่คลายคดีหลังนางสรารัตน์ หรือแอม รังสิวุฒาภรณ์ อายุ 36 ปี ออกอุบายนัดหมายให้ น.ส.ศิริพรขับรถยนต์จากบ้านจังหวัดกาญจนบุรีมาพบที่บ้านจังหวัดนครปฐม ก่อนทั้งสองมาพบกันและพากันขึ้นรถยนต์นางสรารัตน์ไปปล่อยปลาที่บริเวณศาลาประชาคมริมแม่น้ำแม่กลอง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เมื่อวันที่ 14 เมษายน จากนั้นก้อย น.ส.ศิริพรล้มหมดสติอยู่ในที่เกิดเหตุ โดยนางสรารัตน์ไม่ให้ความช่วยเหลือใดๆ จน น.ส.ศิริพาถึงแก่ความตายในเวลาตรวจชันสูตรเบื้องต้นพบว่าในร่างกาย น.ส.ศิริพรได้รับสารพิษไซยาไนด์นั้น
ต่อมา พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งการให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) สนธิกำลังจับกุมนางสรารัตน์ ความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ ได้ที่อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี) ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ กทม. เมื่อวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา จากนั้นพนักงานสอบสวน บก.ป.ควบคุมตัวนางสรารัตน์ ผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลอาญาฝากขังผัดแรก 12 วัน โดยญาติผู้ต้องหาไม่ได้ยื่นประกันตัวทางเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงควบคุมตัวไปที่ทัณฑสถานหญิงกลาง
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 27 เมษายน พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. กล่าวถึงความคืบหน้าคดีนางสรารัตน์ หรือแอม รังสิวุฒาภรณ์ว่า สั่งการให้ชุดสืบสวน กก.5 บก.ป.เร่งติดต่อประสานไปยังนางกานติมา แพสอาด หรือปลา อายุ 36 ปี เหยื่อผู้รอดชีวิต น.ส.นิภาวรรณ ขันวงษ์ หรือส้ม อายุ 35 ปี พี่สาวของ น.ส.ศิริพร ผู้เสียชีวิต และนายรพี ชำนาญเรือ แกนนำประชาชนเพื่อประชาชน ผู้ที่พาครอบครัวผู้ตายมาแจ้งความ มาเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนกองปราบ ในฐานะพยานเพื่อสักถามเกี่ยวกับพฤติกรรมแวดล้อม
พ.ต.อ.เอนกกล่าวว่า มอบหมายให้พนักงานสอบอีกชุดหนึ่งลงพื้นที่สอบปากคำแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสารพิษและสารเคมี เพื่อซักถามรายละเอียดเกี่ยวกับความอันตรายของสารไซยาไนด์ โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับจำนวนปริมาณของสารไซยาไนด์ที่จะส่งผลให้เกิดอันตรายกับร่างกายจนถึงชีวิต เพื่อนำไปประกอบสำนวนคดีควบคู่พยานหลักฐานผลตรวจสารพิษที่พบในร่างกายของผู้ตาย ทั้งนี้ก็เพื่อให้สำนวนคดีมีความแน่นหนาสามารถมัดตัวผู้กระทำผิดได้
“มั่นใจว่าคดีนี้มีพยานหลักฐานแน่นหนามากพอที่จะเอาผิด นางสรารัตน์ หรือแอม ผู้ต้องหาได้ และขณะนี้เองทางพนักงานสอบสวนก็เตรียมที่จะพิจารณาแจ้งข้อหาเพิ่มเติม ในลักษณะของ อนุข้อกล่าวหา จากเดิมที่เป็น ข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรอง” เพิ่มเป็น “ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองเพื่อประสงค์ต่อทรัพย์” ซึ่งข้อหาทั้งหมดที่ว่านี้ล้วนมีโทษหนักถึงประหารชีวิต” รอง ผบก.ป.กล่าว
พ.ต.อ.เอนก กล่าวว่า ได้เชิญ น.ส.นิภาวรรณ หรือ ส้ม ซึ่งเป็นพี่สาวก้อย ในฐานะที่เป็นผู้ที่อยู่ในช่วงก่อนเกิดเหตุ และมีโอกาสพูดคุยกับผู้ต้องหาหลังเกิดเหตุ นอกจากนี้ยังได้สอบ สามีผู้เสียชีวิตอีก1ราย ที่ จ.มุกดาหาร ที่ผู้ต้องหาส่งยาแคปซูล อ้างเป็นยาพวกบำรุงไปให้กิน ก่อนจะเสียชีวิต รวมถึงออย 1 ในลูกแชร์ ที่ผู้ตายเคยมาถามว่า เวลาตำรวจจะตามหาคน จะทำอย่างไร ซึ่งหลังจากนี้ก็จะเรียก นายรพี ชำนาญเรือ แกนนำประชาชนเพื่อประชาชน ซึ่งเป็นผู้สานงานกับผู้เสียหายเข้าให้ปากคำในวันที่ 29 เม.ย.66
พ.ต.อ.เอนก กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่พี่สาว นางแอม ที่เป็นเภสัชกร นั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับสารไซยาไนด์ใช้ก่อเหตุฆ่า น.ส.ก้อย หรือไม่นั้น ขณะนี้ทางตำรวจกองปราบปรามกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เบื้องต้นพบว่าสารดังกล่าว นางแอม สั่งซื้อมาจากช่องทางอื่น ทั้งนี้โดยปกติสารดังกล่าวซึ่งเป็นสารควบคุมใช้ในกลุ่มอุตสหกรรมต่างๆ ไม่สามารถหา ซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป ส่วนพี่สาวนางแอมจะให้คำปรึกษาเรื่องวิธีการใช้หรือไม่นั้นก็ต้องรอสอบปากคำอีกครั้ง อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่พบว่ามีคนอื่นร่วมกระทำความผิด เชื่อว่านางแอม ลงมือคนเดียวไม่มีใครร่วมมือด้วย เนื่องจากแผนประทุษกรรม จะอาศัยความใกล้ส่วนตัวเพื่อลงมือ ซึ่งก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทางพี่สาวของนางแอมด้วย
พ.ต.อ.เอนก กล่าวถึงกรณีพฤติกรรมโหดเหี้ยมฆ่าผู้อื่นนับสิบรายจะมีอาการผิดปกติทางจิตหรือไม่ว่า จากการสอบปากคำ นางแอม เบื้องต้นไม่พบว่า มีอาการผิดปกติทางจิตแต่อย่างใด ซึ่งผู้ต้องหาก็พูดจาเหมือนคนปกติทั่วไป ทั้งนี้ก็ต้องรอให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช ทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง
“คดีนี้เป็นคดีที่เกิดขึ้นใหม่ ทำให้สังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรียนรู้ และตระหนัก ร่วมไปถึงควบคุม และป้องกันการซื้อสารอันตรายในลักษณะนี้มากขึ้น ส่วนการขยายผลทางเส้นทางการเงิน ตำรวจเห็นเส้นทางการเงินแล้ว มีทั้งธุรกิจการจำนำรถยนต์ ซึ่งหลังจากนี้น่าจะมีอะไรที่ตื่นเต้นมากกว่านี้ ซึ่งอยู่ระหว่างการขยายผล” รอง ผบก.ป. กล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่า สารไซยาไนด์ ที่ใช้ก่อเหตุ นางแอม สั่งซื้อมาจากช่องทางออนไลน์ เนื่องจากสอบปากคำกลุ่มวัยรุ่น 5 คน ทราบว่า ช่วงก่อนสงกรานต์ นางแอม นำกล่องพัศดุ นำจ่ายในชื่อของตัวเองที่หน้ากล่อง มาให้ก่อนว่าจ้างให้นำขวดยาในกล่องดังกล่าวไปฝังดิน โดยให้ค่าจ้าง 500 บาท ด้วยความสงสัยหนึ่งกลุ่มวัยรุ่นจึงเปิดกล่องแล้วดมสารดังกล่าว จากนั้นก็มีอาการวิงเวียนศีรษะมึนงงไป 3 วัน อย่างไรก็ตามทางกลุ่มวัยรุ่นก็ยังไม่ได้นำขวดยาดังกล่าวไปฝังตามที่รับปากไว้เพราะมัวแต่เล่นสงกรานต์ เมื่อนางแอม โทรไปสอบถามทราบว่ายังไม่ได้นำไปฝังจึงขับรถไปหา แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ได้ยึดขวดสารไซยาไนด์ไปแล้ว ต่อมา นางเเอม ก็ได้ไปค้นหากล่องพัสดุที่ระบุชื่อของตัวเองก่อนนำไปทำลายหลักฐาน อย่างไรก็ตามขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกับบริษัทขนส่งสองบริษัทเพื่อหาหลักฐานว่ามีการส่งพัสดุให้ นางแอม หรือไม่เพื่อมัดตัวผู้ต้องหาต่อไป

